โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

MPJ ลุยเปิดลาน “ตู้คอนเทนเนอร์” 2 แห่ง รับดีมานด์ย้ายฐานผลิตพุ่ง

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 25 ส.ค. 2568 เวลา 07.27 น. • เผยแพร่ 25 ส.ค. 2568 เวลา 07.27 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

นายสิษฐวัศ เลิศอมรกิตติ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายขายและการตลาด และนายไพรัต ภูฆัง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายบัญชีและการเงิน บริษัท เอ็ม พี เจ โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ MPJ ร่วมนำเสนอข้อมูล ภายในงานบริษัทจดทะเบียนพบนักลงทุน (Opportunity Day) ตอกย้ำความสำเร็จหลังจากประกาศผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนแรกปี 2568 มีรายได้จากการให้บริการรวม 536.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 59.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 55.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

พร้อมเปิดเผยถึงภาพรวม ของอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ในประเทศ ครึ่งปีหลัง 2568 ว่า บริษัทฯ ยังได้รับปัจจัยหนุนจากการ ย้ายฐานการผลิตจากจีนมายังประเทศไทย ส่งผลให้ปริมาณงาน (วอลุ่ม) จากความต้องการใช้ทั้งด้านการขนส่ง พื้นที่จัดเก็บ เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งนี้ MPJ ยังคงเดินหน้าลงทุน เพื่อเสริมศักยภาพการให้บริการแบบครบวงจรใน 4 กลุ่มธุรกิจต่อเนื่อง ภายใต้งบลงทุนรวมกว่า 554 ล้านบาท แบ่งเป็นแผนการลงทุน 3 ธุรกิจ ได้แก่

โดยธุรกิจบริหารการจัดเก็บตู้คอนเทนเนอร์ ตั้งงบลงทุน 194 ล้านบาท ทั้งนี้บริษัทฯ ทยอยเปิดให้บริการโครงการลานตู้คอนเทนเนอร์ ในช่วงปลายไตรมาส 3/2568 ในพื้นที่ลาดกระบัง มีพื้นที่ 24.30 ไร่ ซึ่งเป็นทำเลที่ตั้งเชิงยุทธศาสตร์ อยู่ใกล้สนามบินสุวรรณภูมิ และมีทางรถไฟเชื่อมต่อไปยังท่าเรือแหลมฉบังและมาบตาพุด ทำให้สามารถเชื่อมโยงการขนส่งได้ครบทุกเส้นทาง สามารถรองรับการใช้งานของลูกค้าเพิ่มขึ้นอีก 3,125 TEUs หรือประมาณการจำนวนตู้เข้า-ออกทั้งปีที่ 240,000 TEUs และบริษัทฯ คาดว่าสร้างรายได้ให้กับบริษัทฯ แบบเต็มปีตั้งแต่ปี 2569 จำนวน 100 ล้านบาท และเพิ่มขึ้นเป็น 123 ล้านบาท ในปีถัดไป

ส่วนโครงการส่วนขยายใกล้เคียงบริเวณเดิม (แหลมฉบัง) คาดว่าจะเริ่ม Operate ได้ในช่วงกลางไตรมาส 4/2568 ซึ่งเป็นโครงการที่อยู่ในพื้นที่ส่งเสริมการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) ดังนั้นการลงทุนลานตู้คอนเทนเนอร์ จึงเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจในอนาคต โดยบริษัทฯ ได้เตรียมพัฒนาและก่อสร้างลานตู้คอนเทนเนอร์ บนพื้นที่ 19.37 ไร่ สามารถรองรับการใช้งานลูกค้าเพิ่มขึ้นอีก 3,000 TEUs หรือประมาณการจำนวนตู้เข้า-ออกทั้งปีที่ 200,000 TEUs โดยคาดว่าจะสร้างรายได้ให้กับบริษัทฯ ในปี 2569 จำนวน 50 ล้านบาท และเพิ่มขึ้นเป็น 120 ล้านบาทในปีถัดไป

ขณะที่ ธุรกิจการให้บริการขนส่งทางบกต่อเนื่องกับท่าเรือตั้งงบลงทุน 40 ล้านบาท สำหรับรองรับการขยายเครือข่ายการขนส่งภายในประเทศ (Domestic Transportation) ครอบคลุมทั่วประเทศ ปัจจุบันมีรถบรรทุกที่ให้บริการทั้งหมด 215 คัน และยังมีรถบรรทุกพันธมิตรเป็นผู้รับจ้างงานช่วง (Sub-Contract Trucks) อีกประมาณ 50 คัน อีกทั้งมีแผนการนำรถบรรทุก EV จากกลุ่มพันธมิตรเข้ามาใช้งานในปีนี้ 120 คัน จากปัจจุบัน 30 คัน และการขยายการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศโดยเฉพาะในประเทศกลุ่ม CLMV

ธุรกิจการให้บริการให้เช่าคลังสินค้า งบลงทุน 320 ล้านบาท ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการก่อสร้างคลังสินค้าแห่งใหม่ ในจังหวัดระยอง เฟส 2 ซึ่งมีพื้นที่ 18,000 ตรม. โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จ และพร้อมรับรู้รายได้ในปี 2569 เป็นต้นไป ทั้งนี้ในปัจจุบันมีกลุ่มลูกค้าในกลุ่มอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ปิโตรเคมี และพลาสติก ให้ความสนใจเช่าพื้นที่อย่างต่อเนื่อง และยังอยู่ระหว่างเจรจาอีกหลายราย ซึ่งคาดว่าได้ข้อสรุปในเร็วๆ นี้

ในขณะที่ธุรกิจให้บริการจัดการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ บริษัทฯ เร่งเดินหน้าขยายการให้บริการไปยังตลาดในภูมิภาคใหม่ๆ เพิ่ม โดยเฉพาะตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นตลาดที่มีศักยภาพในการเติบโตสูง ควบคู่กับการขยายตลาดในโซนเอเชีย รวมทั้งการศึกษาการขยายการให้บริการขนส่งสินค้าทางอากาศเพิ่มทั้งในประเทศ และต่างประเทศ

อย่างไรก็ตาม จากความมุ่งมั่นการขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่องดังกล่าวข้างต้น ส่งผลให้เป้าหมายรายได้ของบริษัทในปีนี้แตะที่ระดับ 1,240 ล้านบาท เติบโตขึ้น 22% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ตามแผนที่วางไว้ เป็นการสะท้อนให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของธุรกิจโลจิสติกส์ที่เป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจไทย อย่างไรก็ตามทาง MPJ ยังคงรักษาอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) ที่ระดับ 0.6 เท่า เพื่อสะท้อนความมั่นคงทางการเงิน และติดตามนโยบายทั้งในและต่างประเทศอย่างใกล้ชิด เพื่อปรับกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...