โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ช็อก! บราซิลพบ ‘ก้อนหินพลาสติก’ บนเกาะห่างไกล อีกหนึ่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากน้ำมือมนุษย์

MATICHON ONLINE

อัพเดต 16 มี.ค. 2566 เวลา 10.26 น. • เผยแพร่ 16 มี.ค. 2566 เวลา 10.26 น.
(REUTERS/Rodolfo Buhrer)

ช็อก! บราซิลพบ ‘ก้อนหินพลาสติก’ บนเกาะห่างไกล อีกหนึ่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากน้ำมือมนุษย์

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานเมื่อวันที่ 16 มีนาคมว่า นักวิทยาศาสตร์ได้ค้นพบ “ก้อนหินพลาสติก” ในพื้นที่ห่างไกลของประเทศบราซิล ซึ่งสร้างความตื่นตระหนกต่อวงการธรณีวิทยาเป็นอย่างมากและสะท้อนอีกผลกระทบหนึ่งต่อสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากน้ำมือของมนุษย์

ก้อนหินดังกล่าว ซึ่งมีส่วนประกอบของเศษซากขยะพลาสติกที่หลอมละลายและจับตัวเป็นก้อนรวมกับก้อนหินอื่นๆ ถูกค้นพลที่เกาะตรินดาจี ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากรัฐเอสปีรีตู ซานตูของบราซิลไป 1,140 กิโลเมตร และยังเป็นหนึ่งในพื้นที่อนุรักษ์ที่สำคัญที่สุดของโลกสำหรับการวางไข่ของเต่าตนุ โดยนักธรณีวิทยาบราซิลกล่าวว่า ก้อนหินพลาสติกนี้เป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ของอิทธิพลที่เพิ่มขึ้นจากมนุษย์ต่อวัฏจักรทางธรณีวิทยาของโลก

“นี่เป็นเรื่องที่แปลกใหม่และน่าหวาดกลัวในเวลาเดียวกัน เพราะแสดงให้เห็นว่ามลภาวะได้แผ่ขยายไปถึงธรณีวิทยาแล้ว” เฟอร์นันดา อเวอลาร์ ซานโตส นักธรณีวิทยาจากมหาวิทยาลัยแห่งชาติปารานา

ซานโตสและคณะวิจัยได้ทำการทดสอบทางเคมีเพื่อค้นหาคำตอบว่าพลาสติกชนิดใดที่เป็นส่วนประกอบในก้อนหินนี้ ซึ่งถูกเรียกว่า “plastiglomerates” เนื่องจากของแข็งชนิดนี้ก่อตัวขึ้นจากการจับตัวของตระกอนและเศษซากอื่นๆ ที่ถูกเชื่อมด้วยพลาสติก

“พวกเราสามารถระบุได้ว่าสิ่งแปลกปลอมนี้ส่วนมากมาจากอวนประมง ซึ่งเป็นเศษขยะที่พบได้มากบนชายหาดของเกาะตรินดาจี” ซานโตสกล่าว และว่า “ตาข่ายดังกล่าวถูกคลื่นทะเลซัดขึ้นฝั่งและสะสมอยู่บนชายหาด เมื่ออุณหภูมิสูงขึ้น เศษพลาสติกเหล่านี้ก็ได้หลอมละลายและฝังตัวไปกับวัสดุตามธรรมชาติของชายหาด”

ซานโตสกล่าวด้วยว่า บริเวณที่พบก้อนหินพลาสติกนี้เป็นพื้นที่อนุรักษ์ถาวรของบราซิล ใกล้กับจุดที่เต่าตนุวางไข่ ซึ่งในแต่ละปีจะมีเต่าตนุจำนวนหลายพันตัวเดินทางมาที่เกาะตรินดาจีเพื่อออกลูก ส่วนมนุษย์กลุ่มเดียวที่อาศัยอยู่ที่เกาะดังกล่าวคือเจ้าหน้าที่ของกองทัพเรือบราซิล ที่ประจำการเพื่อปกป้องเต่าที่มาทำรังวางไข่เหล่านี้

การค้นพบทางธรณีวิทยาที่น่าตื่นตระหนกนี้ได้ก่อให้เกิดคำถามเกี่ยวกับมลภาวะต่อสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากฝีมือมนุษย์ โดยซานโตสกล่าวว่าก้อนหินนี้เป็นดั่งตัวบ่งชี้ “แอนโธรพอซีน” (Anthropocene) หรือยุคสมัยทางธรณีวิทยาที่แสดงถึงผลกระทบจากมนุษย์ต่อระบบนิเวศและชั้นปฐพีของโลก

“มลภาวะ ขยะในท้องทะเล และเศษซากพลาสติกที่ถูกกำจัดอย่างผิดวิธีในมหาสมุทร กำลังกลายมาเป็นวัสดุทางธรณีวิทยา ที่ถูกเก็บรักษาไว้ในบันทึกทางธรณีวิทยาของโลก” ซานโตสกล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...