“มูลนิธิเมเจอร์ แคร์” ก้าวสู่ปีที่ 13 เดินหน้า 4 โครงการสร้างโอกาสเยาวชนไทย
มูลนิธิเมเจอร์ แคร์ ก้าวสู่ปีที่ 13 ของการดำเนินงานเพื่อสังคม ภายใต้แนวคิด “หยั่งรากแห่งการให้ เบ่งบานด้วยความรัก” พร้อมสานต่อพันธกิจสร้างโอกาสและยกระดับคุณภาพชีวิตของเด็ก เยาวชน คนพิการ และผู้สูงอายุ ผ่าน 4 กิจกรรมหลัก ได้แก่ “เปิดโลกกว้าง สร้างรอยยิ้ม” “มาเติมรอยยิ้ม ให้เต็มหัวใจ” การจัดทำ “ห้องหนังเพื่อการเรียนรู้” และโครงการ “ปลูกผัก สร้างสุข สร้างรายได้” โดยมุ่งส่งเสริมการเข้าถึงการศึกษา การพัฒนาทักษะชีวิต และการสร้างรากฐานคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน ภายใต้แนวคิดการขยายโอกาสจากเมล็ดพันธุ์แห่งการให้สู่ “ต้นไม้ใหญ่แห่งโอกาส”
ตลอดระยะเวลา 13 ปีที่ผ่านมา มูลนิธิได้นำจุดแข็งของธุรกิจโรงภาพยนตร์ในเครือ บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน) หรือ MAJOR มาต่อยอดเป็นกิจกรรมเพื่อสังคม โดยใช้ภาพยนตร์เป็นสื่อกลางในการเปิดโลกทัศน์ จุดประกายจินตนาการ และสร้างแรงบันดาลใจให้แก่ผู้เข้าร่วมกิจกรรม ก่อนขยายผลไปสู่การสนับสนุนการศึกษาและการเรียนรู้ที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริง
สำหรับกิจกรรม “เปิดโลกกว้าง สร้างรอยยิ้ม” มุ่งเปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนด้อยโอกาส คนพิการ และผู้สูงอายุ ได้เข้าถึงประสบการณ์การชมภาพยนตร์ในโรงภาพยนตร์เครือเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ ทั้งในกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด เพื่อสร้างความสุขและเปิดโลกแห่งการเรียนรู้ผ่านภาพยนตร์ โดยปัจจุบันมีผู้ได้รับโอกาสเข้าชมภาพยนตร์แล้วรวม 460,363 คน แบ่งเป็นเด็กและเยาวชนด้อยโอกาส 377,701 คน และผู้สูงอายุ 82,662 คน
ขณะเดียวกัน มูลนิธิยังดำเนินกิจกรรม “มาเติมรอยยิ้ม ให้เต็มหัวใจ” เพื่อสนับสนุนโอกาสทางการศึกษาแก่เด็กและเยาวชนด้อยโอกาส รวมถึงผู้ที่มีความบกพร่องทางร่างกายและสติปัญญา ผ่านการมอบทุนการศึกษาประจำปี จำนวน 20 ทุน ทุนละ 10,000 บาท รวมมูลค่า 200,000 บาทต่อปี แบ่งเป็นทุนสำหรับเด็กและเยาวชนด้อยโอกาส 10 ทุน และทุนสำหรับเด็กและเยาวชนที่มีความบกพร่องทางร่างกายและสติปัญญาอีก 10 ทุน โดยใช้เรียงความถ่ายทอดแรงบันดาลใจจากการชมภาพยนตร์เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการคัดเลือก ซึ่งปัจจุบันมูลนิธิได้มอบทุนการศึกษาไปแล้วรวม 220 ทุน
สำหรับกิจกรรมมอบทุนการศึกษาประจำปี 2569 และการแข่งขันโบว์ลิ่งการกุศล ได้รับการสนับสนุนจากพันธมิตร ได้แก่ บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) มูลนิธิอิออน ประเทศไทย บริษัท แอลอีดี กรุ๊ป เซ็นเตอร์ จำกัด และบริษัท แอลอีดี บิ๊ก จำกัด โดยรายได้จากกิจกรรมจะนำไปสนับสนุนโครงการเพื่อสังคมของมูลนิธิ รวมถึงการขยายโอกาสทางการศึกษาให้แก่เด็กและเยาวชนในโรงเรียนพื้นที่ห่างไกล
ภายในงานได้รับเกียรติจาก นายวิชา พูลวรลักษณ์ ประธานกรรมการ มูลนิธิเมเจอร์ แคร์ พร้อมด้วย นางอรุโณชา ภาณุพันธ์ กรรมการมูลนิธิ ร่วมมอบทุนการศึกษาเพื่อสนับสนุนและสร้างกำลังใจให้แก่เด็กและเยาวชน โดยมีบุคคลจากวงการบันเทิงและผู้มีชื่อเสียงเข้าร่วมกิจกรรม อาทิ กานต์ธีรา เตชะภัทรธนากุล Miss World Thailand 2026, จิราภรณ์ ศาลาแดง นางสาวไทยประจำปี 2569, มิ้นต์ ชาลิดา วิจิตรวงศ์ทอง, ซานิ นิภาภรณ์ ฐิติธนการ, จี๋ สุทธิรักษ์ ทรัพย์วิจิตร, เป้ อารักษ์ อมรศุภศิริ, เดนิส เจลีลชา คัปปุน, มิว ศุภศิษฏ์ จงชีวีวัฒน์ และซันนี่ วรรณรัตน์ วัฒดาลิมมา โดยกิจกรรมจัดขึ้น ณ ลานสตาร์ ฮอลล์ ชั้น 5 โรงภาพยนตร์พารากอน ซีนีเพล็กซ์
นอกจากนี้ มูลนิธิยังขยายโอกาสทางการศึกษาไปสู่โรงเรียนในพื้นที่ห่างไกล ผ่านโครงการ “ห้องหนังเพื่อการเรียนรู้” ภายใต้แนวคิด “โลกกว้างแห่งโอกาส” โดยพัฒนาพื้นที่ภายในโรงเรียนให้เป็นแหล่งเรียนรู้ผ่านภาพยนตร์ การ์ตูน และสารคดีสร้างสรรค์ เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ จุดประกายจินตนาการ และสร้างแรงบันดาลใจแก่เด็กและเยาวชน ตลอดจนเป็นพื้นที่ใช้ประโยชน์ร่วมกันระหว่างโรงเรียนและชุมชน
ปัจจุบัน มูลนิธิได้จัดทำและส่งมอบห้องหนังเพื่อการเรียนรู้แล้ว 84 โรงเรียน ครอบคลุม 68 จังหวัด พร้อมตั้งเป้าขยายโครงการให้ครอบคลุมครบทั้ง 77 จังหวัดทั่วประเทศ เพื่อส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนในทุกพื้นที่สามารถเข้าถึงแหล่งเรียนรู้ที่หลากหลายได้อย่างทั่วถึง
อีกหนึ่งกิจกรรมสำคัญ ได้แก่ โครงการ “ปลูกผัก สร้างสุข สร้างรายได้” ซึ่งมุ่งส่งเสริมการเรียนรู้และพัฒนาทักษะชีวิตผ่านการนำพื้นที่ว่างภายในโรงเรียนมาพัฒนาเป็นแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียน โดยเปิดโอกาสให้นักเรียนฝึกปลูกผักปลอดสารพิษในกะละมัง ตั้งแต่กระบวนการเพาะต้นกล้า การย้ายปลูก การดูแลรักษา ไปจนถึงการเก็บเกี่ยวผลผลิต เพื่อส่งเสริมความรับผิดชอบ การพึ่งพาตนเอง และการนำผลผลิตไปใช้ประกอบอาหารกลางวันหรือสร้างรายได้ให้แก่โรงเรียน โดยปัจจุบันดำเนินโครงการแล้ว 4 โรงเรียน ใน 4 จังหวัด
ทั้งนี้ มูลนิธิเมเจอร์ แคร์ ยังคงมุ่งมั่นขยายความร่วมมือกับภาคธุรกิจ พันธมิตร และผู้สนับสนุน เพื่อเดินหน้าสร้างโอกาสทางการศึกษาและยกระดับคุณภาพชีวิตของเด็กและเยาวชนไทยอย่างต่อเนื่อง โดยเชื่อมั่นว่าการสนับสนุนโอกาสในวันนี้จะเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาศักยภาพของเยาวชน และนำไปสู่การสร้างอนาคตที่ยั่งยืน ภายใต้แนวคิด “ให้โอกาส = สร้างอนาคต”