AI เขย่าตลาดงานปี 69 ทักษะแบบไหนที่เด็กจบใหม่ต้องมี
โลกการทำงานยุคใหม่ไม่ได้วัดกันที่วุฒิการศึกษาเพียงอย่างเดียว เมื่อผลวิจัยชี้ชัดว่าความต้องการจ้างงานปีล่าสุดลดลงเกือบ 10% สวนทางกับกระแส AI ที่เข้ามาเป็น "มาตรฐานใหม่" ของทุกสายงาน เด็กจบใหม่ควรมีทักษะด้านไหนบ้างเพื่อตอบโจทย์ความต้องการตลาดแรงงานมาเตรียมตัวให้พร้อมก่อนลงสนามจริงกับคำแนะนำผู้เชี่ยวชาญจาก Jobthai
ในช่วงนี้เด็กนักเรียนที่กำลังจะจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 เตรียมตัวสอบ/เตรียมตัวเข้ามหาวิทยาลัย (TCAS69) เด็กที่กำลังจะจบมหาวิทยาลัยก็กำลังเตรียมตัวหางาน หรือ สมัครงานกันเป็นจำนวนมาก ซึ่ง นอกจากความรู้ความสามารถและวุฒิการศึกษาที่ได้เด็กใหม่ได้รับ สิ่งสำคัญ คือ การหาข้อมูลความต้องการของตลาดแรงงานในยุคใหม่ ที่จะมีผลต่อโอกาสการได้งานทำด้วย จากผลการศึกษาเรื่อง “เมื่อ AI เขย่าตลาดงาน ใครอยู่ ใครไป” โดยการวิเคราะห์ข้อมูลของ ทีม Big Data สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) พบว่าตลาดแรงงานไทยกำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างครั้งใหญ่จากการเข้ามา ของปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดยภาพรวมความต้องการจ้างงานปี 2567-2568 ลดลงถึง 9.6% ขณะที่ ทักษะด้าน AI กลายเป็นมาตรฐานใหม่ที่นายจ้างต้องการเร่งด่วน
รัฐชล คงวัฒนกุล Content Marketing บริษัท จ๊อบไทย จำกัด (Jobthai) ให้ข้อมูลในงานCRA Job Fair & Education 2026 เมื่อเร็วๆ นี้ อ้างอิงจากรายงาน Future of Jobs Report 2025 โดย World Economic Forum ซึ่ง นำเสนอโดย Jobthai พบว่าปัจจัยที่ทำให้ความต้องการแรงงานเปลี่ยนไป ได้แก่ การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี, ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ, การแบ่งขั้วทางเศรษฐกิจและภูมิศาสตร์การเมือง, การเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียว, การเปลี่ยนแปลงทางโครงสร้างประชากร เช่น สังคมสูงวัย เป็นต้น
สำหรับแนวโน้มการเติบโตของ ทักษะที่เป็นที่ต้องการของตลาดในปี 2025-2030 (Skills on the Rise, 2025-2030) ได้แก่
-AI and Big Data (ปัญญาประดิษฐ์และข้อมูลขนาดใหญ่)
-Networks and Cybersecurity (ระบบเครือข่ายและความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์)
-Technological Literacy (ความเข้าใจและใช้เทคโนโลยีได้อย่างคล่องแคล่ว)
-Creative Thinking (การคิดเชิงสร้างสรรค์)
-Resilience, Flexibility and Agility (ความยืดหยุ่น การปรับตัวเก่ง และความคล่องตัวในการทำงาน)
-Curiosity and Lifelong Learning (ความใฝ่รู้และการเรียนรู้ตลอดชีวิต)
-Leadership and Social Influence (ภาวะผู้นำและการมีอิทธิพลทางสังคม)
-Talent Management (การบริหารจัดการคนเก่ง)
-Analytical Thinking (การคิดเชิงวิเคราะห์)
-Environmental Stewardship (การดูแลและรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม)
ข้อมูลจากแบบสำรวจการนำเทคโนโลยี AI เข้ามาใช้ภายในองค์กรและการทำงาน โดย Jobthai พบว่า AI อาจทำให้งานที่ทำซ้ำๆ หายไป แต่จะสร้างโอกาสงานใหม่ๆ เพิ่มขึ้น ผู้ที่มีทักษะ AI จะได้รับโอกาสพัฒนาทักษะ/ฝึกอบรมเพิ่ม, ได้รับมอบหมายงานสำคัญหรือโปรเจกต์ใหม่ และมีโอกาสได้รับค่าตอบแทนหรือเงินเดือนที่สูงขึ้น ส่วนมุมมองจากองค์กรพบว่า 21% มองว่าทักษะ AI เป็นข้อได้เปรียบสำคัญในทุกตำแหน่งงาน และ 55% มองว่าเป็นส่วนเสริมที่น่าสนใจ แต่ต้องมีองค์ประกอบอื่นควบคู่ไปด้วย
5 งานที่ AI ทำแทนมนุษย์ได้ ได้แก่
1. ประมวลผล วิเคราะห์ข้อมูล และสร้างรายงานอัตโนมัติ
2. ป้อนข้อมูลและคีย์เอกสาร
3. สร้างสื่อคอนเทนต์เบื้องต้น
4. เขียนบทความพื้นฐาน/ข่าวสั้น/สรุปเนื้อหา
5. ตอบคำถามลูกค้าและรับเรื่องร้องเรียน
5 ทักษะที่ AI สู้มนุษย์ไม่ได้
1. การเข้าใจอารมณ์ ความรู้สึก และการแสดงความเห็นอกเห็นใจ
2. การสื่อสารระหว่างบุคคล การเจรจาโน้มน้าวใจ
3. การตัดสินใจเชิงจริยธรรมและศีลธรรม
4. การตีความที่ต้องอาศัยบริบทและวัฒนธรรม
5. การปรับตัวรับมือกับสถานการณ์ที่ไม่คาดฝันได้อย่างยืดหยุ่น
5 สายงานที่มีการระบุทักษะ AI ในประกาศงานมากที่สุด
1. งานคอมพิวเตอร์ / IT
2. งานการตลาด
3. งานออกแบบ / กราฟิก
4. งานวิศวกรรม
5. งานขาย
ส่วนทักษะทางสังคมและอารมณ์ (Soft Skills) ที่องค์กรต้องการมากที่สุด (ข้อมูลปี 2025) คือ ความสามารถในการทำงานเป็นทีม, ความสามารถในการปรับตัวและเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ, ทักษะการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ, ทักษะการแก้ปัญหา, และทักษะความเป็นผู้นำและการบริหารจัดการ นอกจากนี้ รัฐชล แนะนำเด็กจบใหม่ด้วยว่า หากกำลังมองหางานให้ทำการบ้านสำหรับงานในตำแหน่งนั้นดีๆ เพราะสิ่งที่เรียนมากับการนำมาใช้ทำงานจริงบางครั้งอาจไม่สอดคล้องกัน และยิ่งหลักสูตรที่เรียนมาไม่ได้มีการอัปเดตให้ทันต่อสถานการณ์ปัจจุบัน อาจทำให้โอกาสได้งานน้อยกว่าคนที่มีการปรับเพิ่มทักษะให้ทันสมัย และหากไม่เคยฝึกงานมาก่อน ควรต้องเพิ่มทักษะในตำแหน่งงานที่จะสมัครให้มีความพร้อมมากที่สุด และจะทำให้ได้เปรียบคู่แข่ง รวมทั้งมีโอกาสมากกว่า
สำหรับเด็กมัธยมปลายที่กำลังค้นหาตัวเองเพื่อเลือกเรียนในระดับอุดมศึกษา ต้องเริ่มจากความชอบและความถนัดก่อน จากข้อมูลที่เกี่ยวข้องทุกด้านยังพบว่าสายงานด้านเทคโนโลยี เป็นที่ต้องการของตลาดเป็นจำนวนมาก ซึ่ง หากจะเลือกเรียนสายนี้มีโอกาสได้งานทำแน่นอน ส่วนจะเลือกเรียนสายวิทยาศาสตร์-คณิตศาสตร์หรือไม่ ถ้าเป็นต่างประเทศถือว่าไม่จำเป็น และไทยก็เริ่มมีเด็กสายอื่นที่ค้นพบความชอบของตัวเองในภายหลัง สามารถมาเรียนเพิ่มเติมเฉพาะทาง หรือ เป็นคอร์สระยะสั้นเพิ่มเติมได้ บางคนที่มีความตั้งใจ และมีแรงบันดาลใจ สามารถทำได้ดีกว่าเด็กที่จบมาตรงสายด้วย สิ่งที่สำคัญคือพยามพยามพัฒนาตัวเองและฝึกทักษะให้ทันต่อสถานการณ์ในปัจจุบันให้มากที่สุด
เรียบเรียงโดย : กาญธิกา มาเรียน อังคณิต
ภาพ : TNN
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- ปรับปฏิทิน TCAS69 เลื่อนสอบ TGAT และ TPAT พื้นที่น้ำท่วมหนัก สงขลา-ยะลา-นราธิวาส
- แรงงานไทยเปราะบาง 8.7 ล้านคนเสี่ยง
- คนว่างงานเกินครึ่งเป็นเด็กจบใหม่ งานส่วนใหญ่รับคนมีประสบการณ์ เป็นปัญหาบัณฑิตเข้าสู่ตลาดแรงงาน
- โอกาสได้งาน "เด็กจบใหม่" หากไร้ประสบการณ์ทำงาน
- คนว่างงานเกินครึ่งเป็นเด็กจบใหม่ งานส่วนใหญ่รับคนมีประสบการณ์ เป็นปัญหาบัณฑิตเข้าสู่ตลาดแรงงาน