สะเทือนวงการ อ้างทนายดังมีลูกมีเมีย เต๊าะสาว 19 ล้วงจับของสงวน
สะเทือนวงการ อ้างทนายดังเต๊าะสาว 19 ล้วงจับของสงวน ด้านเจ้าตัวแจงพยายาม ขอโทษ-ขอขมา และขอเคลียร์ครอบครัวนักศึกษาสาวแล้ว แต่เรื่องไม่จบ
กลายเป็นประเด้นร้อนเมื่อเพจดังหลายเพจ เช่น โรสเมจิกสกิน ได้โพสต์ข้อความระบุว่า “เร็วๆ นี้สะเทือนวงการทนาย social #ดีแตก คลิปเสียงฉันมีนะ ทนายสายจก สายล้วง เด็ก 18″
โดยให้คำใบ้ว่า“ชื่อเสียงโด่งดังจากออกรายการช่วงเที่ยงและมีบุคลิกภายนอกที่ดูดี สุภาพ พูดน้อย แต่เบื้องหลัง “คาวและฉาวมาก”
ชาวเน็ตต่างแห่ใส่ใจและอยากรู้ว่าทนายดีแตกคนดังกล่าวคือใครกันแน่
ล่าสุดเพจดังอย่างเพจ ท่านเปา ได้โพสต์ข้อความระบุว่า สะเทือนวงการ “สาววัย 19 ปี” เปิดเรื่องราวเกี่ยวข้องกับทนายชื่อดังรายหนึ่ง
เรื่องเริ่มจากทนายรายดังกล่าวเข้าไปใช้บริการร้านตัดสูทแห่งหนึ่ง ซึ่งร้านนี้มีบุตรสาวอายุประมาณ 19 ปี จนได้รู้จักและมีการพูดคุยติดต่อกัน
ต่อมาทนายมีการติดต่อพูดคุยกับฝ่ายหญิง ในลักษณะคล้ายการจีบหรือเตาะ ก่อนจะมีการนัดพบกันที่ห้างแห่งหนึ่งย่านพระราม 3
โดยวันที่เจอกันทนายต้องเดินทางไปอัดรายการต่อแถวย่านเกษตร–นวมินทร์ และทางทนายได้ชักชวนให้ติดรถไปด้วย โดยตั้งใจจะพาไปส่งลงรถบริเวณคริสตัลพาร์ค เลียบทางด่วน ซึ่งระหว่างทางทนายได้ขอแวะที่ร้านแห่งหนึ่งย่านเลียบทางด่วนเพื่อทานข้าว
ฝ่ายหญิงระบุว่า ระหว่างอยู่บนรถ ทนายพยายามกระทำในลักษณะที่ทำให้ตนเองรู้สึกไม่ปลอดภัย รวมถึงการสัมผัสร่างกายในจุดสงวน และภายหลังเมื่อกลับขึ้นรถ ยังมีความพยายามจูบปาก ใช้ถ้อยคำไม่เหมาะสม รวมถึงแสดงพฤติกรรมในลักษณะหึงหวง ทำให้ฝ่ายหญิงรู้สึกกลัวและอึดอัดใจ
จนกระทั่งช่วงเดือนพฤศจิกายน ทนายได้ติดต่อมาให้ช่วยตัดต่อคลิปโปรโมตร้านตัดสูท เพื่อนำไปเผยแพร่ในเพจของทนายเอง
ต่อมาในเดือนธันวาคม ครอบครัวฝ่ายหญิงมีแผนเปิดร้านตัดสูทสาขาที่สอง และคิดจะเชิญทนายมาร่วมงาน แต่ฝ่ายหญิงแจ้งกับบิดาว่ารู้สึกไม่สบายใจและไม่ต้องการพบเจออีก จึงตัดสินใจเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดให้ครอบครัวรับทราบ
ด้านมุมของทนาย ชี้แจงว่า ไม่ได้มีพฤติกรรมล่วงละเมิดตามที่ถูกกล่าวหา โดยระบุว่าเป็นการแสดงออกโดยสมัครใจ และยืนยันว่าภายหลังได้มีการติดต่อไปขอโทษฝ่ายหญิงแล้ว อีกทั้งยังมีการพูดคุยกันต่อ ทำให้เข้าใจว่าสามารถสื่อสารกันได้ตามปกติ
จากนั้นมีการนัดพูดคุยเพื่อหาทางยุติเรื่อง โดยฝ่ายครอบครัวฝ่ายหญิงมีการเรียกร้องค่าเสียหายเป็นเงิน 10 ล้านบาท ก่อนจะมีการเจรจาลดลงเหลือ 5 ล้านบาท และสุดท้ายทนายเสนอจ่าย 2.5 ล้านบาท โดยให้เหตุผลว่าต้องการให้เรื่องจบ ไม่กระทบต่อชื่อเสียงและหน้าที่การงาน พร้อมยืนยันว่าไม่ใช่การยอมรับว่าตนกระทำผิด
อย่างไรก็ตาม ในช่วงเดียวกัน ได้มีการส่งต่อคลิปเสียงการสนทนาบางส่วนไปยังเพจและสื่อ จนนำไปสู่การเผยแพร่ในวงกว้าง และกลายเป็นประเด็นที่สังคมให้ความสนใจในขณะนี้
เรื่องนี้ยังเป็นข้อมูลเบื้องต้น ต้อรอทั้งสองฝ่ายออกมาชี้แจงว่าเกิดอะไรขึ้น