โดรน FPV สู่สมรภูมิไทย-กัมพูชา! 'โดรนกามิกาเซ่' ถูกใช้โจมตีทหารไทย เลียนแบบโมเดลยูเครนใช้ต่อกรรัสเซีย กับคำถามใครถ่ายทอดให้ในเวลาอันสั้น?
THE STATES TIMES
อัพเดต 15 ธ.ค. 2568 เวลา 03.50 น. • เผยแพร่ 15 ธ.ค. 2568 เวลา 05.30 น. • Hard News Teamชำแหละ เทคนิคโดรนกามิกาเซ่ เขมรเรียนมาจากใคร
กลับมาสู่สงครามไทย-กัมพูชาที่เปิดฉากขึ้นอีกครั้ง ในครั้งนี้เราจะเห็นได้ว่านอกจากเครื่องยิงจรวดที่ฝั่งกัมพูชาขนมาใช้แล้วยังมีโดรนกามิกาเซ่ หรือ ในวงการเรียกกันว่า โดรนมุมมองบุคคลที่ 1 หรือ โดรน FPV ที่ย่อมาจาก First-Person View Drone นั่นเอง
ประวัติของโดรน FPV นั้นเกิดมาตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยกองทัพเรือสหรัฐอเมริกาใช้อากาศยานไร้คนขับแบบพุ่งชนที่ใช้ระบบภาพและควบคุมระยะไกลด้วยกล้องโทรทรรศน์ โดยใช้อากาศยานนี้พุ่งชนเป้าหมาย หน่วยที่ใช้คือ หน่วย Special Task Air Group One (STAG-1) ของกองทัพเรือสหรัฐ ซึ่งได้ปฏิบัติภารกิจด้วย TDR-1 จากฐานบินที่ Banika Field และพื้นที่ Russell Islands ในหมู่เกาะโซโลมอน และจากเกาะกรีน เพื่อโจมตีเป้าหมายของญี่ปุ่นในช่วง เดือนกันยายน–ตุลาคม 1944 ซึ่งนี่เองเป็นเครื่องต้นแบบและถูกพัฒนามาเป็นโดรน FPV ในที่สุด
ส่วนในปัจจุบันสงครามที่มีการใช้โดรน FPV คือสงครามยูเครน-รัสเซียนั่นเอง แต่การใช้โดรนของทั้งสองฝ่ายมีความแตกต่างกัน โดยเอย่าจะอธิบายว่า ฝ่ายรัสเซียเลือกใช้โดรนโจมตีป้อมค่ายเพื่อเปิดแนวรบให้ทหารราบหรือใช้ป้องกันแนวตั้งรับเพื่อจำกัดขอบเขตการโจมตีของฝ่ายตรงข้าม ในขณะที่ฝ่ายยูเครนมีการใช้โดรน FPV มากกว่าในการสอดแนมและโจมตีเป็นหลัก โดยจะเน้นโจมตีไปยังโจมตียานพาหนะและอุปกรณ์ฝ่ายรัสเซีย
หันกลับมาดูสงครามไทย-กัมพูชาบ้าง ปัจจุบันไม่มีหลักฐานยืนยันว่ากองทัพไทยได้นำโดรน FPV แบบพุ่งชนไปใช้โจมตีฝ่ายกัมพูชา ในสถานการณ์ปะทะชายแดนซึ่งต่างจากฝ่ายกัมพูชาที่มีหลักฐานว่ามีการใช้โดรน FPV ซึ่งใช้โจมตีแบบเดียวกับโมเดลของกองกำลังยูเครนใช้ในการปะทะกับฝ่ายรัสเซียและโดรน FPV นี่เองที่เป็นสาเหตุที่ทำให้เหล่าทหารกล้าของไทย คำถามคือใครเป็นคนถ่ายทอดเทคโนโลยีนี้ให้แก่ กัมพูชาในระยะเวลาอันสั้นแบบนี้
อีกเรื่องคืออยู่ดีๆไทยก็ไปยึดอาวุธที่มาจากจีนได้แบบเหมือนทิ้งให้เรายึดแบบง่ายๆ คำถามคือ ถ้าฐานนั้นมีอาวุธรุ่นล่าสุดขนาดนี้ทำไมกองทัพกัมพูชาไม่ใช้ตอบโต้กับไทย แต่กับทิ้งฐานพร้อมอาวุธเหล่านี้ให้ไทยยึดเอาง่ายๆ กูรูสงครามที่เอย่าไปพบมีความเห็นน่าสนใจว่า
1. กองทัพกัมพูชาได้อาวุธนี้จากฝ่ายไหน ถ้าได้จากจีนจริง จีนต้องถ่ายทอดเทคโนโลยีการใช้งานให้ ไม่ใช่ซื้อมาทิ้งแบบนี้
2. ข่าวนี้ออกมาเพื่อเบี่ยงประเด็นเรื่องคนขับโดรนที่โดนระบุว่าเป็นพวกหัวทองขับโดรนจู่โจม ซึ่งสาวไปสาวมาจะพบว่าเป็นพวกหัวทองเดียวกันกับที่สอนกองทัพกะเหรี่ยงใช้โดรนจู่โจมกองทัพเมียนมาจนแตกพ่าย
3. การป้ายสีครั้งนี้เพื่อพยายามจะดิสเครดิตจีนในสายตาของฝ่ายไทยหรือเปล่า แต่คงลืมไปว่ามีคนไทยจำนวนไม่น้อยที่มองออกถึงการจัดฉากครั้งนี้ว่าอาวุธมันใหม่เสียจนเหมือนเอามาตั้งไว้เพื่อให้จับมากกว่าเอามาใช้งานเพราะอาวุธที่จับได้ทั้งหมดไม่มีการใช้งานแต่อย่างใด
สุดท้ายคงต้องถามกองทัพไทยว่ามองออกหรือยังว่าใครคือ "มหามิตร" หรือ "หมามิตร"