โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

เป็นทรัพยากรที่คุ้มค่า! อดีต ผบ.ทร.ภาค 1 ลั่น เรือหลวงจักรีนฤเบศร ตอบโจทย์ประเทศ เกินมูลค่าราคา

แนวหน้า

เผยแพร่ 30 พ.ย. 2568 เวลา 17.00 น.

วันที่ 1 ธันวาคม 2568 พลเรือโท พิชัย ล้อชูสกุล อดีตผู้บัญชาการกองทัพเรือภาคที่ 1 โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า #เรือหลวงจักรีนฤเบศรไม่คุ้มค่าจริงหรือ

เรือหลวงจักรีนฤเบศร : เหตุผลด้านยุทธศาสตร์และความคุ้มค่าในมิติความมั่นคง–มนุษยธรรมของกองทัพเรือไทย

เรือหลวงจักรีนฤเบศร (HTMS Chakri Naruebet) มักถูกวิพากษ์หรือเข้าใจผิดว่าเป็น “เรือส่วนเกิน” หรือ “ไม่คุ้มค่า” แต่หากย้อนกลับไปดูแล้วพิจารณาแนวคิดการจัดหา ความจำเป็นด้านยุทธศาสตร์ และบทบาทที่ประเทศไทยได้รับจากเรือลำนี้จริง ๆ จะพบว่า เรือหลวงจักรีนฤเบศรเป็นหนึ่งในยุทโธปกรณ์ที่ “ตอบโจทย์ประเทศเกินมูลค่าราคา” เมื่อเทียบกับสิ่งที่ไทยได้รับในช่วงกว่า 25 ปีที่ผ่านมา
1. แนวคิดการจัดหา: ไทยต้องการศูนย์บัญชาการลอยน้ำที่มีอาวุธครอบคลุมหมายรวมถึง บ.เพื่อสกัดกั้นและคุ้มกันกองเรือ ในการป้องกันประเทศทางทะเล ไม่ใช่เรือบรรทุกเครื่องบินโจมตีเหมือนมหาอำนาจ

หลายคนเข้าใจผิดว่าเรือหลวงจักรีฯ ถูกซื้อเพื่อเป็น “เรือบรรทุกเครื่องบินโจมตีแบบมหาอำนาจ” แต่ความจริงคือ…

**วัตถุประสงค์หลักในการจัดหา (ปี 2533–2535)
1. เป็นเรือบัญชาการ (Command & Control Ship)
• ไทยต้องการศูนย์สั่งการกลางกลางทะเล เพื่ออำนวยการยุทธการขนาดใหญ่ในอ่าวไทย—ซึ่งมีความสำคัญด้านเศรษฐกิจอันดับต้น ๆ ของภูมิภาค
• เรือหลวงจักรีฯ ถูกออกแบบให้เป็น “สมองใหญ่ของกองเรือไทย” มากกว่าเป็นเรือรบโจมตี

2. ยกระดับขีดความสามารถป้องกันภัยทางทะเลและการกู้ภัยทางไกล
• ไทยต้องมีเรือที่สามารถรับ–ส่ง ฮ.ปราบเรือดำน้ำ (ASW), ฮ. ค้นหา–กู้ภัย (SAR) และอากาศยานขึ้นลงดิ่ง เพื่อเฝ้าระวังภัยคุกคามจากทะเล

3. สนับสนุนงานช่วยเหลือประชาชน
• ไทยประสบ “ไซโคลน–สึนามิ–น้ำท่วมใหญ่” บ่อยครั้ง
• ต้องมีเรือที่เป็น โรงพยาบาลเคลื่อนที่ + ศูนย์อพยพ + ศูนย์สื่อสาร พร้อมรองรับคนจำนวนมาก

ดังนั้น “ภารกิจตั้งต้น” ของเรือหลวงจักรีฯ คือ บัญชาการ–กู้ภัย–ป้องกันทางทะเล ไม่ใช่ “รบเชิงรุกด้วยฝูงบินโจมตี”
2. ความคุ้มค่าด้านยุทธการ: ได้เรือบรรทุก ฮ. ได้เรือบัญชาการ ได้เรือกู้ภัย ในราคาเพียงเศษเสี้ยวของต่างประเทศ

***ต้นทุนของเรือหลวงจักรีนฤเบศร
• ราคาจัดหาเพียง 7,400 ล้านบาท (รวมค่าอากาศยานในชุดแรก)
• ถูกกว่าเรือประเภทเดียวกันในระดับโลกหลายเท่า
**ทำไมจึงคุ้มค่า?

(1) ไทยได้เรือบรรทุกเฮลิคอปเตอร์เต็มรูปแบบ

• รองรับ ฮ.ลำเลียง ฮ.กู้ภัย ฮ.ปราบเรือดำน้ำ
• มีลานบินขนาดใหญ่ รองรับ ปฏิบัติการต่อเนื่องในทะเล 24 ชม.

(2) ระบบบัญชาการกลางทันสมัย
• ทำหน้าที่ควบคุมกำลังรบของกองเรือทั้งหมด
• เป็นศูนย์สื่อสารทางทะเลขนาดใหญ่ สามารถเชื่อมโยงกับกองทัพพันธมิตร

(3) เพิ่มขีดความสามารถด้านปราบเรือดำน้ำ (ASW)
• อ่าวไทยมีความเสี่ยงต่อการรุกล้ำโดยเรือดำน้ำชาติอื่น
• การมีเรือที่สามารถใช้ ฮ.ASW เป็นข้อได้เปรียบสำคัญอย่างมาก
แม้ไทยไม่ได้จัดหาเครื่องบิน VTOL เพิ่มภายหลัง แต่บทบาทหลักของเรือหลวงจักรีฯ ยังคงอยู่ครบ 100% ของเจตนารมณ์การจัดหา
3. ข้อจำกัดงบประมาณ: ทำไมไทยไม่จัดหาเครื่องบินใหม่มาประจำเรือ

หลายคนใช้ประเด็น “ไม่มีเครื่องบินประจำเรือแล้ว” มาตัดสินว่าเรือหลวงจักรีฯ ไม่คุ้มค่า แต่ต้องเข้าใจบริบทว่า…
!!!เครื่องบินแบบขึ้นลงดิ่ง (VTOL) รุ่นใหม่ เช่น F-35B
• ราคา มากกว่า 3,000 ล้านบาทต่อ 1 ลำ
• ค่าซ่อมบำรุงสูงมากจนไทยไม่สามารถแบกรับได้
• ประเทศที่รวยกว่าหลายเท่า เช่น อิตาลี ญี่ปุ่น สเปน ยังมีปัญหาค้างงบ
งบประมาณแบบไทยจึง “ไม่เพียงพอ” และ ไม่ได้เกี่ยวกับความผิดพลาดของการจัดหาเรือ แต่เป็นผลจากภาวะเศรษฐกิจต่อเนื่องหลายสิบปี
4. งานช่วยเหลือประชาชน: คุณค่าที่มองไม่เห็นแต่มหาศาล

**สึนามิ 2547 (Indian Ocean Tsunami)
เรือหลวงจักรีฯ เป็น “เรือหลักในการสนับสนุนงานกู้ภัย”
• เป็นที่พักของผู้ประสบภัย
• เป็นโรงพยาบาลลอยน้ำ
• รับ–ส่งเฮลิคอปเตอร์จำนวนมาก
• ใช้ระบบสื่อสารกลางเชื่อมโยงการปฏิบัติงานทุกหน่วย
**พายุไซโคลนและน้ำท่วมหลายพื้นที่
เรือหลวงจักรีฯ ถูกใช้เป็น
• ฐานซ่อมบำรุงเรือเล็ก
• ศูนย์ลำเลียงเสบียง–อุปกรณ์
• ฐานปฏิบัติการของหน่วยซีลและหน่วยกู้ภัย
**งานด้านมนุษยธรรมและการทูตทางทหาร (HADR + Naval Diplomacy)
• รองรับภารกิจรับ–ส่งผู้ลี้ภัย
• ร่วมซ้อมรบร่วมกับมิตรประเทศ
• เป็น “หน้าเป็นตา” ของกองทัพเรือไทย
สิ่งเหล่านี้คือผลประโยชน์กับประชาชนแบบตรง ๆ ไม่ใช่ค่าใช้จ่ายที่สูญเปล่าเลยแม้แต่น้อย
5. บทบาทเชิงยุทธศาสตร์ปัจจุบัน: เรือหลวงจักรีฯ ยังมีความจำเป็นอย่างไรในปี 2025และในอนาคตอีกหลายปี

ไทยยังต้องมีเรือบัญชาการลอยน้ำ
• อ่าวไทยมีแหล่งพลังงานสำคัญของประเทศ
• เป็นจุดยุทธศาสตร์เชื่อมอินโด–แปซิฟิก
• มีความเสี่ยงต่อการละเมิดน่านน้ำสูงขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา

ภัยพิบัติใหญ่เกิดถี่ขึ้น – ต้องมีเรือขนาดใหญ่พร้อมรองรับประชาชน
• ทำหน้าที่โรงพยาบาลเคลื่อนที่
• เป็นฐานปฏิบัติการของ ฮ.กู้ภัย
• ให้ที่พักชั่วคราวกับประชาชนจำนวนมาก

มีบทบาทด้านความร่วมมือนานาชาติ
• เป็น “สัญลักษณ์ขีดความสามารถของกองทัพเรือไทย”
• ช่วยยกระดับความน่าเชื่อถือในการเจรจาและการซ้อมรบร่วม
สรุป: เรือหลวงจักรีนฤเบศร ไม่ใช่ของฟุ่มเฟือย แต่เป็นทรัพยากรที่คุ้มค่าและจำเป็น
-รองรับภารกิจ 3 ด้านครบถ้วน
1. ยุทธการทะเล
2. สั่งการ–ควบคุมกำลังรบ
3. ช่วยเหลือประชาชน–กู้ภัย–สื่อสาร
-เป็นการลงทุนที่ “ได้มากกว่าเสีย” ตลอด 25 ปี
• แม้ไทยไม่สามารถซื้อเครื่องบินประจำเรือเพิ่มเติม
• แต่บทบาทหลักไม่เคยหายไป
• และทำหน้าที่ช่วยประชาชนอย่างต่อเนื่อง
-มูลค่าที่แท้จริงของเรือหลวงจักรีอยู่ที่

ความสามารถในการช่วยชีวิต–รักษาเสถียรภาพ–ปกป้องทรัพยากรทางทะเลของชาติที่มีมูลค่าที่ประเมินมิได้….
##ครองเวหาครองนทีจักรีนฤเบศร
#กองทัพเรือที่ประชาชนเชื่อมั่นและภาคภูมิใจ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...