โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

แรงงานหญิง เล่านายจ้างพาหนีตาย ยันรอเหตุสงบกลับไปใหม่ เพราะรายได้ดีกว่าไทย

Khaosod

อัพเดต 16 ต.ค. 2566 เวลา 06.59 น. • เผยแพร่ 16 ต.ค. 2566 เวลา 05.54 น.

แรงงานหญิง โล่งใจกลับไทย เล่านาทีนายจ้างพาหนีตาย ยันรอเหตุสงบ กลับไปทำงานต่อ เพราะรายได้ดีกว่าเมืองไทย

วันที่ 16 ต.ค. 66 แรงงานไทยในอิสราเอลจำนวน 137 คน เดินทางมายังอาคารกองด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศและกักกันโรค (Quarantine Center) สถาบันบำราศนราดูร จ.นนทบุรี โดยรถบัสโดยสาร เพื่อตรวจคัดกรองสุขภาพหลังเดินทางกลับมาถึงประเทศไทยตามมาตราการ

น.ส.ประภัสสร อายุ 34 ปี แรงงานหญิงไทย ซึ่งไปทำงานด้านเกษตรในประเทศอิสราเอล เปิดเผยว่า ตนเพิ่งเดินทางไปทำงานเกษตรที่ประเทศอิสราเอลในเมืองเนทีฟอาซาร่าได้เพียง 5 เดือนเท่านั้น ก็มาเจอเหตุการณ์ระทึกแบบนี้ ทั้ง ๆ ที่ตนมีสัญญาว่าจ้างงานอยู่ที่ 5 ปี 3 เดือน ทั้งตกใจกลัวและเครียดมาก จากที่เจอเหตุการณ์เจอจรวดยิงข้ามมาก็ตกใจกลัวจะแย่อยู่แล้ว โดยเหตุการณ์เริ่มตั้งแต่ช่วง 6 โมงเช้า มีระเบิดที่ผ่านเครื่องยิงสกัดมาลง 3 ลูก

ทางนายจ้างจึงประกาศให้หลบหนีเข้าโดม ตนกับเพื่อนแรงงานคนไทยทั้งหมด 7 คน เป็นชาย 5 คน หญิง 2 คน วิ่งหนีตายกันมาหลบอยู่ในโดมกับนายจ้าง ซึ่งในระหว่างที่หลบกันอยู่ในโดมนั้นก็มีเสียงระเบิดตามมาเป็นร้อย ๆ ลูก เห็นกลุ่มควันเต็มเมืองไปหมด มีคนงานไทยซึ่งเป็นคนเหนือถูกสะเก็ดระเบิดเข้าที่หู จนหูขาดแต่ก็รอดปลอดภัยมาได้

ช่วงที่ฝ่ายฮามาสบุกนั้นตนไม่ได้กลัวถูกจับแต่กลัวถูกฆ่าตายมากกว่า เพราะตนได้ข่าวมาว่าทางฝ่ายนั้นใช้โดรนยินไล่ยิงผู้คนไปหมด บางรายก็ถูกยิงเพื่อชิงรถไป โชคดีที่ต่อมามีทหารอิสราเอลเข้ามาช่วยยิงสกัดไว้ จึงทำให้โดมไม่ถูกบุกโจมตี ก่อนที่นายจ้างจะพาอพยพหนีลงใต้ไปติดชายแดนของประเทศจอร์แดนจึงรอดตายกันมาได้ทั้งหมด ซึ่งแม้จะรอดจากจุดนั้นมาได้ แต่ในช่วงที่ต้องหลบอยู่นั้นแม้จะโล่งใจขึ้นมาบ้าง แต่ก็ยังเครียดจนนอนไม่หลับ หวาดระแวงกับเสียงที่ได้ยินต่าง ๆ ไปหมด

ซึ่งตนก็พยายามส่งข่าวให้ทางครอบครัวทราบเป็นระยะ จนกระทั่งสัญญานเน็ตและไฟฟ้าถูกตัด ก็ไม่สามารถติดต่อกับทางครอบครัวได้ เมื่อกลับมาถึงประเทศไทยแล้วจึงเกิดความรู้สึกโล่งใจมั่นใจว่าปลอดภัยแล้ว หลังจากผ่านการตรวจสุขภาพตามขั้นตอนแล้ว ตนจะเดินทางกลับบ้านที่จังหวัดอุดรธานีในทันที ซึ่งตนจะเดินทางกลับเองไม่มีครอบครัวมารับ และในอนาคตตนยืนยันว่าถ้าเหตุการณ์สงบลงและทางการไทยทำเรื่องส่งกลับไปทำงานอีก ตนก็จะกลับไปทำงานต่อเพราะรายได้ดีสามารถจุนเจือช่วยเหลือครอบครัวได้มากกว่าที่จะทำงานในประเทศไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...