โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘พาเวล ดูรอฟ’ ผู้ก่อตั้ง Telegram ลั่นเป็นพ่อของลูกกว่า 100 คน จ่อแบ่งมรดก 4.6 แสนล้านเท่ากันทุกคน แต่ต้องรออายุ 30 ถึงได้เงินนี้

THE STANDARD

อัพเดต 25 มิ.ย. 2568 เวลา 04.09 น. • เผยแพร่ 25 มิ.ย. 2568 เวลา 04.09 น. • thestandard.co
‘พาเวล ดูรอฟ’ ผู้ก่อตั้ง Telegram ลั่นเป็นพ่อของลูกกว่า 100 คน จ่อแบ่งมรดก 4.6 แสนล้านเท่ากันทุกคน แต่ต้องรออายุ 30 ถึงได้เงินนี้

พาเวล ดูรอฟ ผู้ก่อตั้งแอปพลิเคชันส่งข้อความ Telegram และเป็นมหาเศรษฐีด้านเทคโนโลยี ได้เปิดเผยว่า เขาได้เป็นบิดาของบุตรมากกว่า 100 คน ซึ่งทั้งหมดจะได้รับสิทธิ์ในการแบ่งปัน ‘มรดก’ ที่คาดการณ์ว่ามีมูลค่า 1.39 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 4.6 แสนล้านบาท) อย่างเท่าเทียมกัน แต่มีเงื่อนไขสำคัญคือ พวกเขาจะไม่สามารถเข้าถึงมรดกนี้ได้จนกว่าจะครบ 30 ปี

ดูรอฟกล่าวกับนิตยสาร Le Point ของฝรั่งเศสว่า “พวกเขาคือลูกของผมทุกคน และจะมีสิทธิ์เท่าเทียมกัน ผมไม่ต้องการให้พวกเขาฉีกทึ้งกันเองหลังจากผมเสียชีวิตไปแล้ว” เขาเสริมว่าตนเองเป็น ‘พ่ออย่างเป็นทางการ’ ของบุตร 6 คน ที่เกิดจากคู่ชีวิต 3 คน แต่คลินิกที่เขาเริ่มบริจาคอสุจิเมื่อ 15 ปีก่อนเพื่อช่วยเหลือเพื่อน ได้แจ้งเขาว่ามีทารกมากกว่า 100 คน ที่ถือกำเนิดขึ้นด้วยวิธีนี้ใน 12 ประเทศทั่วโลก

ดูรอฟชี้แจงถึงเบื้องหลังเงื่อนไขมรดกนี้ว่า “ผมต้องการให้พวกเขาใช้ชีวิตเหมือนคนปกติ สร้างเนื้อสร้างตัวด้วยตัวเอง เรียนรู้ที่จะเชื่อมั่นในตัวเอง สามารถสร้างสรรค์สิ่งต่างๆ ได้ ไม่ต้องขึ้นอยู่กับบัญชีธนาคาร” เขาได้เขียนพินัยกรรมในช่วงเวลานี้ เนื่องจากงานของเขามี “ความเสี่ยง การปกป้อง ‘เสรีภาพ’ ทำให้คุณมีศัตรูมากมาย รวมถึงในรัฐที่มีอำนาจ”

นอกจากประเด็นครอบครัวและมรดกแล้ว ดูรอฟ ผู้ซึ่งเป็นผู้ลี้ภัยด้านเทคโนโลยีชาวรัสเซีย ยังได้กล่าวถึง ‘ข้อหาอาญา’ ร้ายแรงที่เขากำลังเผชิญในฝรั่งเศส ซึ่งเขาถูกจับกุมเมื่อปีที่แล้วด้วยข้อกล่าวหาว่าล้มเหลวในการควบคุมดูแลแอปพลิเคชันอย่างเหมาะสมเพื่อลดกิจกรรมทางอาชญากรรม ซึ่งรวมถึงการค้ายาเสพติด, เนื้อหาการล่วงละเมิดทางเพศเด็ก และการฉ้อโกง

ดูรอฟปฏิเสธข้อกล่าวหาเหล่านี้ทั้งหมด โดยบอกว่ามัน “ไร้สาระอย่างสิ้นเชิง” พร้อมชี้ว่า “เพียงเพราะอาชญากรใช้บริการส่งข้อความของเราในบรรดาบริการอื่นๆ มากมาย ไม่ได้หมายความว่าผู้ดำเนินการบริการนั้นเป็นอาชญากร” เขากล่าว

Telegram ซึ่งมีผู้ใช้งานมากกว่า 1 พันล้านคนต่อเดือน ได้รับการวิพากษ์วิจารณ์ว่าระบบการควบคุมเนื้อหาที่ผิดกฎหมายและสุดโต่งนั้นอ่อนแอกว่าบริษัทโซเชียลมีเดียและแอปส่งข้อความอื่นๆ อย่างมาก โดยนักวิจารณ์อ้างว่า Telegram อนุญาตให้มีกลุ่มสมาชิกได้มากถึง 200,000 คน ซึ่งทำให้การแพร่กระจายข้อมูลที่บิดเบือน, เนื้อหาเกี่ยวกับทฤษฎีสมคบคิด, ลัทธิ Neo-Nazi, การล่วงละเมิดทางเพศเด็ก หรือเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับการก่อการร้าย ทำได้ง่ายขึ้น

อย่างไรก็ตาม ดูรอฟได้ปกป้อง Telegram ในการต่อสู้กับการล่วงละเมิดเด็ก โดยกล่าวว่า “ตั้งแต่ปี 2018 Telegram ได้ต่อสู้กับการล่วงละเมิดเด็กในหลายวิธี: การบล็อกด้วยการสแกนลายนิ้วมือเนื้อหา, ทีมดูแลเนื้อหาโดยเฉพาะ, สายด่วนขององค์กร NGO, และรายงานความโปร่งใสรายวันเกี่ยวกับเนื้อหาที่ถูกแบน”

และโฆษกของ Telegram เสริมว่า แอปนี้ “ไม่เอื้อต่อการแพร่กระจายเนื้อหาที่เป็นอันตราย เพราะไม่ได้ใช้อัลกอริทึมที่ส่งเสริมเนื้อหาที่สร้างความรู้สึกฉูดฉาดเหมือนแพลตฟอร์มอื่นๆ”

ดูรอฟ ผู้เกิดในรัสเซีย ปัจจุบันอาศัยอยู่ในดูไบ ซึ่งเป็นที่ตั้งสำนักงานใหญ่ของ Telegram เขาถือสองสัญชาติคือ ฝรั่งเศสและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เขาเคยกล่าวในปี 2014 ว่าถูกไล่ออกจาก VKontakte เครือข่ายสังคมออนไลน์ของรัสเซีย หลังจากปฏิเสธคำขอจากเครมลินให้เซ็นเซอร์โพสต์ต่างๆ เขาได้ก่อตั้ง Telegram ขึ้นในปี 2013 และแอปนี้ยังคงได้รับความนิยมอย่างมากในรัสเซีย

ภาพ: AOP.Press/Corbis via Getty Images

อ้างอิง:

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...