เผยแผนกู้ชีพ Alfa Romeo จากความคิดแฟนคลับ ทั้งลดราคา-เพิ่มคุณภาพ คุณว่าจะรอดไหม
Alfa Romeo เป้นรถที่มีตำนานความยิ่งใหญ่ตั้งแต่ในอดีต มีทั้งประวัติศาสตร์ทั้งด้านดี และเคยผ่านปัญหาทางการเงินล้มเหลวมาแล้ว คุณคิดว่าจะมีแผนการกูชีพแบรนด์นี้ให้ฟื้นมาได้อย่างไรกันบ้าง
ทำไมต้องกู้ชีพ Alfa Romeo
Alfa Romeo (อัลฟ่า โรมิโอ) เป็นแบรนด์เก่าแก่ที่มีชื่อเสียงในโลกยานยนต์ ซึ่งเป็นทีมรถแข่งในยุคสงครามโลก สร้างแรงบันดาลใจแก่ Enzo Ferrari ในการก่อตั้งแบรนด์รถสปอร์ต Ferrari ในเวลาต่อมา และแบรนด์งูกินเด็กนี้ ยังเป็นต้นฉบับของการออกแบบรถเก๋งบ้าน ๆ ที่มีทรงสวย ขับสนุก พร้อมด้วยดีกรีการเป็นรถแข่ง นำกลไกเสริมสมรรถนะมาใส่ในรถจำหน่ายจริง เช่น เครื่องยนต์ทวินแคม เพลาราวลิ้นคู่เหนือฝาสูบ มาตั้งแต่ปี 1954 นี่ยังไม่นับถึงเอกลักษณ์ของการออกแบบกระจังลายกระจับ ที่คงความสวยไม่สร่างถึงปัจจุบัน
ทำให้อัลฟ่ามีที่ยืน
ในปี 2021 หลังจากที่กิจการ Alfa Romeo ถูกรวมเข้าไปในกลุ่ม Stellantis ซึ่งบริษัทแม่ยื่นโจทย์ให้รถแต่ละค่ายนั้น ใช้เวลาไม่เกิน 10 ปีในการพิสูจน์ตัวเองว่าคู่ควรกับการมีชีวิตอยู่ในวงการธุรกิจยานยนต์หรือไม่ หากไม่ทำกำไรให้กับกลุ่มนี้ ก็อาจถูกขายออกไป หรืออย่างเลวร้ายสุดคือ ยุบแบรนด์นี้ทิ้งไป อย่างที่กลุ่ม GM เคยยุบแบรนด์เก่าแก่อย่าง Oldsmobile มาแล้ว
ความเห็นแฟนคลับ
การวางแผนกู้ชีพแบรนด์อัลฟ่านั้น ถูกเป็นที่พูดถึงในเว็บไซต์รถยนต์คาร์สคู้ปในต่างประเทศ โดยมีหลายความเห็นที่ได้รับคำชมว่ามีประโยชน์ ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นไอเดียจากผู้ที่ต้องการฟื้นฟูรถยี่ห้อนี้กลับมาโลดแล่นอีกทั้ง
ความเห็นที่ถูกใจหลายคนมากที่สุด คือการวางตำแหน่งการตลาดเป็นรถขับเคลื่อนล้อหลังตามแพลทฟอร์มปัจจุบัน โดยเพิ่มทางเลือกเป็นรถ SUV ขนาดใหญ่ทรงสปอร์ต ส่วนรุ่นซีดานควรใช้ขุมพลังขนาดเบา สำหรับผู้เริ่มต้น จนไปถึงการใส่ระบบไฮบริดเพิ่มมาตามสมัยนิยม
รุ่นเล็กราคาเยา
ความเห็นหนึ่งของแฟนคลับ Alfa Romeo เสนอว่า ควรจะมีรถรุ่นเล็กเหมือนอย่างในอดีตที่มีรุ่น 105 Series ซึ่งได้ข้อดีของการเป็นรถเล็ก น้ำหนักเบา ทำให้ไม่ต้องใช้เครื่องแรงก็ขับได้คล่องตัวมาก ในราคาประหยัดลง หรือไม่ก็ออกรุ่น Giulia ที่มีราคาต่ำลง เพื่อให้ขายออกได้เยอะ โดยอาจจะตัดสิ่งอำนวยความสะดวกบางอย่าง และตัดออพชั่นการตกแต่งหรูหราออกไป ให้เป็นสปอร์ตซีดานทรงดิบ ๆ แทน
ขยายตลาดและการรับประกัน
บางความเห็นเอ่ยถึงการลดปริมาณผลิตภัณฑ์ที่ปล่อยมลพิษลงไป ด้วยการใช้ไฮบริดก่อน ทำให้ช่วยลดการจ่ายค่าปรับในตลาดยุโรป 10,000 เหรียญต่อรถ 1 คัน นอกจากนี้ยังถูกแนะนำให้เพิ่มการรับประกันคุณภาพตัวรถไปเป็น 10 ปีอย่างรถหลายค่ายสักที เพราะมันเคยใช้ได้ผลกับแบรนด์เกาหลี ให้เรียนความมั่นใจกลับมาได้ แล้วทำไมค่ายงูกินเด็กถึงจะทำไม่ได้กันล่ะ
อ่านเพิ่มเติม : บอส Alfa Romeo ยก Lexus เป็นมาตรฐานคุณภาพการผลิตรถใหม่ หวังกวาดยอดด้วย Tonale
สุดท้ายเป้นเรื่องของภาพลักษณ์แบรนด์ ที่ต้องวางตัวให้มีคุณภาพดี และลดราคาให้เหมาะสมลงกว่านี้ ส่วนการแตกไลน์ผลิตภัณ์ใหม่ อาจจะตามมาอีกที หลังจากที่ปรับปรุงคุณภาพตัวรถแล้ว
อ่านเพิ่มเติม : 2023 Alfa Romeo จะกลับมาฟื้นในไทยได้ไหม