โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

สื่อนอกแฉ!! ‘ฮุน เซน’ รายได้เดือนละ 4 หมื่น แต่รวยทะลุ 1.4 แสนล้าน ชี้มาจากครอบครัวคุม ‘ธุรกิจ-สื่อ-กองทัพ’ ครองอาณาจักรกัมพูชาเบ็ดเสร็จ

THE STATES TIMES

อัพเดต 25 ส.ค. 2568 เวลา 06.05 น. • เผยแพร่ 25 ส.ค. 2568 เวลา 05.30 น. • Hard News Team

(25 ส.ค. 68) นิตยสาร Property & Development ของอังกฤษ เปิดโปงว่า ‘ฮุน เซน’ อดีตนายกรัฐมนตรีกัมพูชา และครอบครัวมีทรัพย์สินมูลค่าไม่น้อยกว่า 4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือกว่า 1.4 แสนล้านบาท แม้รายได้ทางการจากตำแหน่งผู้นำประเทศจะเพียงเดือนละ 40,000 บาทเท่านั้น แต่กลับสะสมความมั่งคั่งผ่านเครือข่ายธุรกิจและอำนาจการเมืองตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา

นอกจากนี้ รายงานจากองค์กร Global Witness เมื่อปี 2016 ระบุว่า ครอบครัวฮุน เซน เป็นเจ้าของกิจการในกัมพูชามากกว่า 100 บริษัท มูลค่ารวมกว่า 7,000 ล้านบาท และยังมีที่ดินและทรัพย์สินในต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นสิงคโปร์ ออสเตรเลีย หรือสหราชอาณาจักร เครือข่ายอิทธิพลนี้ทำให้ราชวงศ์ฮุนยังคงกุมทั้งอำนาจการเมือง เศรษฐกิจ กองทัพ และสื่อภายในประเทศ

แม้จะถูกวิจารณ์หนักเรื่องความหรูหราส่วนตัวท่ามกลางความยากจนของชาวกัมพูชา เช่น การสวมใส่นาฬิกามูลค่าหลายสิบล้านบาทต่อเรือน แต่ครอบครัวฮุน เซน ก็ยังคงรักษาฐานอำนาจได้แน่น ผ่านการแต่งตั้งลูกหลานเข้าคุมตำแหน่งสำคัญ ทั้งกองทัพ รัฐบาล และธุรกิจสื่อ โดยในปี 2023 ฮุน เซน ส่งต่อเก้าอี้นายกรัฐมนตรีให้บุตรชาย ‘ฮุน มาเนต’ ขณะที่ตนเองขึ้นเป็นประธานวุฒิสภา

นักวิเคราะห์ชี้ว่า การสะสมทรัพย์สินและอำนาจของราชวงศ์ฮุน คล้ายกับตระกูลการเมืองทรงอิทธิพลในภูมิภาคอื่น ขณะเดียวกันก็สะท้อนปัญหาความเหลื่อมล้ำในกัมพูชาอย่างชัดเจน แม้จะมีเสียงเรียกร้องความโปร่งใสเพิ่มขึ้นจากทั้งภายในและต่างประเทศ แต่ด้วยโครงสร้างอำนาจที่ฝังรากลึก จึงยากที่ครอบครัวฮุนจะสูญเสียอิทธิพลในเร็ววัน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...