โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

เสถียร เศรษฐสิทธิ์ ปั้นคาราบาว...ผงาดตลาดโลก

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 13 เม.ย. 2565 เวลา 18.35 น. • เผยแพร่ 14 เม.ย. 2565 เวลา 02.49 น.

กว่า 21 ปีของ “คาราบาวกรุ๊ป” กับความยิ่งใหญ่ในตลาดชูกำลังจนสร้างแบรนด์ทะยานตลาดแล้วกว่า 57 ประเทศทั่วโลก โกยยอดขายกว่า 1.7 หมื่นล้าน มีสินค้ามากมายทั้งชูกำลัง, กาแฟ, น้ำดื่ม

รวมถึงการสร้างปรากฏการณ์ใหม่ของสินค้าไทยด้วยการเข้ามาสนับสนุนฟุตบอลลีกคัพ (คาราบาวคัพ) เพื่อเป็นกุญแจในการส่งชูกำลังไปบุกตลาดในยุโรป

“ประชาชาติธุรกิจ” สัมภาษณ์พิเศษ “เสถียร เศรษฐสิทธิ์” ซีอีโอบริษัท คาราบาวกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ถึงแนวคิดยุทธศาสตร์การปรับตัวหลังต้องเผชิญปัจจัยลบรอบด้าน หลังธุรกิจหลักอย่างชูกำลังเมื่อตลาดเริ่มอิ่มตัวกับก้าวใหม่สู่การแตกไลน์สินค้าที่หลากหลายขึ้น

เสริมทัพน้องใหม่บุก

ซีอีโอบริษัทคาราบาวกรุ๊ป เริ่มต้นบทสนทนาด้วยการฉายภาพรวมตลาดเครื่องดื่มชูกำลังว่า ประเมินภาพรวมตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศปีนี้จะฟื้นตัวมากขึ้นจากปีที่ผ่านมา หากสถานการณ์โควิดมีทิศทางที่ดีขึ้น หลังปีที่ผ่านมาต้องเผชิญปัจจัยลบรอบด้าน

โดยปี 2564 แม้คาราบาวกรุ๊ปมีรายได้จากการขาย 17,364 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.8% ขณะที่รายได้จากการรับจ้างจัดจำหน่ายเติบโต 47.9% คิดเป็นรายได้ที่มาจากในประเทศ 45% หรือมียอดขายอยู่ที่ 5,697 ล้านบาท ลดลง 4.8% ซึ่งเป็นผลจากการลดลงของเครื่องดื่มคาราบาวแดงเป็นหลัก

สาเหตุหลักมาจากปีที่ผ่านมาตลาดเครื่องดื่มบำรุงกำลังในประเทศติดลบถึง 7.5% เป็นผลมาจากการแข่งขันและการแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งปัจจุบันคาราบาวแดงมีส่วนแบ่งการตลาด 20.7% จากปี 2563 ที่มีส่วนแบ่งทางการตลาดอยู่ที่ 21.4%

ตลาดเครื่องดื่มชูกำลังที่ปรับตัวลดลง ไม่ใช่เรื่องแปลกแต่อย่างใด เพราะตลอดช่วง 2 ปีที่ผ่านมาการระบาดของโควิด-19 กระทบกำลังซื้อให้ลดลง และการแข่งขันที่รุนแรงตลอดช่วงปลายปีที่ผ่านมา

ทำให้สภาพตลาดเริ่มมาถึงจุดอิ่มตัว บริษัทจึงต้องหันไปหาการเติบโตจากสินค้ากลุ่มอื่นด้วยการแตกไลน์สินค้าใหม่เข้ามาเสริมพอร์ตแทน ทั้งในกลุ่ม food และ nonfood

แม่ทัพใหญ่คาราบาวกรุ๊ปย้ำว่า ปีนี้มีแผนเปิดตัวสินค้าใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่องตามแผนงานที่วางไว้ อาทิ สินค้าในกลุ่มกัญชง-กัญชาที่ผสมสารสกัด CBD คาดว่าปีนี้จะเห็นการออกสินค้ากลุ่มนี้ 3 โปรดักต์ ทั้ง soft drink ไปจนถึง functional drink จะเริ่มเห็นการออกสินค้าตั้งแต่ช่วงไตรมาส 2/2565 เป็นต้นไป

นอกจากนี้ บริษัทยังวางงบฯลงทุนไว้600 ล้านบาท ซึ่งเป็นงบฯลงทุนปกติทุกปีในการต่อยอดการเติบโตของบริษัท เบื้องต้นขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาการซื้อกิจการ (M&A) ที่มีโอกาสเพื่อต่อยอดและสร้างการเติบโต ล่าสุดบริษัทได้ออกหุ้นกู้ 5,000 ล้านบาท

เพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต โดยบริษัทไม่ได้เน้นการเติบโตแต่เฉพาะเครื่องดื่มชูกำลัง แต่ยังมองหาโอกาสทางการเติบโตใหม่ ๆ ของตลาด ทั้งในกลุ่ม food และ nonfood ที่ยังมีโอกาสเติบโตต่อไปในอนาคต

ยันตรึงราคาแม้ต้นทุนพุ่ง

“เสถียร” ยังกล่าวด้วยว่า ที่ผ่านมาเครื่องดื่มชูกำลังที่เป็นสินค้าหลักต้องเผชิญปัจจัยลบรอบด้าน ทั้งโควิด-19 ที่ลากยาวแล้ว ตลอดจนปัญหาต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงปลายปีที่ผ่านมา ส่งผลให้บริษัทประกาศปรับขึ้นราคาขายส่ง 1-2% เพื่อสะท้อนต้นทุน

แต่ในส่วนราคาขายปลีกยังคงตรึงราคาไว้ที่ขวดละ 10 บาทเช่นเดิม ขณะเดียวกัน บริษัทจะยังให้ความสำคัญกับการลดต้นทุน ควบคุมค่าใช้จ่าย และผลักดันยอดขายแทนการปรับขึ้นราคา

เพื่อช่วยเหลือผู้บริโภคในสถานการณ์ค่าครองชีพสูงขึ้น ผ่านแคมเปญ “คาราบาวแดง เครื่องดื่มระดับโลก ช่วยคนไทยลดค่าครองชีพ 10 บาทเท่าเดิม” เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภค

นอกจากการประกาศตรึงราคาแล้ว เรายังได้แคมเปญ “บาวแดง แจกมอเตอร์ไซค์ 500 คัน” (เริ่ม 8 เมษายน 2565 ถึง 4 กุมภาพันธ์ 2566) รวมทั้งจะมีการส่งทีมงานรวมถึงสาวบาวแดงลงพื้นที่เข้าไปช่วยจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายให้กับร้านค้าทั่วประเทศ ตลอดจนลงพื้นที่ประชาสัมพันธ์โปรโมชั่นนี้”

เพิ่มโฟกัสบุกต่างประเทศ

คีย์แมนคาราบาวแดงกล่าวถึงตลาดต่างประเทศว่า ปี 2564 ที่ผ่านมาคาราบาวแดงทำรายได้จากต่างประเทศได้ 6,925 ล้านบาท ลดลง 14.5% หรือคิดเป็นสัดส่วน 55% จากยอดขายรวมหลัก ๆ เป็นผลมาจากการระบาดของโควิด-19 ที่ส่งผลต่อการกระจายสินค้าและช่องทางการจำหน่าย

แต่ยอดส่งออกไปจีนกลับเพิ่มขึ้น 89.7% ทำให้แผนงานหลักในปีนี้บริษัทจะยังเดินหน้าโฟกัสการทำตลาดไปยังประเทศจีนอย่างต่อเนื่อง โดยได้มีการปรับกลยุทธ์ธุรกิจในประเทศจีนด้วยการหันมาเจาะตลาดนอกเขตเมืองมากขึ้นและมั่นใจว่าจะสามารถกลับมาสร้างการเติบโตในจีนได้ 50-60% ในสิ้นปีนี้

ควบคู่กับการขยายเข้าไปทำตลาดในประเทศอินโดนีเซียและฟิลิปปินส์เพิ่มเติมเบื้องต้นขณะนี้ได้มีการจับมือกับพันธมิตรในการขยายตลาดแล้ว ส่วนการบุกตลาดอังกฤษบริษัทได้ปรับกลยุทธ์ด้วยการใช้โรงงาน OEM

ในฮอลแลนด์เป็นฐานการผลิตเพื่อลดต้นทุน logistic สำหรับการบุกตลาดอังกฤษ และคาดว่าปีนี้ธุรกิจในอังกฤษจะฟื้นตัวขึ้น 50-60% ขณะที่การส่งออกไปยังเมียนมาและกัมพูชาน่าจะฟื้นตัวได้อย่างช้า ๆ และไม่ง่ายที่จะสร้างการเติบโตให้ได้ถึงสองหลักในปี 2565

“ประเทศจีนเป็นตลาดที่มีศักยภาพทางการเติบโตสูง ด้วยจำนวนประชากรสูงสุดเป็นอันดับ 1 ของโลก จึงมีการวางแผนการตลาด ส่งเสริมการขาย และขยายช่องทางจำหน่ายร่วมกับบริษัทคู่ค้าอย่างต่อเนื่อง

โดยปีที่ผ่านมาได้นำร่องเอาเครื่องดื่มบำรุงกำลังคาราบาวประเภทไม่อัดก๊าซในขวดแก้วไปจำหน่ายเพื่อขยายกลุ่มลูกค้าในหลายพื้นที่ ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีและมีแผนจะขยายตลาดเพิ่มต่อเนื่อง”

ชู “สปอร์ตมาร์เก็ตติ้ง”

“เสถียร” ย้ำในตอนท้ายว่าไม่เพียงแต่ในแง่ของโปรดักต์ไลน์ที่ต้องกระจายให้ครอบคลุม แต่การสื่อสารทางการตลาดคือกุญแจสำคัญที่บริษัทให้ความสำคัญมาโดยตลาด

โดยเฉพาะกลยุทธ์สปอร์ตมาร์เก็ตติ้งที่จะเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง และจะเป็นกลยุทธ์หลักในการขยายตลาดในระดับโลก โดยเฉพาะ “ฟุตบอล” ซึ่งเป็นกีฬาสากลที่สามารถเข้าถึงคนทั่วโลกได้

ล่าสุดได้ขยายสัญญาเป็นผู้สนับสนุนหลัก “คาราบาวคัพ” ต่อเนื่องไปอีก 2 ปี (ปี 2021 และ 2022) ซึ่งแม้สัญญาดังกล่าวจะหมดในสิ้นสุดฤดูกาล 2022 นี้แต่แม่ทัพใหญ่แห่งคาราบาวบอกว่าไม่ได้นิ่งนอนใจแต่อย่างใด

เบื้องต้นขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาต่อสัญญาในอนาคตเพิ่มเติม แสดงถึงความมุ่งมั่นของบริษัทในการสร้างแบรนด์ในระดับโลกซึ่งต้องอาศัยความต่อเนื่องและนับเป็นปีที่ 4 ของคาราบาวกรุ๊ปกับการสร้างแบรนด์องค์กรและสินค้าผ่าน “คาราบาวคัพ” ในตลาดอังกฤษและยุโรปเป็นการส่งเสริมภาพลักษณ์ในการพาแบรนด์เครื่องดื่มไทยบุกตลาดโลก

ซึ่งจะส่งผลให้แบรนด์คาราบาวเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก ตอบโจทย์วิสัยทัศน์ในการก้าวเป็นสินค้าระดับโลกและแบรนด์ระดับโลก(world class product, world class brand) ของคาราบาวกรุ๊ป

สำหรับภาพรวมในปีนี้บริษัทตั้งเป้าการเติบโตของยอดขายไว้ที่ 30-40% จากปีก่อน โดยจะมีปัจจัยหนุนมาจากการจัดจำหน่ายกลุ่มสินค้าแอลกอฮอล์ (ข้าวหอม และโซจู แทยัง) ที่คาดว่าจะมียอดขายที่สูงกว่า 50% ในปีนี้ ซึ่งที่ผ่านมาสินค้ากลุ่มนี้สามารถทำยอดขายเติบโตได้สูงมาอย่างต่อเนื่อง

และคาดว่าในช่วงครึ่งปีแรกยอดขายกลุ่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จะเติบโตได้ราว 100% และในช่วงครึ่งปีหลังจะมีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ใหม่เข้ามาเพิ่มเติมอีก ในส่วนเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ เช่น เครื่องดื่มคาราบาว คาดว่าจะเติบโตได้ 20%

นับเป็นอีกหนึ่งแบรนด์ไทยที่สยายปีกพร้อมสร้างปรากฏการณ์ทะยานในตลาดโลกได้อย่างยิ่งใหญ่ไม่แพ้โกลบอลแบรนด์รายอื่น ๆ และต้องจับตาสเต็ปต่อไปของยักษ์ใหญ่รายนี้กับความสำเร็จในระดับสากล

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...