แรงงานหญิง เล่านายจ้างพาหนีตาย ยันรอเหตุสงบกลับไปใหม่ เพราะรายได้ดีกว่าไทย
แรงงานหญิง โล่งใจกลับไทย เล่านาทีนายจ้างพาหนีตาย ยันรอเหตุสงบ กลับไปทำงานต่อ เพราะรายได้ดีกว่าเมืองไทย
วันที่ 16 ต.ค. 66 แรงงานไทยในอิสราเอลจำนวน 137 คน เดินทางมายังอาคารกองด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศและกักกันโรค (Quarantine Center) สถาบันบำราศนราดูร จ.นนทบุรี โดยรถบัสโดยสาร เพื่อตรวจคัดกรองสุขภาพหลังเดินทางกลับมาถึงประเทศไทยตามมาตราการ
น.ส.ประภัสสร อายุ 34 ปี แรงงานหญิงไทย ซึ่งไปทำงานด้านเกษตรในประเทศอิสราเอล เปิดเผยว่า ตนเพิ่งเดินทางไปทำงานเกษตรที่ประเทศอิสราเอลในเมืองเนทีฟอาซาร่าได้เพียง 5 เดือนเท่านั้น ก็มาเจอเหตุการณ์ระทึกแบบนี้ ทั้ง ๆ ที่ตนมีสัญญาว่าจ้างงานอยู่ที่ 5 ปี 3 เดือน ทั้งตกใจกลัวและเครียดมาก จากที่เจอเหตุการณ์เจอจรวดยิงข้ามมาก็ตกใจกลัวจะแย่อยู่แล้ว โดยเหตุการณ์เริ่มตั้งแต่ช่วง 6 โมงเช้า มีระเบิดที่ผ่านเครื่องยิงสกัดมาลง 3 ลูก
ทางนายจ้างจึงประกาศให้หลบหนีเข้าโดม ตนกับเพื่อนแรงงานคนไทยทั้งหมด 7 คน เป็นชาย 5 คน หญิง 2 คน วิ่งหนีตายกันมาหลบอยู่ในโดมกับนายจ้าง ซึ่งในระหว่างที่หลบกันอยู่ในโดมนั้นก็มีเสียงระเบิดตามมาเป็นร้อย ๆ ลูก เห็นกลุ่มควันเต็มเมืองไปหมด มีคนงานไทยซึ่งเป็นคนเหนือถูกสะเก็ดระเบิดเข้าที่หู จนหูขาดแต่ก็รอดปลอดภัยมาได้
ช่วงที่ฝ่ายฮามาสบุกนั้นตนไม่ได้กลัวถูกจับแต่กลัวถูกฆ่าตายมากกว่า เพราะตนได้ข่าวมาว่าทางฝ่ายนั้นใช้โดรนยินไล่ยิงผู้คนไปหมด บางรายก็ถูกยิงเพื่อชิงรถไป โชคดีที่ต่อมามีทหารอิสราเอลเข้ามาช่วยยิงสกัดไว้ จึงทำให้โดมไม่ถูกบุกโจมตี ก่อนที่นายจ้างจะพาอพยพหนีลงใต้ไปติดชายแดนของประเทศจอร์แดนจึงรอดตายกันมาได้ทั้งหมด ซึ่งแม้จะรอดจากจุดนั้นมาได้ แต่ในช่วงที่ต้องหลบอยู่นั้นแม้จะโล่งใจขึ้นมาบ้าง แต่ก็ยังเครียดจนนอนไม่หลับ หวาดระแวงกับเสียงที่ได้ยินต่าง ๆ ไปหมด
ซึ่งตนก็พยายามส่งข่าวให้ทางครอบครัวทราบเป็นระยะ จนกระทั่งสัญญานเน็ตและไฟฟ้าถูกตัด ก็ไม่สามารถติดต่อกับทางครอบครัวได้ เมื่อกลับมาถึงประเทศไทยแล้วจึงเกิดความรู้สึกโล่งใจมั่นใจว่าปลอดภัยแล้ว หลังจากผ่านการตรวจสุขภาพตามขั้นตอนแล้ว ตนจะเดินทางกลับบ้านที่จังหวัดอุดรธานีในทันที ซึ่งตนจะเดินทางกลับเองไม่มีครอบครัวมารับ และในอนาคตตนยืนยันว่าถ้าเหตุการณ์สงบลงและทางการไทยทำเรื่องส่งกลับไปทำงานอีก ตนก็จะกลับไปทำงานต่อเพราะรายได้ดีสามารถจุนเจือช่วยเหลือครอบครัวได้มากกว่าที่จะทำงานในประเทศไทย