โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ตามคืบหน้าพัฒนาท่าเรือมาบตาพุดระยะ 3

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 09 ส.ค. 2566 เวลา 16.33 น. • เผยแพร่ 09 ส.ค. 2566 เวลา 09.17 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

ท่าเรือมาบตาพุดฯ 9 ส.ค.-นายกฯ ติดตามความก้าวหน้าโครงการพัฒนาท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะที่ 3 จ.ระยอง เตรียมความพร้อมรองรับการขนส่งสินค้าเหลวและก๊าชธรรมชาติ 14 ล้านตัน/ปี ในอนาคต

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และคณะ รวมทั้งผู้บริหารหน่วยงานเกี่ยวข้องตรวจราชการเพื่อติดตามความก้าวหน้าโครงการพัฒนาท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะที่ 3 ณ ท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด อำเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง พร้อมกล่าวมอบนโยบายส่งเสริมการลงทุนในพื้นที่โครงการฯ ยกระดับระบบคมนาคมขนส่งและโลจิสติกส์ ควบคู่การพัฒนาอุตสาหกรรมด้านพลังงานของประเทศ

นายกรัฐมนตรีเยี่ยมชมและรับฟังรายงานสรุปภาพรวมการดำเนินโครงการฯ โดย รศ.ดร.วีริศ อัมระปาล ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ซึ่งโครงการฯ เกิดขึ้นเพื่อรักษาความมั่นคงด้านพลังงาน รัฐบาลได้จัดทำแผนพัฒนาท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะที่ 3 สอดคล้องกับแผนปฏิบัติการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานภายในเขตพัฒนาพื้นที่พิเศษภาคตะวันออก (EEC Project) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) และท่าเรือก๊าซ (Superstructure) เพื่อเพิ่มขีดความสามารถและความจุในการขนถ่ายก๊าซธรรมชาติและสินค้าเหลวของท่าเรือ มาบตาพุดที่อยู่ในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด และเพื่อให้มีท่าเรือสาธารณะบริการมากขึ้น

สำหรับการพัฒนาโครงการท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะที่ 3 แบ่งออกเป็น 2 ช่วง ประกอบด้วย ช่วงที่ 1 การลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) ในการพัฒนาพื้นที่ท่าเรือ (Superstructure) พื้นที่ประมาณ 200 ไร่ รวมมูลค่าการลงทุน ประมาณ 47,900 ล้านบาท ช่วงที่ 2 การลงทุนพัฒนาก่อสร้างในส่วนของท่าเรือ (Superstructure) โดยเอกชนเป็นผู้ลงทุนพัฒนาท่าเทียบเรือสินค้าเหลว เพื่อรองรับธุรกิจเกี่ยวเนื่อง ซึ่งคาดว่าจะสามารถรองรับการขนถ่ายก๊าซธรรมชาติและสินค้าเหลวได้เพิ่มอีก 14 ล้านตันต่อปีในอีก 30 ปี ข้างหน้า

ทั้งนี้ ขณะนี้โครงการฯ ระยะที่ 3 ช่วงที่ 1 มีความก้าวหน้าในภาพรวม คิดเป็นร้อยละ 58.42 พร้อมด้วยการวางมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมที่สำคัญ เช่น การจัดทำบ่อกักเก็บตะกอนเพื่อใช้ในการตกตะกอน (Silt) การตรวจสอบคุณภาพน้ำทะเล การตรวจสอบนิเวศวิทยาทางทะเล ขณะที่ด้านการประชาสัมพันธ์และการมีส่วนร่วม โครงการฯ ได้จัดตั้งคณะกรรมการติดตามควบคุมด้านสิ่งแวดล้อมในงานก่อสร้าง ซึ่งเปิดโอกาสให้ภาคประชาชน หน่วยงานราชการ หน่วยงานของโครงการฯ มีส่วนร่วมด้วย

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เห็นความสำเร็จเป็นรูปธรรมของโครงการฯ ก็มีความสุขและชื่นใจ พร้อมให้กำลังใจในการทำงานของทุกภาคส่วนที่ได้ปฏิบัติงาน ผสานความร่วมมือจนเกิดผลสำเร็จเป็นรูปธรรม โดยครั้งนี้ถือเป็นการติดตามความคืบหน้าการก่อสร้างโครงการต่าง ๆ ภายใต้แผนปฏิบัติการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานภายในเขตพัฒนาพื้นที่พิเศษภาคตะวันออก ซึ่งในภาพรวมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดยเชื่อมั่นว่าจะสามารถสร้างประโยชน์ให้กับประเทศ รองรับการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมายได้อย่างครอบคลุม รวมทั้งขอให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องภาคภูมิใจในประเทศไทยที่ก้าวหน้าต่อเนื่อง ทั้งนี้ ได้กำชับเพิ่มเติม โดยคำนึงถึงหลักการ “เคารพ คุ้มครอง เยียวยา” เป็นสำคัญ เพื่อดูแลด้านความปลอดภัย การเฝ้าระวัง ดูแลภาคประชาชนในพื้นที่ และต้องไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

จากนั้น นายกรัฐมนตรีได้เดินทางต่อไปยังโครงการนำพลังงานความเย็นเหลือใช้จากการเปลี่ยนสถานะของก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการปลูกพืชเมืองหนาว ต่อยอดด้านการเกษตรเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ณ อาคารนิทรรศน์พรรณพฤกษา อำเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...