โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2400 พระยามนตรีสุริยวงศ์ (ชุ่ม บุนนาค) นำคณะราชทูตสยาม เชิญพระราชสาสน์และเครื่องราชบรรณาการ ถวายสมเด็จพระราชินีนาถวิกตอเรีย

THE STATES TIMES

อัพเดต 18 พ.ย. 2567 เวลา 04.16 น. • เผยแพร่ 19 พ.ย. 2567 เวลา 01.30 น. • Hard News Team

ราชทูตสยามในคณะของพระยามนตรีสุริยวงศ์ (ชุ่ม บุนนาค) ได้เริ่มต้นการเดินทางไปยังสหราชอาณาจักร เพื่อเชิญพระราชสาส์นและเครื่องราชบรรณาการถวายสมเด็จพระราชินีนาถวิกตอเรียแห่งอังกฤษ

พระยามนตรีสุริยวงศ์ หรือที่มีนามเดิมว่า ชุ่ม บุนนาค เป็นบุตรคนที่ 9 ของสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาประยุรวงศ์ (ดิศ บุนนาค) กับท่านผู้หญิงจันทร์ และน้องชายแท้ๆ ของสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ (ช่วง บุนนาค)

ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระยามนตรีสุริยวงศ์ได้รับมอบหมายให้เป็นราชทูตเดินทางไปยังราชสำนักอังกฤษเพื่อถวายพระราชสาส์นแก่สมเด็จพระราชินีนาถวิกตอเรียในปี พ.ศ. 2400

ในการเดินทางครั้งนี้ หม่อมราโชทัย ล่ามของคณะทูต ได้ประพันธ์ "นิราศลอนดอน" ขึ้นเพื่อบันทึกเรื่องราวการเดินทาง ส่วนพระยามนตรีสุริยวงศ์มีบุตรชาย 18 คน และบุตรหญิง 10 คน

เมื่อภารกิจเสร็จสิ้น คณะทูตตัดสินใจเดินทางกลับโดยใช้เส้นทางบกผ่านฝรั่งเศส แทนที่จะเดินทางทางเรือจากอังกฤษกลับตรงเหมือนขาไป โดยในเชิงอรรถของหนังสือเล่มนี้ได้กล่าวว่า

"การที่ราชทูตกลับทางฝรั่งเศสนั้น ปรากฏในจดหมายเหตุของรัฐบาลอังกฤษว่า แต่เดิมรัฐบาลจะจัดให้กลับมาเรือจากเมืองอังกฤษเหมือนเมื่อขาไป แต่เนื่องจากการเดินทางขาไปประสบปัญหาคลื่นใหญ่ที่อ่าวบิศเคำบากเต็มที ขากลับเป็นฤดูหนาวและคลื่นใหญ่ยิ่งกว่าขาไป จึงขอเปลี่ยนเส้นทางกลับทางประเทศฝรั่งเศส รัฐบาลจึงได้จัดการให้มาทางนั้น"

การเลือกเส้นทางผ่านฝรั่งเศสทำให้คณะทูตต้องเสียเวลาช้ากว่าที่คาดการณ์ไว้ถึง 2 สัปดาห์ และในช่วงนี้ คณะทูตได้มีโอกาสเข้าเฝ้าจักรพรรดินโปเลียนที่ 3 แห่งฝรั่งเศสเป็นกรณีพิเศษ ทั้งๆ ที่ไม่ได้มีการแจ้งจุดมุ่งหมายล่วงหน้าอย่างเป็นทางการ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...