โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

COM7-ADVICE-IT รับอานิสงส์สินเชื่อมือถือบูม โบรกชูกำไรครึ่งหลังโต

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หุ้นกลุ่มจำหน่ายสินค้าไอทีและสมาร์ทโฟน (Gadget) มีแนวโน้มได้รับประโยชน์จากการขยายตัวของบริการสินเชื่อสมาร์ทโฟน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการกระตุ้นกำลังซื้อและเพิ่มโอกาสให้ผู้บริโภคเข้าถึงสินค้า ท่ามกลางราคาจำหน่ายสมาร์ทโฟนเฉลี่ยที่ปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะ บริษัท คอมเซเว่น จำกัด (มหาชน) หรือ COM7, บริษัท แอดไวซ์ ไอที อินฟินิท จำกัด (มหาชน) หรือ ADVICE และบริษัท ไอที ซิตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ IT ซึ่งมีแนวโน้มได้รับประโยชน์จากยอดขายและโอกาสเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาด ขณะที่ตลาดสมาร์ทโฟนไทยปี 2569 คาดว่าจะมีมูลค่าประมาณ 209,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.3% จากปีก่อน

ทั้งนี้ บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ระบุในบทวิเคราะห์เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2569 ว่า การขยายตัวของบริการสินเชื่อสมาร์ทโฟนจะเป็นปัจจัยสำคัญในการกระตุ้นกำลังซื้อและสนับสนุนการเติบโตของตลาดสินค้าไอที โดยเฉพาะผู้ประกอบการค้าปลีกและค้าส่ง ขณะที่ยังคงมุมมองเชิงบวกต่อหุ้นกลุ่ม Gadget จากแนวโน้มกำไรรวมในไตรมาส 3 และ 4 ปี 2569 ที่คาดว่าจะเติบโตทั้งเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) และไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) โดยมี COM7, ADVICE และ IT เป็นหุ้นเด่นที่คาดว่าจะได้รับประโยชน์จากการขยายตัวของยอดขายและโอกาสเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาด

สำหรับปัจจัยสนับสนุนสำคัญมาจากการขยายตัวของบริการสินเชื่อสมาร์ทโฟน โดยเฉพาะโครงการ SG Finance Plus ของ บริษัท เอสจี แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ SGC ซึ่งตั้งเป้าปล่อยสินเชื่อใหม่ในปี 2569 จำนวน 14,000 ล้านบาท เทียบกับยอดปล่อยสินเชื่อในช่วงครึ่งแรกของปีที่ 6,200 ล้านบาท สะท้อนโอกาสการขยายตัวของตลาดสินเชื่อโทรศัพท์มือถือในประเทศ ซึ่งจะช่วยสนับสนุนยอดขายผ่านช่องทางร้านค้าปลีกและผู้จัดจำหน่ายสินค้าไอที

บล.กสิกรไทย ระบุว่า จากการจัดกิจกรรม KS C Series ผ่านระบบออนไลน์ในเดือนกันยายนที่ผ่านมา โดยมี นายอโณทัย ศรีเตียเพ็ชร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร SGC ร่วมให้ข้อมูลเกี่ยวกับทิศทางการดำเนินธุรกิจ พบว่าบริษัทมีสถานะเป็นผู้นำด้านสินเชื่อสมาร์ทโฟนสำหรับแบรนด์จีน ผ่านบริการ SG Finance Plus ซึ่งปัจจุบันครอบคลุมสมาร์ทโฟน 8 แบรนด์ ได้แก่ OPPO, vivo, Xiaomi, realme, HONOR, Infinix, nubia และ TECNO Mobile

สำหรับเงื่อนไขการให้บริการสินเชื่อ SG Finance Plus กำหนดอัตราดอกเบี้ย 1% ต่อเดือน หรือคิดเป็นอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงประมาณ 21.6% ต่อปี โดยผู้บริหารระบุว่าอัตราดังกล่าวเป็นไปตามข้อกำหนดของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สำหรับบริการซื้อก่อนจ่ายทีหลัง (Buy Now, Pay Later) ขณะที่เงินดาวน์อยู่ในช่วง 10–50% ขึ้นอยู่กับคุณสมบัติและระดับความเสี่ยงของลูกค้าแต่ละราย โดยมีอัตราเงินดาวน์เฉลี่ยประมาณ 20% และกำหนดระยะเวลาผ่อนชำระ 12–24 เดือน

ปัจจุบัน SGC มีพันธมิตรร้านค้าปลีกประมาณ 7,000 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งเป็นช่องทางสำคัญในการขยายฐานลูกค้าและเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงบริการสินเชื่อสมาร์ทโฟน โดยฝ่ายวิจัยมองว่าการเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่สะดวกขึ้นจะช่วยสนับสนุนการตัดสินใจซื้อสินค้าของผู้บริโภค โดยเฉพาะสมาร์ทโฟนที่มีราคาจำหน่ายสูงขึ้นตามการพัฒนาเทคโนโลยีและคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์

ขณะเดียวกัน ผู้บริหาร SGC ประเมินว่าตลาดสมาร์ทโฟนในประเทศไทยมีมูลค่ามากกว่า 200,000 ล้านบาทต่อปี โดยประมาณ 50% ของการซื้อสมาร์ทโฟนใช้บริการสินเชื่อ คิดเป็นมูลค่าตลาดสินเชื่อสมาร์ทโฟนประมาณ 100,000 ล้านบาทต่อปี สะท้อนโอกาสในการขยายฐานลูกค้าในระยะถัดไป โดยเฉพาะตลาด iPhone ซึ่งมีสัดส่วนประมาณ 50% ของตลาดสมาร์ทโฟนทั้งหมด และถือเป็นโอกาสทางธุรกิจที่ SG Finance Plus สามารถเข้าไปขยายตลาดเพิ่มเติมในอนาคต

นอกจากนี้ ราคาขายเฉลี่ยของสมาร์ทโฟน (Average Selling Price: ASP) ที่ปรับเพิ่มขึ้นประมาณ 30–50% ในปี 2569 ยังเป็นอีกปัจจัยสนับสนุนการขยายตัวของมูลค่าตลาดและความต้องการใช้สินเชื่อ โดย SGC คาดว่าสินเชื่อ Lock Phone ในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 จะเติบโตเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน พร้อมตั้งเป้าควบคุมอัตราส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL Ratio) ของสินเชื่อดังกล่าวให้อยู่ต่ำกว่า 3% เทียบกับระดับ 2.5% ในไตรมาส 2/2569

สำหรับแนวโน้มธุรกิจของผู้ประกอบการในกลุ่ม Gadget บล.กสิกรไทย ประเมินว่า COM7 จะยังคงรักษาสถานะผู้นำตลาดสมาร์ทโฟนไทย โดยคาดว่าจะมีส่วนแบ่งตลาดประมาณ 30.1% ในปี 2569 และมีโอกาสเพิ่มส่วนแบ่งตลาดจากช่องทางจำหน่ายของผู้ให้บริการโทรคมนาคมรายใหญ่ ได้แก่ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ ADVANC และ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRUE จากความสามารถในการแข่งขันและเครือข่ายร้านค้าปลีกที่รองรับความต้องการซื้อสมาร์ทโฟนของผู้บริโภค

ด้าน ADVICE คาดว่าจะสามารถเพิ่มส่วนแบ่งตลาดสมาร์ทโฟนจาก 1.8% ในปี 2568 เป็น 2.1% ในปี 2569 โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการขยายสาขา iStore ซึ่งช่วยเพิ่มช่องทางจำหน่ายผลิตภัณฑ์ Apple และขยายโอกาสเข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่มีความต้องการซื้อสมาร์ทโฟนและอุปกรณ์เทคโนโลยี

ขณะที่ IT มีแนวโน้มเพิ่มส่วนแบ่งตลาดจาก 2.8% ในปี 2568 เป็น 3.4% ในปี 2569 โดยฝ่ายวิจัยคาดว่าจะสามารถเพิ่มส่วนแบ่งตลาดจากผู้ประกอบการรายอื่น โดยเฉพาะ TG Fone ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการขยายฐานลูกค้าและเพิ่มโอกาสการเติบโตของยอดขายสมาร์ทโฟนในระยะถัดไป

อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ประกอบการค้าส่งและจัดจำหน่ายสินค้าไอที ได้แก่ บริษัท ซินเน็ค (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ SYNEX และ บริษัท เอสไอเอส ดิสทริบิวชั่น (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ SIS ฝ่ายวิจัยคาดว่า ยอดขายเฉพาะกลุ่มสินค้าสมาร์ทโฟน ของทั้งสองบริษัทในปี 2569 จะปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน ส่งผลให้ส่วนแบ่งตลาดสมาร์ทโฟนมีแนวโน้มลดลงตามไปด้วย แม้ภาพรวมตลาดสมาร์ทโฟนในประเทศยังขยายตัว ทั้งนี้ การประเมินดังกล่าวเป็นการพิจารณาเฉพาะธุรกิจสมาร์ทโฟน ไม่ใช่การคาดการณ์รายได้รวมของทั้งสองบริษัท

สำหรับแนวโน้มผลประกอบการในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 บล.กสิกรไทย ยังคงมุมมองเชิงบวกต่อกลุ่ม Gadget โดยคาดว่ากำไรรวมของกลุ่มในไตรมาส 3/2569 และไตรมาส 4/2569 จะเติบโตทั้งเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) และไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) ตามยอดขายที่ยังมีแนวโน้มขยายตัวแข็งแกร่ง ประกอบกับอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin: GPM) ที่คาดว่าจะทรงตัวอยู่ในระดับดี ซึ่งจะเป็นปัจจัยสนับสนุนการเติบโตของผลประกอบการ

นอกจากนี้ ฝ่ายวิจัยมองว่าการปรับตัวลดลงของราคาหุ้นกลุ่ม Gadget ภายหลังการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ของ Apple อาจเป็นโอกาสในการทยอยเข้าลงทุน เนื่องจากข้อมูลในอดีตพบว่าราคาหุ้นกลุ่มดังกล่าวมักให้ผลตอบแทนต่ำกว่าตลาดในช่วงประมาณ 2 เดือนหลังการเปิดตัว iPhone รุ่นใหม่ โดยปัจจัยด้านกำลังซื้อ ยอดขายสมาร์ทโฟน และแนวโน้มผลประกอบการยังเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องติดตามในระยะถัดไป

สำหรับกลยุทธ์การลงทุน บล.กสิกรไทย ยังคงมุมมอง “เชิงบวก” ต่อหุ้นกลุ่ม Gadget จากแนวโน้มการขยายตัวของตลาดสมาร์ทโฟนและบริการสินเชื่อที่ช่วยสนับสนุนกำลังซื้อของผู้บริโภค ประกอบกับโอกาสเพิ่มส่วนแบ่งตลาดของผู้ประกอบการค้าปลีกรายใหญ่ โดยเลือก COM7, ADVICE และ IT เป็นหุ้นเด่น พร้อมคงคำแนะนำ “ซื้อ” COM7 ราคาเป้าหมาย 34.12 บาทต่อหุ้น, “ซื้อ” ADVICE ราคาเป้าหมาย 8.82 บาทต่อหุ้น และ “ซื้อ” IT ราคาเป้าหมาย 10.83 บาทต่อหุ้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...