ศักดิ์สยาม เผยสะพานคู่ขนานพระราม9 วงเงิน6.6พันล. เล็งเปิดให้บริการ มี.ค.67
นายศักดิ์สยาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เผยโครงการสะพานคู่ขนานพระราม 9 วงเงิน 6.6 พันล. เล็งเปิดให้บริการบางส่วน มี.ค.67
วันที่ 22 ก.พ. 66 นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังเป็นประธานพิธีเทคอนกรีตจุดเชื่อมต่อสะพานคู่ขนานสะพานพระราม 9 (Final Casting Ceremony) โครงการทางพิเศษสายพระราม 3 - ดาวคะนอง - วงแหวนรอบนอกกรุงเทพฯ ด้านตะวันตก วงเงิน 6.6 พันล้านบาท ว่า จากผลการศึกษาความเหมาะสมของโครงการพบว่า เมื่อโครงการแล้วเสร็จจะสามารถรองรับปริมาณการจราจรได้วันละประมาณ 150,000 คันต่อวัน รองรับการเดินทางระหว่างพื้นที่ชั้นนอกและชั้นในของกรุงเทพฯ การเดินทางจากฝั่งตะวันออกไปยังฝั่งตะวันตก และการมุ่งสู่ภาคใต้ของประเทศไทยได้อย่างสะดวก รวดเร็ว ปลอดภัยมากยิ่งขึ้น
นายศักดิ์สยาม กล่าวอีกว่า รวมถึงเป็นการบรรเทาปัญหาการจราจรที่ติดขัดบนทางพิเศษเฉลิมมหานคร ช่วงบริเวณทางแยกต่างระดับบางโคล่ บนสะพานพระราม 9 ถึงด่านสุขสวัสดิ์ บริเวณถนนพระราม 2 จากปริมาณความแออัดทางจราจร 100,470 คันต่อวัน ลดลงเหลือ 75,325 คันต่อวัน หรือลดลง 25% และสามารถเชื่อมต่อกับโครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง สายบางขุนเทียน-บ้านแพ้ว (M82) ของกรมทางหลวงอีกด้วย
สำหรับความคืบหน้าโครงการก่อสร้างทางพิเศษสายพระราม 3 - ดาวคะนอง - วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานครด้านตะวันตก ภาพรวม ณ สิ้นเดือนมกราคม 2566 มีความก้าวหน้าประมาณ 46.21% เร็วกว่าแผนงาน 5.56% (แผนงาน 40.65%) โดยพิธีเทคอนกรีตจุดเชื่อมต่อสะพานคู่ขนานสะพานพระราม 9 (Final Casting Ceremony) ครั้งนี้ จะทำให้โครงสร้างของสะพานขึงเชื่อมกัน 100% พิธีดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของสัญญาที่ 4 ในโครงการทางพิเศษสายพระราม 3 - ดาวคะนอง - วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานครด้านตะวันตก ปัจจุบันการก่อสร้างสัญญาที่ 4 มีความก้าวหน้าแล้วกว่า 98.23%
งานโครงสร้างของสะพานขึงจะแล้วเสร็จภายในเดือนเมษายน 2566 จากนั้นจะเป็นงานในส่วนของสถาปัตยกรรม โดยการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) มีแผนการเปิดให้บริการบางส่วน ช่วงบริเวณสะพานคู่ขนานสะพานพระราม 9 ถึงบริเวณด่านสุขสวัสดิ์ ภายในเดือนมีนาคม 2567 ก่อนที่จะเปิดให้บริการทั้งโครงการอย่างเต็มรูปแบบภายในปี 2567 ต่อไป หลังจากนั้นจะมีการบูรณะสะพานพระราม 9 ภายในปี 2568 คาดว่าจะใช้เวลาในการก่อสร้างซ่อมแซม ประมาณ 1 ปี
ทั้งนี้ ได้มีข้อสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการ ดังนี้ 1.การก่อสร้างทุกโครงการต้องคำนึงถึงมาตรฐานความปลอดภัย และประชาชนต้องได้รับความสะดวกระหว่างการก่อสร้า2.สร้างการรับรู้ให้ประชาชนรับทราบถึงประโยชน์ของโครงการในด้านต่างๆ และ 3.การแปรนโยบายไปสู่การปฏิบัติ โดยประชาชนต้องได้รับความสะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย ในราคาที่เป็นธรรม และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม