15 รัฐเดโมแครตยื่นฟ้องรัฐบาลทรัมป์ ค้านการลดฉีดวัคซีนสำหรับเด็ก
สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากนครลอสแอนเจลิส สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 25 ก.พ. ว่า การปฏิรูปดังกล่าว ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขสหรัฐประกาศเมื่อเดือน ม.ค. ที่ผ่านมา หมายความว่า สหรัฐไม่แนะนำให้เด็กทุกคนได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคต่าง ๆ อีกต่อไป รวมถึงโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัสโรตา โรคไข้หวัดใหญ่ และโรคโควิด-19
อย่างไรก็ตาม ทางการจะแนะนำการฉีดวัคซีน 7 ชนิด เฉพาะกับกลุ่มเด็กที่มีความเสี่ยงเป็นพิเศษเท่านั้น นับเป็นความเคลื่อนไหวที่เปลี่ยนแปลงคำแนะนำที่ได้รับการสนับสนุนทางวิทยาศาสตร์มานานหลายปี ซึ่งช่วยลดการเกิดโรคต่าง ๆ ด้วยการฉีดวัคซีนเป็นประจำ
“นายโรเบิร์ต เอฟ. เคนเนดี จูเนียร์ รมว.สาธารณสุขสหรัฐ และศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งชาติของสหรัฐ (ซีดีซี) ดูถูกการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่มีมานานหลายทศวรรษ เพิกเฉยต่อผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ที่น่าเชื่อถือ คุกคามทรัพยากรของรัฐ และทำให้เด็กในอเมริกาป่วยเป็นโรคมากขึ้น” นายร็อบ บอนตา อัยการสูงสุดของรัฐแคลิฟอร์เนีย กล่าวในการแถลงข่าว
ทั้งนี้ วัคซีนชนิดอื่นที่ถูกถอดออกจากสถานะ “แนะนำให้ฉีดโดยทั่วไป” มีทั้งวัคซีนป้องกันโรคไวรัสตับอักเสบเอ โรคไวรัสตับอักเสบบี โรคไข้กาฬหลังแอ่น และเชื้อไวรัสอาร์เอสวี
แม้รัฐบาลทรัมป์ให้เหตุผลว่า การปฏิรูปข้างต้นเป็นการปรับนโยบายการฉีดวัคซีนของสหรัฐ ให้สอดคล้องกับนโยบายของประเทศอื่น ๆ เช่น เดนมาร์ก แต่การปรับกำหนดการฉีดวัคซีนสำหรับเด็ก ก่อให้เกิดความกังวลในวงการแพทย์
ขณะที่ผู้สันทัดกรณีด้านสุขภาพบางคนชี้ให้เห็นว่า ระบบการดูแลสุขภาพของเดนมาร์ก ไม่สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับสหรัฐได้ เนื่องจากระบบการดูแลสุขภาพที่ส่วนใหญ่เป็นของเอกชน ครอบคลุมน้อยกว่าในยุโรปเหนือ และทำให้ชาวอเมริกันหลายล้านคนไม่มีประกันสุขภาพ.
เครดิตภาพ : REUTERS