โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

คุมเทรดทอง สกัดบาทแข็ง ดัชนีอุตฯร่วง

ไทยโพสต์

อัพเดต 22 มกราคม 2569 เวลา 7.04 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

"แบงก์ชาติ" จ่อออกประกาศ 2 ฉบับ คุมซื้อขายทองผ่านแอปพลิเคชันในรูปเงินบาท กำหนดลิมิต 50-100 ล้านบาทต่อคนต่อวัน หวังสกัดบาทแข็งโป๊ก ดัชนีเชื่อมั่นอุตฯ ธ.ค.หดตัว บี้รัฐเร่งดูแลค่าเงินบาท

เมื่อวันที่ 21 มกราคม นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ภายในวันที่ 23-29 ม.ค.นี้ ธปท.จะออกประกาศเจ้าพนักงาน รวม 2 ฉบับ 2 ครั้ง เพื่อควบคุมการซื้อขายทองคำผ่านแอปพลิเคชัน โดยประกาศฉบับที่ 1 ให้ส่งข้อมูล ซึ่งจะมีผลเฉพาะแอปพลิเคชัน 15 แอปพลิเคชัน ที่มีการซื้อขายทองเป็นสกุลเงินบาทเท่านั้น โดยจะต้องนำส่งข้อมูล เช่น ข้อมูลว่าใครซื้อ ใครขาย เกินจุดที่ ธปท.ต้องการเข้าไปมอนิเตอร์ เช่น 20 ล้านบาท ซึ่งเป็นการซื้อขายต่อวัน จะต้องส่งข้อมูลให้ ธปท.เห็น เนื่องจากมีผลกระทบต่อค่าเงิน

ทั้งนี้ ยืนยันว่าไม่ได้ควบคุมแอปพลิเคชันที่มีการซื้อขายทองเป็นดอลลาร์ และไม่ได้ควบคุมการซื้อขายทองผ่านหน้าร้านทอง โดยปัจจุบันการซื้อขายทองผ่านแอปพลิเคชันในรูปสกุลเงินบาทมีสัดส่วนราว 30-40% ของมูลค่าการซื้อขายทั้งประเทศในแต่ละวัน และการออกประกาศนี้จะทำให้ ธปท.มีฐานข้อมูลที่เพียงพอ ในการออกคำสั่งที่เข้มงวดต่อไป

ส่วนประกาศฉบับ 2 ประกาศเจ้าพนักงาน โดยการออกการควบคุม เช่น กำหนดเพดาน (ลิมิต) ว่าในแต่ละวันสามารถซื้อขายทองในรูปเงินบาทผ่านแอปพลิเคชันต้องห้ามเกินกี่ล้านบาท ซึ่งเบื้องต้นคาดว่าจะอยู่ที่ 50-100 ล้านบาทต่อคนต่อวัน โดยไม่นับรวมคนที่ซื้อก่อนจะมีการประกาศฉบับดังกล่าว คาดว่าการดำเนินการจะใช้เวลา 1 เดือนหลังออกประกาศ เนื่องจากจะต้องให้ผู้ค้าทองมีการทำระบบด้วย ซึ่งอาจจะเริ่มบังคับใช้ 1 มี.ค.2569 เป็นต้นไป

“ขอให้มั่นใจว่าไม่กระทบกับรายย่อยและคนที่มีของอยู่แล้วอย่างแน่นอน สำหรับปัจจุบันจากการขอความร่วมมือ พบว่าคนที่เทรดเกิน 50 ล้านบาทต่อวัน มีจำนวนคนสัดส่วน 1% นิดๆ เท่านั้น ซึ่งการออกประกาศดังกล่าว หรือการเข้าไปดูแลทองคำนั้น สิ่งที่จะได้คือผลกระทบต่อค่าเงินบาทที่แข็งอยู่แล้วและแข็งขึ้นไป และอีกส่วนจะได้การป้องปรามเรื่องทุนเทาในอนาคต เนื่องจากไม่ได้มีการทำย้อนกลับสำหรับบุคคลที่ซื้อมาแล้วก่อนหน้า” ผู้ว่าการ ธปท.ระบุ

นายวิทัยยังกล่าวยอมรับถึงสถานการณ์เงินบาทในขณะนี้ว่า ได้หลุด 31 บาทต่อดอลลาร์แล้ว มาจาก 2 ปัจจัย คือ 1.ทอง โดยที่ผ่านมามี flow ขายดอลลาร์จากร้านทอง 35% และ 2.มีเงินไหลเข้ามาลงทุนในประเทศ จาก Non-resident ที่เข้ามาลงทุน หรือเข้ามาทำธุรกิจในไทย ขณะเดียวกันยังมีความเข้าใจผิดว่า ธปท.สามารถดำเนินการเรื่องเงินบาทได้ตลอดเวลา โดยยืนยันว่า การแลกเปลี่ยนซื้อดอลลาร์ขายดอลลาร์ต่อบาท ซื้อบาทขายบาท เป็นตลาดเสรี โดย ธปท.ไม่ได้อยู่ในตลาด ธปท.จะเข้าไปอยู่ในตลาดเมื่อต้องการซื้อหรือขายดอลลาร์ จากการเข้าไปแทรกแซงตลาด เช่น เห็นดอลลาร์แข็งค่าเร็วผิดปกติ เป็นต้น

สำหรับการเข้าไปดูแลค่าเงินบาท ทำได้ 2 แนวทาง คือ 1.ใส่ข้อจำกัดบางอย่าง เช่น ใครจะนำดอลลาร์เข้าประเทศเกิน 200,000 ดอลลาร์ จะต้องตรวจแหล่งที่มาของรายได้ 2.ตรวจร้านทองที่มาทำธุรกรรม ขายดอลลาร์ซื้อบาท โดยจะต้องมีใบขายทองจริง

วันเดียวกัน นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมในเดือน ธ.ค.2568 อยู่ที่ระดับ 88.2 ลดลงจากเดือนก่อนอยู่ที่ระดับ 89.1 เนื่องจากเหตุปะทะบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ความกังวลต่อความต่อเนื่องของการดำเนินนโยบายภาครัฐ ภายหลังมีการประกาศยุบสภา และค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นจากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของสหรัฐ รวมถึงกระแสเงินทุนเคลื่อนย้ายและสภาพคล่องในประเทศ ส่งผลให้รายได้ผู้ส่งออกปรับลดลง ขณะที่ค่าใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มขึ้น และกระทบต่อภาคการท่องเที่ยวโดยรวม

อย่างไรก็ตาม ในเดือน ธ.ค.ที่ผ่านมา ยังมีปัจจัยบวกหลายประการที่ช่วยพยุงเศรษฐกิจ ได้แก่ การเข้าสู่ช่วงเทศกาลส่งท้ายปีและการเร่งใช้จ่าย ภายใต้โครงการคนละครึ่งพลัสก่อนสิ้นสุดโครงการวันที่ 31 ธ.ค.2568 มีส่วนช่วยหนุนการบริโภคและกระตุ้นการใช้จ่ายในภูมิภาคช่วงปลายปี

นอกจากนี้ยังมีปัจจัยลบที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ได้แก่ ความกังวลต่อความเสี่ยงที่สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา อาจกลับมาตึงเครียดอีกครั้ง มาตรการปรับราคาคาร์บอนข้ามพรมแดน (CBAM) ของสหภาพยุโรป ที่เริ่มมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.2569 และจะเพิ่มภาระต้นทุนด้านการปฏิบัติตามกฎระเบียบ รวมถึงการจัดทำรายงานการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ก่อนที่จะเริ่มการจัดเก็บค่าการปล่อยคาร์บอนอย่างเป็นทางการในปี 2570 ดังนั้นมีข้อเสนอแนะต่อภาครัฐ ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลอัตราแลกเปลี่ยน เพื่อบรรเทาการแข็งค่าของเงินบาท โดยติดตามและยกระดับการกำกับดูแลธุรกรรมในตลาดอัตราแลกเปลี่ยน เงินทุนเคลื่อนย้าย ตลาดทองคำและการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล เพื่อลดการเก็งกำไรและความผันผวนของค่าเงิน ควบคู่กับการป้องกันธุรกรรมที่ไม่สอดคล้องกับกิจกรรมทางเศรษฐกิจจริง.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...