โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

AI เขย่าตลาดงานปี 69 ทักษะแบบไหนที่เด็กจบใหม่ต้องมี

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
AI เขย่าตลาดงาน เปิดโผ 10 ทักษะเด่นปี 2025-2030 ที่เด็กจบใหม่ต้องมี

โลกการทำงานยุคใหม่ไม่ได้วัดกันที่วุฒิการศึกษาเพียงอย่างเดียว เมื่อผลวิจัยชี้ชัดว่าความต้องการจ้างงานปีล่าสุดลดลงเกือบ 10% สวนทางกับกระแส AI ที่เข้ามาเป็น "มาตรฐานใหม่" ของทุกสายงาน เด็กจบใหม่ควรมีทักษะด้านไหนบ้างเพื่อตอบโจทย์ความต้องการตลาดแรงงานมาเตรียมตัวให้พร้อมก่อนลงสนามจริงกับคำแนะนำผู้เชี่ยวชาญจาก Jobthai

ในช่วงนี้เด็กนักเรียนที่กำลังจะจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 เตรียมตัวสอบ/เตรียมตัวเข้ามหาวิทยาลัย (TCAS69) เด็กที่กำลังจะจบมหาวิทยาลัยก็กำลังเตรียมตัวหางาน หรือ สมัครงานกันเป็นจำนวนมาก ซึ่ง นอกจากความรู้ความสามารถและวุฒิการศึกษาที่ได้เด็กใหม่ได้รับ สิ่งสำคัญ คือ การหาข้อมูลความต้องการของตลาดแรงงานในยุคใหม่ ที่จะมีผลต่อโอกาสการได้งานทำด้วย จากผลการศึกษาเรื่อง “เมื่อ AI เขย่าตลาดงาน ใครอยู่ ใครไป” โดยการวิเคราะห์ข้อมูลของ ทีม Big Data สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) พบว่าตลาดแรงงานไทยกำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างครั้งใหญ่จากการเข้ามา ของปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดยภาพรวมความต้องการจ้างงานปี 2567-2568 ลดลงถึง 9.6% ขณะที่ ทักษะด้าน AI กลายเป็นมาตรฐานใหม่ที่นายจ้างต้องการเร่งด่วน

รัฐชล คงวัฒนกุล Content Marketing บริษัท จ๊อบไทย จำกัด (Jobthai) ให้ข้อมูลในงานCRA Job Fair & Education 2026 เมื่อเร็วๆ นี้ อ้างอิงจากรายงาน Future of Jobs Report 2025 โดย World Economic Forum ซึ่ง นำเสนอโดย Jobthai พบว่าปัจจัยที่ทำให้ความต้องการแรงงานเปลี่ยนไป ได้แก่ การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี, ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ, การแบ่งขั้วทางเศรษฐกิจและภูมิศาสตร์การเมือง, การเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียว, การเปลี่ยนแปลงทางโครงสร้างประชากร เช่น สังคมสูงวัย เป็นต้น

สำหรับแนวโน้มการเติบโตของ ทักษะที่เป็นที่ต้องการของตลาดในปี 2025-2030 (Skills on the Rise, 2025-2030) ได้แก่

-AI and Big Data (ปัญญาประดิษฐ์และข้อมูลขนาดใหญ่)

-Networks and Cybersecurity (ระบบเครือข่ายและความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์)

-Technological Literacy (ความเข้าใจและใช้เทคโนโลยีได้อย่างคล่องแคล่ว)

-Creative Thinking (การคิดเชิงสร้างสรรค์)

-Resilience, Flexibility and Agility (ความยืดหยุ่น การปรับตัวเก่ง และความคล่องตัวในการทำงาน)

-Curiosity and Lifelong Learning (ความใฝ่รู้และการเรียนรู้ตลอดชีวิต)

-Leadership and Social Influence (ภาวะผู้นำและการมีอิทธิพลทางสังคม)

-Talent Management (การบริหารจัดการคนเก่ง)

-Analytical Thinking (การคิดเชิงวิเคราะห์)

-Environmental Stewardship (การดูแลและรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม)

ข้อมูลจากแบบสำรวจการนำเทคโนโลยี AI เข้ามาใช้ภายในองค์กรและการทำงาน โดย Jobthai พบว่า AI อาจทำให้งานที่ทำซ้ำๆ หายไป แต่จะสร้างโอกาสงานใหม่ๆ เพิ่มขึ้น ผู้ที่มีทักษะ AI จะได้รับโอกาสพัฒนาทักษะ/ฝึกอบรมเพิ่ม, ได้รับมอบหมายงานสำคัญหรือโปรเจกต์ใหม่ และมีโอกาสได้รับค่าตอบแทนหรือเงินเดือนที่สูงขึ้น ส่วนมุมมองจากองค์กรพบว่า 21% มองว่าทักษะ AI เป็นข้อได้เปรียบสำคัญในทุกตำแหน่งงาน และ 55% มองว่าเป็นส่วนเสริมที่น่าสนใจ แต่ต้องมีองค์ประกอบอื่นควบคู่ไปด้วย

5 งานที่ AI ทำแทนมนุษย์ได้ ได้แก่

1. ประมวลผล วิเคราะห์ข้อมูล และสร้างรายงานอัตโนมัติ

2. ป้อนข้อมูลและคีย์เอกสาร

3. สร้างสื่อคอนเทนต์เบื้องต้น

4. เขียนบทความพื้นฐาน/ข่าวสั้น/สรุปเนื้อหา

5. ตอบคำถามลูกค้าและรับเรื่องร้องเรียน

5 ทักษะที่ AI สู้มนุษย์ไม่ได้

1. การเข้าใจอารมณ์ ความรู้สึก และการแสดงความเห็นอกเห็นใจ

2. การสื่อสารระหว่างบุคคล การเจรจาโน้มน้าวใจ

3. การตัดสินใจเชิงจริยธรรมและศีลธรรม

4. การตีความที่ต้องอาศัยบริบทและวัฒนธรรม

5. การปรับตัวรับมือกับสถานการณ์ที่ไม่คาดฝันได้อย่างยืดหยุ่น

5 สายงานที่มีการระบุทักษะ AI ในประกาศงานมากที่สุด

1. งานคอมพิวเตอร์ / IT

2. งานการตลาด

3. งานออกแบบ / กราฟิก

4. งานวิศวกรรม

5. งานขาย

ส่วนทักษะทางสังคมและอารมณ์ (Soft Skills) ที่องค์กรต้องการมากที่สุด (ข้อมูลปี 2025) คือ ความสามารถในการทำงานเป็นทีม, ความสามารถในการปรับตัวและเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ, ทักษะการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ, ทักษะการแก้ปัญหา, และทักษะความเป็นผู้นำและการบริหารจัดการ นอกจากนี้ รัฐชล แนะนำเด็กจบใหม่ด้วยว่า หากกำลังมองหางานให้ทำการบ้านสำหรับงานในตำแหน่งนั้นดีๆ เพราะสิ่งที่เรียนมากับการนำมาใช้ทำงานจริงบางครั้งอาจไม่สอดคล้องกัน และยิ่งหลักสูตรที่เรียนมาไม่ได้มีการอัปเดตให้ทันต่อสถานการณ์ปัจจุบัน อาจทำให้โอกาสได้งานน้อยกว่าคนที่มีการปรับเพิ่มทักษะให้ทันสมัย และหากไม่เคยฝึกงานมาก่อน ควรต้องเพิ่มทักษะในตำแหน่งงานที่จะสมัครให้มีความพร้อมมากที่สุด และจะทำให้ได้เปรียบคู่แข่ง รวมทั้งมีโอกาสมากกว่า

สำหรับเด็กมัธยมปลายที่กำลังค้นหาตัวเองเพื่อเลือกเรียนในระดับอุดมศึกษา ต้องเริ่มจากความชอบและความถนัดก่อน จากข้อมูลที่เกี่ยวข้องทุกด้านยังพบว่าสายงานด้านเทคโนโลยี เป็นที่ต้องการของตลาดเป็นจำนวนมาก ซึ่ง หากจะเลือกเรียนสายนี้มีโอกาสได้งานทำแน่นอน ส่วนจะเลือกเรียนสายวิทยาศาสตร์-คณิตศาสตร์หรือไม่ ถ้าเป็นต่างประเทศถือว่าไม่จำเป็น และไทยก็เริ่มมีเด็กสายอื่นที่ค้นพบความชอบของตัวเองในภายหลัง สามารถมาเรียนเพิ่มเติมเฉพาะทาง หรือ เป็นคอร์สระยะสั้นเพิ่มเติมได้ บางคนที่มีความตั้งใจ และมีแรงบันดาลใจ สามารถทำได้ดีกว่าเด็กที่จบมาตรงสายด้วย สิ่งที่สำคัญคือพยามพยามพัฒนาตัวเองและฝึกทักษะให้ทันต่อสถานการณ์ในปัจจุบันให้มากที่สุด

เรียบเรียงโดย : กาญธิกา มาเรียน อังคณิต

ภาพ : TNN

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...