โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

ปานเทพ เผย คดีทนายตั้มฉ้อโกงเจ๊อ้อย ยังไม่เริ่ม ย้ำจำเลยร่วม สารภาพแล้ว

INN News

อัพเดต 25 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 15.39 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • INN News

"ปานเทพ" ระบุ ศาลแพ่งสั่งคืนทรัพย์สิน 74 ล้านให้ "ทนายตั้ม" แต่คดีอาญายังไม่เริ่ม ย้ำ จำเลยร่วมอีก 4 คนรับสารภาพ "นุ-สา" คืนเงิน 19 ล้าน ให้เจ้าอ้อย แล้ว

นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ ประธานมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน แถลงข่าวภายหลังศาลแพ่งมีคำพิพากษายกคำร้องของอัยการคดีพิเศษที่ขอให้ยึดทรัพย์สินมูลค่า 74 ล้านบาทของนายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ "ทนายตั้ม" ซึ่งถูกกล่าวหาว่าเป็นทรัพย์ที่ได้จากการฉ้อโกง น.ส.จตุพร อุบลเลิศ หรือ "เจ๊อ้อย" ให้ตกเป็นของแผ่นดิน พร้อมมีคำสั่งให้คืนทรัพย์ดังกล่าวแก่ทนายตั้มและภรรยา

นายปานเทพ ระบุว่า เคารพคำพิพากษาของศาลแพ่ง เนื่องจากไม่อาจก้าวล่วงดุลพินิจได้ แต่อย่างไรก็ตามได้ตั้งข้อสังเกตว่าคดีแพ่งดังกล่าวเป็นคำร้องของอัยการ ซึ่งในการสืบพยาน มีการสืบพยานเพียงปากเดียว คือเจ้าหน้าที่จากสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) โดยไม่ได้สืบพยานผู้เสียหายคือเจ๊อ้อย ดังนั้นจึงขออย่าเพิ่งด่วนสรุปว่าทนายตั้มจะรอดคดี เพราะคดีหลักในส่วนคดีอาญายังไม่ได้เริ่มกระบวนการสืบพยาน และคำพิพากษาของศาลแพ่งไม่มีผลผูกพันต่อคดีอาญา

โดย ในคดีดังกล่าวมีจำเลยที่ 3 และ 4 คือ นายนุวัฒน์ หรือ "นุ" และ น.ส.สารินี หรือ "สา" ซึ่งร่วมกับทนายตั้มหลอกลวงเจ๊อ้อย โดยอ้างว่าถูกดูดเงินคริปโตเคอร์เรนซี พร้อมสร้างหลักฐานเท็จว่าตนเองเป็นผู้เสียหาย คิดเป็นเงิน 39 ล้านบาท ก่อนมีการแบ่งเงินจำนวนดังกล่าวให้จำเลยทั้งสอง 19 ล้านบาท และนำไปให้ทนายตั้ม 20 ล้านบาท ซึ่งศาลได้แยกดำเนินคดีออกต่างหาก

จำเลยทั้ง 2 คน ให้การรับสารภาพต่อศาลชั้นต้น ศาลพิพากษาว่ามีความผิดฐานร่วมกันฟอกเงิน กระทำผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และแจ้งความเท็จ แต่เนื่องจากรับสารภาพ จึงรอลงอาญา 2 ปี โดยจำเลยทั้งสองได้นำเงิน 19 ล้านบาท คืนให้เจ๊อ้อย แล้วเป็นที่เรียบร้อยเมื่อเดือนธันวาคม 2568 ผ่านแคชเชียร์เช็ก 2 ฉบับ มูลค่า 4 ล้านบาท และ 15 ล้านบาท

นอกจากนี้ ยังมีจำเลยอีก 2 รายในคดีหลัก ที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายรถยนต์ยี่ห้อเมอร์เซเบนซ์ โดยทนายตั้มให้พนักงานออกใบเสร็จเกินราคาจริง ซึ่งพนักงานเข้าใจว่าจะนำไปใช้ชี้แจงกับครอบครัว ภายหลังคดีดังกล่าวถูกแยกออกจากคดีหลัก โดยพนักงานได้ยอมรับการกระทำ และนำพานธูปเทียนไปกราบขอขมาเจ๊อ้อย ซึ่งผู้เสียหายไม่ติดใจดำเนินคดี

อีกทั้งบริษัทต้นสังกัดของพนักงานยังได้โพสต์ขอโทษผ่านเว็บไซต์ของบริษัทแล้ว

เมื่อถูกถามว่าคำสั่งศาลแพ่งให้คืนทรัพย์จะมีผลต่อการขอประกันตัวทนายตั้มและภรรยาหรือไม่ นายปานเทพระบุว่า เป็นดุลพินิจของศาล แต่ต้องไม่ลืมว่าก่อนหน้านี้ ศาลไม่อนุญาตให้ประกันตัว เนื่องจากเห็นว่ามีพฤติการณ์หลบหนี เป็นบุคคลมีชื่อเสียง และคดีฟอกเงินที่อัยการสั่งฟ้องมีการสืบพยานไปเพียงปากเดียว

ส่วนความกังวลของเจ๊อ้อยนั้น นายปานเทพยอมรับว่ายังมีความกังวล เนื่องจากคดียังอยู่ระหว่างการต่อสู้ แต่การได้รับเงินคืนมาแล้ว 19 ล้านบาทถือเป็นเรื่องที่น่ายินดี และทำให้ผู้เสียหายมีความสบายใจมากขึ้น

นายปานเทพระบุด้วยว่า คดีนี้มีผู้เกี่ยวข้องกับทนายตั้มรับสารภาพแล้ว 4 ราย และเชื่อมั่นว่าศาลจะให้ความเป็นธรรม แม้ทนายตั้มและภรรยาจะมีท่าทีมั่นใจเมื่อขึ้นศาล ซึ่งถือเป็นสิทธิส่วนบุคคล

นายคมสัน โพธิ์คง ที่ปรึกษากฎหมายมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน กล่าวเพิ่มเติมว่า กรณีที่ทนายตั้มอ้างว่าเป็นการให้ด้วยความเสน่หาหรือความสมัครใจนั้น นายคมสันระบุว่า ความผิดฐานฉ้อโกงทุกคดีเกิดจากการหลอกลวง ไม่ใช่การบังคับ การอ้างว่าให้ด้วยเสน่หาจึงเท่ากับยอมรับว่าได้รับเงินจริง และต้องพิสูจน์ต่อไปว่าเป็นการให้โดยสมัครใจ หรือเกิดจากการใช้เล่ห์กลหลอกลวง ทั้งนี้ ศาลไม่ได้ใช้พฤติการณ์ทางแพ่งมาประกอบการพิจารณาเรื่องการประกันตัว แต่จะพิจารณาจากเงื่อนไขหลัก ได้แก่ การเข้าไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน การข่มขู่พยาน และพฤติการณ์หลบหนีเป็นสำคัญ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...