โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

CREDIT กวาดกำไรปี 68 โตนิวไฮแตะ 4 พันล้าน หลังขาดทุนเครดิตลด-สินเชื่อขยายตัว

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 21 ม.ค. เวลา 10.46 น. • เผยแพร่ 21 ม.ค. เวลา 10.46 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ธนาคารไทยเครดิต จำกัด (มหาชน) หรือ CREDIT รายงานผลการดำเนินงานงวดปี 2568 มีกำไรสุทธิเติบโตทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 4,016.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 10.8 เมื่อเทียบกับปี 2567 โดยปัจจัยหลักมาจากการลดลงอย่างมีนัยสำคัญของผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นร้อยละ 22.3 สะท้อนถึงการบริหารการปล่อยสินเชื่ออย่างระมัดระวังและคุณภาพสินทรัพย์ที่มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ตลอดปี 2568 ธนาคารได้ดำเนินมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้อย่างต่อเนื่อง อาทิ มาตรการ “คุณสู้ เราช่วย” เพื่อเร่งการให้ความช่วยเหลือลูกหนี้และป้องกันไม่ให้ลูกหนี้ปรับสถานะเป็น Stage 2 และ Stage 3 ส่งผลให้ความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้และคุณภาพสินเชื่อปรับตัวดีขึ้น โดยอัตราส่วนเงินให้สินเชื่อด้อยคุณภาพต่อเงินให้สินเชื่อ (Gross NPLs ratio) ปรับลดลงมาอยู่ที่ร้อยละ 4.2 ขณะที่อัตราส่วนเงินสำรองต่อเงินให้สินเชื่อด้อยคุณภาพ (NPL Coverage ratio) อยู่ในระดับสูงที่ร้อยละ 158.4 เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 148.6 ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2567 เพื่อรองรับความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

สำหรับไตรมาส 4 ปี 2568 ธนาคารมีกำไรสุทธิ 1,174.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 161.1 ล้านบาท หรือร้อยละ 15.9 เมื่อเทียบกับไตรมาส 3 ปี 2568 ที่มีกำไรสุทธิ 1,013.5 ล้านบาท ปัจจัยสนับสนุนหลักมาจากการลดลงของผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจำนวน 386.5 ล้านบาท จากการบริหารการปล่อยสินเชื่ออย่างรอบคอบ และผลจากการดำเนินมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะมาตรการ “คุณสู้ เราช่วย” ซึ่งช่วยเสริมความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้ให้ดีขึ้น นอกจากนี้ ธนาคารยังมีรายได้จากการดำเนินงานอื่นเพิ่มขึ้น 66.2 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักจากรายได้ค้างรับเงินชดเชยกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน (FIDF) ที่เพิ่มขึ้นจากมาตรการดังกล่าว

ทั้งนี้ อัตราส่วน NPL Coverage ratio ในไตรมาส 4 ปี 2568 ยังคงอยู่ในระดับสูงที่ร้อยละ 158.4 เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 156.6 ในไตรมาส 3 ปี 2568 ขณะที่เงินให้สินเชื่อด้อยคุณภาพยังอยู่ในระดับต่ำ โดย Gross NPLs ratio ทรงตัวที่ร้อยละ 4.2 เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า

อย่างไรก็ตาม เมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาส 4 ปี 2567 กำไรสุทธิในไตรมาส 4 ปี 2568 ปรับลดลงเล็กน้อยร้อยละ 1.5 สาเหตุหลักมาจากการปรับลดลงของส่วนต่างอัตรารายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (Net Interest Margin: NIM) จากร้อยละ 8.5 ในไตรมาส 4 ปี 2567 มาอยู่ที่ร้อยละ 7.5 ในไตรมาส 4 ปี 2568 สอดคล้องกับการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย และผลกระทบจากมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้

โดยในปี 2568 เงินให้สินเชื่อของธนาคารยังคงขยายตัวร้อยละ 2.4 เมื่อเทียบกับไตรมาส 3 ปี 2568 และเพิ่มขึ้นร้อยละ 11.5 จากสิ้นเดือนธันวาคม 2567 โดยอัตราส่วน NIM อยู่ที่ร้อยละ 7.5 ลดลงเล็กน้อยจากไตรมาสก่อนหน้า ขณะที่อัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (Return on Equity: ROE) ในไตรมาส 4 ปี 2568 อยู่ในระดับสูงเมื่อเทียบกับอุตสาหกรรมที่ร้อยละ 18.27 สะท้อนถึงประสิทธิภาพในการดำเนินงานและความสามารถในการสร้างผลตอบแทนให้แก่ผู้ถือหุ้นอย่างแข็งแกร่ง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...