โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

ผู้ต้องหาคดีฆ่าทารก 7 ศพ ปฏิเสธไม่ฟังศาลแมนเชสเตอร์ อ่านคำพิพากษาในวันนี้

JS100

อัพเดต 21 ส.ค. 2566 เวลา 13.45 น. • เผยแพร่ 21 ส.ค. 2566 เวลา 10.44 น. • JS100:จส.100
ผู้ต้องหาคดีฆ่าทารก 7 ศพ ปฏิเสธไม่ฟังศาลแมนเชสเตอร์ อ่านคำพิพากษาในวันนี้

ซีเอ็นเอ็นรายงานว่า น.ส.ลูซี เลตบี พยาบาลวัย 33 ปี ปฏิเสธที่จะเข้าไปยังศาลแมนเชสเตอร์ คราวน์ คอร์ท ทางภาคเหนือของอังกฤษในวันนี้ เพื่อฟังการอ่านคำพิพากษาในคดีที่เธอถูกกล่าวหาฆ่าทารกเสียชีวิต 7 ราย (เป็นทารกชาย 5 คน และทารกหญิง 2 คน) และฐานพยายามฆ่าทารกอื่นๆอีก 6 คน ระหว่างปี 2558-2559 ระหว่างเข้าเวรที่โรงพยาบาลเคาน์เตสแห่งเชสเตอร์

ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายระบุว่า มีความเป็นไปได้ที่ศาลจะตัดสินจำคุกเธอตลอดชีวิตในการนัดอ่านคำพิพากษาในวันนี้ ก่อนหน้านี้ คณะลูกขุนระบุเมื่อวันศุกร์ที่แล้วว่า น.ส.เลตบี มีความผิดทางอาญาในคดีนี้ สร้างความตกตะลึงและความสลดใจให้กับคนทั่วประเทศ อีกทั้งทำให้เธอกลายเป็นฆาตกรต่อเนื่อง คือ มีเด็กทารกถูกฆ่าตายมากที่สุดในประวัติศาสตร์ยุคใหม่ของประเทศอังกฤษ

การที่เธอไม่ยอมไปฟังการอ่านคำตัดสินของศาล หรือไม่ฟังศาลอ่านบทลงโทษทางอาญาในวันนี้ สร้างความไม่พอใจให้กับสาธารณชนในอังกฤษ รวมถึงนายกรัฐมนตรีริชี ซูแน็ก ซึ่งเรียกเธอว่า ขี้ขลาด ไม่รับรู้ถึงผลกระทบต่อครอบครัวของผู้เสียหาย ขณะเดียวกัน มีกระแสเรียกร้องให้รัฐบาลอังกฤษแก้ไขกฎหมาย เพื่อบังคับให้คนที่ทำความผิดคดีอาญาร้ายแรงต้องไปฟังคำพิพากษา และเผชิญหน้ากับครอบครัวผู้เสียหาย

ก่อนหน้านี้ พนักงานอัยการซึ่งเป็นโจทก์ ให้การต่อศาลเมื่อวันศุกร์ที่แล้ว ระบุถึงวิธีการฆ่าทารกของน.ส.เลตบี เช่น ฉีดอากาศเข้ากระแสเลือดและท้องของทารก ป้อนนมแก่เด็กในปริมาณมากเกินไป การทำร้ายร่างกายของเด็ก และฉีดยาอินซูลิน เพื่อฆ่าเด็ก

#อังกฤษ

#คดีพยาบาลฆ่าทารก7ศพ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...