นายกฯญี่ปุ่นจ่อตั้ง ‘รัฐบาลเสียงข้างน้อย’ อิชิบะอ่วมหนัก เจอศึกหลายด้าน
นายกฯญี่ปุ่นจ่อตั้ง ‘รัฐบาลเสียงข้างน้อย’ อิชิบะอ่วมหนัก เจอศึกหลายด้าน
นายกรัฐมนตรีชิเงรุ อิชิบะ ของญี่ปุ่น ต้องเผชิญกับการลงมติในรัฐสภาในวันจันทร์ที่ 11 พฤศจิกายนนี้ ซึ่งคาดว่าจะไม่สามารถทำอะไรเขาได้ แม้อิชิบะจะยังคงดำรงตำแหน่งต่อไปได้อย่างค่อนข้างแน่นอน แต่ก็ไม่อาจกุมอำนาจได้เต็มที่หลังนำพรรคเสรีประชาธิปไตย (แอลดีพี) ประสบความพ่ายแพ้ในการเลือกตั้งทั่วไปที่เพิ่งผ่านมา
อิชิบะ วัย 67 ปี เข้ารับตำแหน่งเมื่อต้นเดือนตุลาคม และทำการยุบสภาเพื่อให้มีการเลือกตั้งแบบกะทันหัน ซึ่งเขาหวังว่าจะช่วยสร้างความแข็งแกร่งให้กับการดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคแอลดีพีของเขา ที่เป็นพรรครัฐบาลมาอย่างต่อเนื่องยาวนานของญี่ปุ่น แต่กลับประสบกับวิกฤตด้านความเชื่อมั่นในระยะหลัง ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้กับประชาชน
ผู้มีสิทธิเลือกตั้งยังไม่พอใจกับภาวะเงินเฟ้อและเรื่องอื้อฉาวที่เกี่ยวพันกับกองทุนสำรอง ซึ่งทำให้นายฟูมิโอะ คิชิดะ อดีตผู้นำของเขาต้องพ้นจากตำแหน่ง ส่งผลให้พรรคแอลดีพีทำผลงานได้ย่ำแย่ที่สุดนับตั้งแต่ปี 2009 ซึ่งอาจทำให้เกิดความขัดแย้งทางการเมืองและทำให้เกิดสภาวะสภาแขวนที่ไม่มีใครได้เสียงข้างมากอย่างเด็ดขาดในรัฐสภา
แม้ว่าพรรคแอลดีพี และพรรคร่วมรัฐบาลจะสูญเสียเสียงข้างมากในการเลือกตั้งทั่วไป แต่เมื่อรวมกันแล้วพวกเขายังคงถือเป็นพรรคที่มีเสียงรวมกันมากที่สุดในสภาผู้แทนราษฎร
เนื่องจากพรรคฝ่ายค้านของญี่ปุ่นมีความเห็นแตกแยกกันอย่างมากในประเด็นสำคัญหลายประเด็น จึงคาดว่าอิชิบะจะกลายเป็นผู้นำรัฐบาลเสียงข้างน้อยนับตั้งแต่วันที่ 11 พฤศจิกายนนี้เป็นต้นไป โดยสมาชิกรัฐสภาจะประชุมสมัยพิเศษเป็นเวลา 4 วัน เพื่อเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีคนใหม่
นายโทโมอากิ อิวาอิ ศาสตราจารย์กิตติคุณแห่งมหาวิทยาลัยนิฮอน กล่าวว่า เพื่อที่จะรักษาอำนาจเอาไว้ได้ อิชิบะจำเป็นต้องผ่านงบประมาณของรัฐบาลในฤดูหนาวนี้ นั่นหมายความว่าพรรคแอลดีพี จะต้องยอมถอยในการผลักดันโยบายบางส่วนเพื่อแสวงหาความร่วมมือจากพรรคอื่น
หากมองจากประเด็นด้านการทูต ชัยชนะในการเลือกตั้งของโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐคนที่ 47 อาจทำให้สถานการณ์ของอิชิบะซับซ้อนมากขึ้น โดยญี่ปุ่นต้องเผชิญความเสี่ยงที่จะต้องรับมือกับภาษีการค้าใหม่ที่อาจเกิดขึ้น และความต้องการของสหรัฐที่จะให้ญี่ปุ่น ซึ่งพึ่งพาอาวุธยุทโธปกรณ์จากสหรัฐมาหลายทศวรรษ ใช้จ่ายงบประมาณด้านกลาโหมให้มากขึ้นด้วย
นอกเหนือจากการเจรจาที่ละเอียดอ่อนเหล่านี้ อิชิบะยังต้องรับมือกับความไม่พอใจอย่างรุนแรงภายในพรรคของเขาซึ่งสูญเสียที่นั่งไปหลายสิบที่นั่ง รวมทั้งผู้ที่เคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีในการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 27 ตุลาคม
อิวาอิกล่าวว่า หากอิชิบะไม่สามารถทำให้การสนับสนุนจากประชาชนเพิ่มขึ้นได้ คนในพรรคแอลดีพีอาจเริ่มพูดว่าพวกเขาไม่อาจเข้าสู่สนามเพื่อต่อสู้ในการเลือกตั้งสภาสูงภายใต้การนำของอิชิบะได้ และจะต้องมองหาผู้นำคนใหม่ ก่อนที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งจะลงคะแนนเสียงเลือกตั้งสภาสูงในเดือนกรกฎาคมปีหน้า
คะแนนนิยมต่อรัฐบาลของอิชิบะอยู่ที่มากกว่า 30 เปอร์เซ็นต์เล็กน้อย แต่จากการสำรวจความคิดเห็น ประชาชนส่วนใหญ่เห็นว่าเขาควรดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อไป
นักวิเคราะห์กล่าวว่า อิชิบะต้องเผชิญกับเส้นทางที่ยากลำบากในอนาคต โดยสมาชิกรัฐสภาทั้งจากวอชิงตันและในญี่ปุ่นมีแนวโน้มกดดันให้เขาเพิ่มการใช้จ่ายภาครัฐและลดหย่อนภาษีในเวลาเดียวกัน
ด้านผู้เชี่ยวชาญแสดงความกังวลว่า ทรัมป์อาจทำข้อตกลงกับจีนโดยไม่ปรึกษาพันธมิตรในเอเชีย
ขณะที่การขึ้นภาษีสินค้าจากจีนและญี่ปุ่นของสหรัฐอาจกระตุ้นให้เงินเฟ้อพุ่งสูงขึ้น รัฐบาลทรัมป์อาจเรียกร้องให้ญี่ปุ่นขยายการใช้จ่ายด้านกลาโหมหรือผลักดันให้บริษัทญี่ปุ่นขยายโรงงานในสหรัฐ ซึ่งจะกดดันให้อิชิบะขยายการใช้จ่ายของรัฐบาล ในขณะที่สมาชิกฝ่ายค้านบอกให้เขาลดหย่อนภาษี นายฮิเดโอะ คูมาโนะ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์จากสถาบันวิจัยชีวิตไดอิจิ ระบุในบันทึกยืนยันว่าอิชิบะจะเป็นคนที่ปวดหัวที่สุดจากชัยชนะของทรัมป์
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : นายกฯญี่ปุ่นจ่อตั้ง ‘รัฐบาลเสียงข้างน้อย’ อิชิบะอ่วมหนัก เจอศึกหลายด้าน
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th