BGCเทศกาลดื่มสนั่น เจรจาซื้อธุรกิจต่อยอด
#BGC #ทันหุ้น - บิ๊ก BGC ลั่นรับผลดีเทศกาลสงกรานต์ และการเลือกตั้งทำให้คนออกมากินดื่มเพิ่มขึ้น ยอดขายโค้งแรกชนเป้า ทั้งปีนี้เป้าโตกว่า 10% ชูท่องเที่ยวฟื้นตัว จีนเปิดประเทศ ส่วนต้นทุนพลังงานลดลง แต่แนวโน้มราคาเศษแก้วสีเพิ่มขึ้นเริ่มรับรู้รายได้ "ไพร์ม แพ็คเกจจิ้ง" เมษายนนี้ เดินหน้าซื้อธุรกิจเพิ่มอีก แย้มอยู่ระหว่างเจรจาคาดสิ้นปีนี้ได้ข้อสรุป
นายศิลปรัตน์ วัฒนเกษตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บีจี คอนเทนเนอร์ กล๊าส จำกัด (มหาชน) หรือ BGC เปิดเผยว่า บริษัทได้รับผลดีจากช่วงเทศกาลสงกรานต์ และการที่จะมีการเลือกตั้ง ซึ่งจะทำให้คนทั่วไปมีการจับจ่ายใช้สอยเพิ่มขึ้น ทั้งการกินและดื่ม ซึ่งจะทำให้ผลิตภัณฑ์ของบริษัทมีการความต้องการเพิ่มขึ้น โดยในไตรมาส 1/2566 ที่ผ่านมาบริษัทสามารถทำยอดขายเติบโตได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ ส่วนทั้งปีนี้บริษัทตั้งเป้าว่ายอดขายจะเติบโตกว่า 10% จากปีก่อน ซึ่งจะมีปัจจัยสนับสนุนจากภาวะเศรษฐกิจที่ดีขึ้น รวมถึงการท่องเที่ยวที่กลับมาคึกคัก โดยเฉพาะการที่ประเทศจีนมีการเปิดประเทศ จึงทำให้นักท่องเที่ยวจีนกลับมาท่องเที่ยวในไทยเพิ่มขึ้น
อย่างไรก็ตาม มองว่าในปีนี้ยังเป็นปีที่มีความท้าทายด้านต้นทุนการดำเนินงาน แม้ว่าต้นทุนด้านพลังงานจะมีทิศทางที่ดีขึ้น ทั้งราคาก๊าซที่ปรับตัวลง และค่า Ft ที่มีแนวโน้มจะลดลง แต่ก็มีปัจจัยใหม่ที่มากดดัน ได้แก่ ราคาเศษแก้วสี ที่ใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตขวด ซึ่งในช่วง 1-2 เดือนที่ผ่านมาราคาปรับตัวขึ้นมา ซึ่งแนวโน้มราคามีโอกาสปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง สาเหตุเนื่องจากความต้องการมากขึ้น ขณะที่ปริมาณเศษแก้วสีน้อยลดลง ดังนั้นบริษัทจึงต้องควบคุมต้นทุนการผลิตให้มีประสิทธิภาพ ในส่วนของโซดาแอช ราคายังอยู่ในระดับสูง แต่ก็เป็นไปตามที่บริษัทคาดการณ์ไว้อยู่แล้ว จึงได้มีการเตรียมการรองรับไว้แล้ว
**มองหาซื้อธุรกิจเพิ่ม
นายศิลปรัตน์ กล่าวว่า บริษัทยังมีแผนที่จะขยายการเติบโตของธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ตามแผนยุทธศาสตร์มุ่งสู่การเป็นผู้นำธุรกิจบรรจุภัณฑ์ครบวงจร (Total Packaging Solutions) ขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจาซึ่งเป็นธุรกิจด้านบรรจุภัณฑ์คาดหวังว่าจะได้ข้อสรุปภายในปีนี้ ขณะที่ก่อนหน้านี้บริษัทเพิ่งเข้าไปซื้อกิจการของบริษัท ไพร์ม แพ็คเกจจิ้ง จำกัด ซึ่งเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายบรรจุภัณฑ์พลาสติกชนิดอ่อนและม้วนฟิล์มในประเทศไทย เพื่อขยายการลงทุนในธุรกิจ Flexible Packaging
"เราก็ยังมีดีลที่อยู่ระหว่างการเจรจาที่จะเข้าไปซื้อกิจการเพิ่มอีก ก็ยังเป็นธุรกิจด้านบรรจุภัณฑ์ ส่วนการเข้าไปซื้อ ไพร์ม แพ็คเกจจิ้ง นั้นเรามองว่าเป็นจิ๊กซอว์ตัวแรกที่ทำให้เราขยายเข้าไปสู่ธุรกิจด้าน Flexible Packaging ซึ่งเป็นตลาดใหม่ของเรา ทำให้สามารถขยายตลาดได้เพิ่มขึ้น ในแง่ของการรับรู้รายได้จากไพร์ม แพ็คเกจจิ้ง นั้น จะเริ่มในเดือนเมษายนนี้ แต่มองว่าไม่น่าจะมีผลต่อผลประกอบการของบริษัทมากนัก เพราะรายได้ต่อปีของไพร์ม แพ็คเกจจิ้ง อยู่ที่ประมาณ 400 ล้านบาท เทียบกับรายได้ของบริษัทซึ่งอยู่ที่มากกว่า 1 หมื่นล้านบาท จึงถือเป็นสัดส่วนที่ไม่มาก" ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร BGC กล่าว
**โบรกมองกำไรปี 66-67 โต
บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด แนะนำ “ซื้อ” หุ้น BGC โดยให้ราคาเป้าหมายที่ 12 บาทต่อหุ้น ซึ่งคาดการณ์ว่ากำไรในปี 2566 อยู่ที่ 504 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 31% จากปีก่อน ส่วนในปี 2567 อยู่ที่ 568 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13%
โดยปัจจุบันปริมาณขายของบรรจุภัณฑ์แก้วฟื้นตัวกลับมาสูงกว่าระดับก่อนโควิด-19 แล้ว ขณะที่จำนวนนักท่องเที่ยวยังต่ำกว่าช่วงก่อนโควิด-19 อยู่มาก และมีโอกาสจะเพิ่มขึ้นได้ จึงมองว่าปริมาณการขายในปีนี้ยังมีแนวโน้มเติบโตได้ต่อเนื่อง ประกอบกับต้นทุนก๊าซธรรมชาติมีแนวโน้มปรับตัวลง ซึ่งจะทำให้อัตรากำไรขั้นต้นจะฟื้นตัวกลับมาอยู่ในระดับ 13.0-15.0% จากระดับ 12.2% ในปี 2565
ส่วนกรณีที่ BGC ได้เข้าไปลงทุนในบริษัท ไพร์ม แพ็ตเกจจิ้ง โดยเข้าถือหุ้น 100% ด้วยมูลค่าเงินลงทุน 580 ล้านบาท โดยบริษัทไพร์ม แพ็คเกจจิ้ง มีกลุ่มลูกค้าหลักอยู่ในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม เช่น ซองขนมและซองบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป รวมถึงกลุ่มลูกค้าสินค้าอุปโภคบริโภค เช่น ถุงน้ำยาซักผ้า และน้ำยาปรับผ้านุ่ม จึงทำให้ฝ่ายวิจัยได้ปรับประมาณการกำไรปี 2566-2567 เพิ่มขึ้น 2% และ 5% ตามลำดับ
รู้ทันเกม รู้ก่อนใคร ติดตาม "ทันหุ้น" ที่นี่
FACEBOOK คลิก https://www.facebook.com/Thunhoonofficial/
YOUTUBE คลิก https://www.youtube.com/channel/UCYizTVGMealUUalT6VdUdNA
Tiktok คลิก https://www.tiktok.com/@thunhoon_
LINE@ คลิก https://lin.ee/uFms4n5
TELEGRAM คลิก https://t.me/thunhoon_news
Twitter คลิก https://twitter.com/thunhoon1