โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เจน 3 เบอร์แทรม ดัน ‘เซียงเพียว’ ผงาดเอเชีย

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 07 เม.ย. 2565 เวลา 08.32 น. • เผยแพร่ 07 เม.ย. 2565 เวลา 04.09 น.

กว่า 64 ปี ยาหม่องน้ำเซียงเพียว หรือเซียงเพียวอิ๊ว ของ “ห้างหุ้นส่วน จักรินทร์เภสัช” ในยุคเริ่มต้น สู่บริษัท เบอร์แทรม (1958) จำกัด ที่มีสินค้าหลากหลาย อาทิ ยาดม ยาหม่อง ยาหม่องน้ำ ครีมบรรเทาอาการปวด รวมถึง “เป๊ปเปอร์มิ้นท์ ฟิลด์” เข้ามาเสริมพอร์ตโฟลิโอ

“ประชาชาติธุรกิจ” สัมภาษณ์พิเศษ “กลม-หิรัญ แสงหิรัญ” รองประธานบริหารด้านธุรกิจ เจเนอเรชั่น 3 เจ้าของอาณาจักรสมุนไพรเบอร์ต้นของเมืองไทย กับภารกิจทรานส์ฟอร์มองค์กรสู่เป้าหมายการเป็นรีจินอลแบรนด์

“คุณกลม-หิรัญ” เริ่มฉายภาพธุรกิจของเซียงเพียวให้ฟังว่า ปัจจุบันยอดขายกว่า 90% มาจากการผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากสมุนไพร มี เซียงเพียว เป็นแบรนด์หลัก มีสัดส่วนยอดขายกว่า 70% ที่ผ่านมาค่อย ๆ เพิ่มสินค้าใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง

ทั้งรูปแบบ บาล์ม ที่เน้นขายในกัมพูชาเป็นหลัก ยาดมเซียงเพียว และเซียงเพียว รีลีฟครีม บรรเทาอาการปวดเมื่อย ตามด้วยแบรนด์ที่ 2 “เป๊ปเปอร์มิ้นท์ ฟิลด์” ที่เกิดขึ้นในปี 2547-2548 (ในรุ่น 2) ที่มีสินค้าทั้ง ยาดม, Balm Gel และ Balm Stick

คีย์แมนเบอร์แทรมฯยอมรับว่า ตลอดช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ภาพรวมของตลาดยาดมได้รับผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 ค่อนข้างมาก โควิดทำให้คนพกพายาดมน้อยลง จากเดิมที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง

โดยมีผู้เล่นหลัก 3-4 ราย แต่ระยะหลังเริ่มมีผู้เล่นมากขึ้น อย่างไรก็ตาม พอโควิดคลี่คลาย ตลาดก็กลับมาค่อย ๆ ฟื้นตัว และตลาดมีการแข่งขันสูงขึ้น แต่จากกระแสรักสุขภาพและความสนใจในสมุนไพรที่มีมากขึ้น คาดว่าจะทำให้ตลาดเติบโตดี

“ช่วงโควิด ยาดมที่เป็นธุรกิจหลักของเราได้รับผลกระทบพอสมควร เพราะผู้คนสวมหน้ากากอนามัยและไม่ดมยาดม ปีที่ผ่านมา เราได้ผลิต เป๊ปเปอร์มิ้นท์ ฟิลด์ แมสก์ ดรอป สำหรับใช้หยดบนหน้ากากเพื่อเพิ่มความหอมสดชื่นออกมาทำตลาด ซึ่งกระแสตอบรับดี”

สร้างความต่างเพิ่มดีมานด์

เจน 3 เซียงเพียว กล่าวถึงแผนงานหลักจากนี้ไปว่า จะเน้นกลยุทธ์หลักในเรื่องของการสร้างความแตกต่าง differentiation และยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง consumer centric เป็นสำคัญ ด้วยการพัฒนาโปรดักต์ใหม่ที่สอดรับกับความต้องการผู้บริโภค เพื่อสร้างการเติบโตแบบยั่งยืน

โดยเน้นการจัดอีเวนต์เพื่อสร้างการเข้าถึงและใกล้ชิดลูกค้า และกลับมาพัฒนาสินค้าต่อ โดยยุทธศาสตร์หลักในปีนี้จะโฟกัสแบรนด์เซียงเพียวเป็นหลัก ด้วยการปรับเปลี่ยนให้เซียงเพียวตอบโจทย์ผู้บริโภคมากขึ้น โดยช่วงไตรมาส 3/65 เตรียมการรีแบรนดิ้ง กลุ่มยาหม่องน้ำ

และจะเปิดตัวยาดมใหม่ของเซียงเพียวขึ้นมา และมีสินค้าในกลุ่มบรรเทาอาการปวดเมื่อย ออกมาอีก 2 รายการ รวมถึงการรีแบรนด์กลุ่มยาดม, กลุ่มรีลีฟครีม (แก้ปวดเมื่อย) เพื่อให้เชื่อมโยงกับสินค้าหลักของแบรนด์มากขึ้น นอกจากนี้ยังมีการปรับฟีเจอร์ การใช้งานของฟังก์ชั่นต่าง ๆ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการมากขึ้น เช่น ยาดมที่สามารถเติมหยดกลิ่นได้เมื่อกลิ่นจางหาย เป็นต้น

พร้อมกันนี้ยังมีแผนเปิดตัวแฟลกชิปแห่งแรก “เซียงเพียว เอ็กซ์พีเรียนซ์ สโตร์”ที่เซียงเพียว ไบค์พาร์ค ซ.โยธินพัฒนา 3 เลียบทางด่วนเอกมัย-รามอินทรา และจะเป็นสโตร์ฟอร์แมตที่จะไปเปิดในทำเลที่มีศักยภาพ ย่านธุรกิจการค้า ชุมชน รวมถึงต่างประเทศ

และจะมีการต่อยอดสินค้าสุขภาพ ด้วยการเปิดตัวสนามกีฬา สนามจักรยาน สนามเทนนิส สนามสเกต จากเดิมที่มีเซียงเพียว ไบค์พาร์ค, เซียงเพียว ปั๊มแทร็ค สนามสเกต (เขาใหญ่ จ.นครราชสีมา) เพื่อสร้างแบรนด์และเน้นเรื่องกลยุทธ์ทางการตลาด เพื่อส่งเสริมให้คนออกมาใช้ชีวิตนอกบ้านมากขึ้น ซึ่งธุรกิจนี้ยังเป็นธุรกิจเล็ก ๆ มีสัดส่วนไม่ถึง 10%

รุกธุรกิจใหม่ “ขนม-สปา”

รองประธานบริหาร เบอร์แทรมฯ เล่าต่อไปว่า เมื่อปลายปีที่ผ่านมายังได้เข้าร่วมทุนเป็นพาร์ตเนอร์ John Donut โดนัทชื่อดังใน จ.ภูเก็ต โดยเริ่มเปิดสาขาแรกในกรุงเทพฯที่ เซียงเพียว ไบค์พาร์ค

และในอนาคตอาจจะขยายเพิ่ม 1-2 สาขา ในกรุงเทพฯ เพื่อศึกษาตลาด และจะเป็นโมเดลต้นแบบที่จะขยายตัวตามหัวเมืองใหญ่ในอนาคต อาทิ เชียงใหม่ ขอนแก่น เป็นต้น

นอกจากนี้ ยังร่วมทุนในบริษัท ออเทนติก ไทย สปา จำกัด เจ้าของผลิตภัณฑ์ “สบายอารมณ์” ซึ่งเป็นอีกหนึ่งขาธุรกิจใหม่ของบริษัท โดยช่วงแรกอยู่ระหว่างจัดการระบบหลังบ้าน พัฒนา ปรับปรุงระบบต่าง ๆ และเริ่มกลับมาขายผลิตภัณฑ์สบายอารมณ์ทางช่องทางออนไลน์

ตั้งเป้าก้าวสู่ “รีจินอลแบรนด์”

ด้านตลาดต่างประเทศ “หิรัญ” กล่าวต่อไปว่า วันนี้แม้แบรนด์เซียงเพียวจะเป็นผู้นำในตลาดเวียดนาม กัมพูชา มาเลเซีย สิงคโปร์ และไทย ที่เป็นตลาดที่บริษัทแข็งแกร่งมาก ซึ่งที่ผ่านมาบริษัทได้ขยายเข้าไปทำตลาดแล้วกว่า 20 ประเทศทั่วโลก

และจากนี้ไปมีแผนจะขยายตลาดเพิ่ม ไม่ว่าจะเป็น เมียนมา อินโดนีเซีย รวมถึงการโฟกัสการทำตลาดในจีนและอินเดีย ที่กระแสความนิยมสินค้าสมุนไพรไทยได้รับความนิยมมากขึ้น

โดยจะขยายเข้าไปทำตลาดเพิ่มเติมร่วมกับตัวแทนจำหน่ายในประเทศจีน โดยวางเป้าหมายอีก 4-5 ปี ในการก้าวสู่แบรนด์ระดับเอเชีย หรือรีจินอลแบรนด์แบบเต็มตัว ขณะเดียวกันก็ได้มีการตั้งทีมออนไลน์ขึ้นมาเพื่อซัพพอร์ตเพิ่มเติม

ก่อนหน้านี้ ปี 2564 บริษัทมียอดขายนิวไฮราว 1,400 ล้านบาท แบ่งเป็นต่างประเทศ 800-900 ล้านบาท ในประเทศ 500 ล้านบาท การเติบโตส่วนใหญ่มาจากการส่งออกเป็นหลัก โดยเฉพาะในตลาดจีนและเวียดนามที่มีการเติบโตต่อเนื่อง สำหรับปี 2565 นี้ บริษัทตั้งเป้าการเติบโตเป็นดับเบิลดิจิตหรือมากกว่า 10%

แม้เราจะให้ความสำคัญกับช่องทางออนไลน์มากขึ้น แต่ช่องทางหลักของเราก็ยังคือออฟไลน์มากกว่า ออนไลน์จะเป็นตัวเสริมด้านการสื่อสารแบรนด์และทำการตลาด ปัจจุบันมีช่องทางการจำหน่ายหลัก แบ่งเป็นร้านขายยา 50% และร้านค้าโมเดิร์นเทรด 50%

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...