โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

วิจัยเผยกินหวานน้อยลดน้ำตาล ดีต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่าที่คิด

Environman

เผยแพร่ 27 พ.ย. 2567 เวลา 00.00 น.

รักษ์โลกง่าย ๆ ที่ใครก็ทำได้ และยังดีต่อสุขภาพด้วย รายงานใหม่เผย ‘กินหวานน้อย’ ส่งผลต่อโลกของเรามากกว่าที่คิด และการลดปริมาณน้ำตาลก็ดีต่อสิ่งแวดล้อมในหลาย ๆ ด้าน

ปัจจุบันโลกกำลังเสพติดน้ำตาลมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยข้อมูลระบุว่ามีการบริโภคน้ำตาลทั่วโลกเพิ่มขึ้น 4 เท่าในช่วง 60 ปีที่ผ่านมา ซึ่งดูเหมือนว่าของหวาน ๆ ที่เติมเข้าไปในร่างกายนั้นจะช่วยให้พลังงานที่กระปรี้กระเปร่าแก่เรา แต่อันที่จริงแล้วพวกมันมีแต่ ‘แคลอรี่ที่ว่างเปล่า’

น้ำตาลเหล่านั้นเป็นน้ำตาลที่ขาดสารอาหารเช่น วิตามินหรือไฟเบอร์ ทำให้มีผลกระทบด้านสุขภาพที่ตามมาอย่างมหาศาล กลายเป็นโรคอ้วนที่เป็นกันทั่วโลก จนบางรายงานประเมินว่าภายในปี 2035 ประชากรครึ่งโลกอาจเป็นโรคอ้วน ด้วยเหตุนี้ทำให้องค์กรด้านสุขภาพทั่วโลกต่างรณรงค์ให้ผู้คน ‘กินหวานน้อย’ กันมากขึ้น

ซึ่งนอกจากจะช่วยให้มีสุขภาพที่ดีขึ้น แต่เชื่อหรือไม่ว่าการลดการบริโภคน้ำตาลยังช่วยให้สิ่งแวดล้อมของโลกดีขึ้นอีกด้วย เนื่องจากน้ำตาลเหล่านั้นต้องใช้พื้นที่มหาศาลในการปลูก ซึ่งทำให้ระบบนิเวศเสียหาย สัตว์สูญเสียที่อยู่อาศัย และมีความหลากหลายทางชีวภาพลดลง อีกทั้งยังสร้างมลพิษจากปุ๋ยและโรงสีจำนวนมาก

“ในบทความล่าสุด เราได้ประเมินผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมของน้ำตาล และสำรวจแนวทางในการลดปริมาณน้ำตาลในอาหารให้เหลือแค่ระดับที่แนะนำ ไม่ว่าจะโดยการลดการผลิตหรือใช้น้ปริมาณน้ำตาลที่เก็บไว้ให้เป็นประโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อม” Paul Behrens ศาสตราจารย์จาก British Academy สาขาอาหารอนาคต Oxford Martin School มหาวิทยาลัย Oxford กล่าว

ทีมวิจัยระบุว่าการลดน้ำตาลในอาหารจะช่วยให้เราประหยัดพื้นที่ในการปลูกพืชที่นำมาผลิตเป็นน้ำตาล (ในประเทศไทยคืออ้อย) และสามารถนำพื้นที่ที่เหลือไปปลูกป่าที่เหมาะสมกับระบบนิเวศทดแทน เพื่อทั้งดูดซับคาร์บอนและเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพ

ขณะเดียวกันก็เสริมด้วยการนำเศษซากที่ทิ้งจากการผลิตน้ำตาลมาเปลี่ยนเป็นของที่มีประโยชน์กว่าเดิม เช่น นำไปสร้างไบโอพลาสติกหรือเชื้อเพลิงชีวภาพซึ่งภาครัฐต้องมีการสนับสนุนมากกว่านี้

“การศึกษาของเราแสดงให้เห็นว่าโอกาสที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือ การใช้น้ำตาลเป็นอาหารของจุลินทรีย์ที่สร้างโปรตีน” ศาสตราจารย์ Behrens กล่าว “(วิธีนี้)สามารถผลิตอาหารจากพืชที่มีโปรตีนสูงได้เพียงพอที่จะเลี้ยงคน 521 ล้านคนได้อย่างสม่ำเสมอ”

ทีมวิจัยระบุว่า หากใช้โปรตีนชนิดนี้แทนไก่ ก็จะช่วยลดการปล่อยมลพิษได้เกือบ 250 ล้านตัน และมากกว่านี้อีกหากใช้เนื้อหมูหรือเนื้อวัว นอกจากนี้การใช้เศษน้ำตาลที่ถูกทิ้งไปผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพก็จะสามารถผลิตเอธานอลเพื่อการขนส่งได้ประมาณ 198 ล้านบาร์เรล

“แต่แทนที่จะต้องปลูกน้ำตาลเพิ่มขึ้นเพื่อผลิตเอธานอล เราสามารถเปลี่ยนน้ำตาลในอาหารเป็นอาหารทดแทนได้” ศาสตราจารย์ Behrens เสริม “การประเมินนี้ขึ้นอยู่กับโลกที่เราลดปริมาณน้ำตาลในอาหารให้ได้สูงสุดตามคำแนะนำด้านโภชนาการ (5% ของแคลอรี่ต่อวัน) ประโยชน์จะยิ่งมากขึ้นหากเราลดการบริโภคน้ำตาลลงไปอีก”

ยังไงก็ตามทีมวิจัยระบุว่าความท้าทายใหญ่ที่สุดในการทำเรื่องนี้ให้สำเร็จก็คือ ‘การเมือง’ เรื่องจากน้ำตาลกลายเป็นแหล่งรายได้ของผู้คนจำนวนมาก ดังนั้นจำเป็นต้องมีการแก้ไขในทุกระดับอย่างยั่งยืน

“เราขอเสนอให้กลุ่มประเทศต่าง ๆ ร่วมมือกันในการเปลี่ยนผ่านน้ำตาลระหว่างผู้ผลิตและผู้บริโภค เพื่อสนับสนุนให้ผู้คนเปลี่ยนน้ำตาลในอาหารไปใช้ประโยชน์อื่น ๆ แทน ซึ่งอาจประสานงานได้โดยองค์การอนามัยโลกที่เรียกร้องให้ลดการบริโภคน้ำตาล เงินบางส่วนที่นำมาใช้ในการดำเนินการนี้อาจมาจากส่วนหนึ่งของเงินออมด้านสุขภาพในงบประมาณแห่งชาติก็ได้”

เราไม่สามารถเปลี่ยนวิถีการบริโภค ‘กินหวาน’ ได้ในข้ามคืน แต่การเริ่มลงมีอทำก็จะให้ผลดีกว่าการไม่ทำอะไรเลยซึ่งทำร้ายทั้งสุขภาพของเราเองและสิ่งแวดล้อมของทุกคนด้วยเช่นกัน ดังนั้นเริ่ม ‘กินหวานน้อย’ กันเลย

ที่มา

https://www.pnas.org/doi/10.1073/pnas.2314482121

https://www.sciencealert.com/phasing-out-sugar-could-have…

https://theconversation.com/eating-less-sugar-would-be…

Photo: drazenphoto/Envato

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...