“สุชาติ” ตอกกลับตัดสูท 35 ล้าน ยันช่วยขรก.เงินน้อย หลังแฉเจ้าประจำงาบทั้งปฏิทินยันชุดยูนิฟอร์ม
อดีต รมว.แรงงานซัดวาทกรรม “ใส่ร้ายป้ายสี” ชี้บอร์ดไตรภาคีตรวจสอบได้ทุกบาท แขวะกลับ “หัวหน้าพรรค” ดูแลลูกพรรคให้ดีก่อนวิจารณ์ ขณะที่ประวัติย้อนหลังชี้ชัด “องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก” กวาดงบเฉพาะเจาะจง สปส. ต่อเนื่องหลายปี
สนามข่าวประกันสังคมกลับมาเดือดอีกครั้ง! ไม่ใช่แค่เรื่อง “สิทธิประโยชน์” แต่เป็นเรื่อง “การใช้เงินสมทบ” ที่เปรียบเสมือนหม้อข้าวใบใหญ่ของคนทั้งประเทศ ล่าสุดปมตัดชุดสูทมูลค่า 35 ล้านบาท กำลังถูกขุดรากถอนโคนจนพบว่า “ผู้ชนะประกวดราคา” คือ หน้าเดิมเจ้าประจำที่กวาดงบไปมหาศาลตลอดหลายปีที่ผ่านมา
อ้างอิงข้อมูลของมติชนระบุ จากการตรวจสอบเชิงลึกพบว่า โครงการตัดสูทให้เจ้าหน้าที่ 7,000 คน ครั้งนี้ ตกเป็นของ องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก (อผศ.) ด้วยวิธี “เฉพาะเจาะจง”
แต่ที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือ เมื่อย้อนดูไทม์ไลน์การใช้งบ สปส. จะพบชื่อ อผศ. ปรากฏเป็นผู้รับงานใหญ่อยู่เสมอ
- งบปฏิทินปี 63 – รับไปกว่า 49.9 ล้านบาท
- งบปฏิทินปี 65 – พุ่งสูงถึง 54.9 ล้านบาท
งบปฏิทินปี 67 – กวาดไปอีก 54.9 ล้านบาท ด้วยวิธีเฉพาะเจาะจงเช่นกัน เรียกได้ว่า อผศ. คือคู่สัญญาที่เหนียวแน่นที่สุด ไม่ว่าจะงานตัดเย็บหรือพิมพ์เอกสาร งบประมาณหลักสิบล้านมักไหลไปลงที่นี่เสมอ
อย่างไรก็ดี ล่าสุดในมุมของนายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะอดีตเจ้ากระทรวงแรงงาน ออกมาแถลงตอบโต้ โดยขอความเป็นธรรมให้ข้าราชการ สปส. ประเด็นชุดสูทนั้น เจ้าตัวให้มุมมองว่า ข้าราชการชั้นผู้น้อยเงินเดือนไม่กี่พันบาท หากไม่มีงบส่วนนี้ช่วยเหลือ จะเอาเงินที่ไหนไปตัดยูนิฟอร์มเพื่อดูแลผู้ประกันตน 20 ล้านคน พร้อมปลุกใจให้เจ้าหน้าที่ออกมา “ปกป้องศักดิ์ศรี” ของตนเอง
ยืนยันว่า สปส. คือกองทุนอิสระที่บริหารโดยไตรภาคี นักการเมืองไม่สามารถ “ล้วงลูก” ได้ และเงินกองทุนที่งอกจาก 1.7 ล้านล้าน เป็น 2.9 ล้านล้าน คือบทพิสูจน์ฝีมือบอร์ดลงทุน หากมัวแต่ฝากประจำกินดอกเบี้ยร้อยละ 50 สตางค์ ผู้ประกันตนจะเอาเงินที่ไหนใช้ในสิทธิประโยชน์
นายสุชาติยังไม่ลืมที่จะทิ้ง “ระเบิดเวลา” ไปถึงคู่ขัดแย้งทางการเมือง โดยเปรียบเทียบว่ากรณีลูกพรรคบางคนถูกจับข้อหาฟอกเงินสแกมเมอร์ หัวหน้าพรรคกลับบอกว่าไม่รู้เห็นเพราะสมาชิกเยอะ แต่พอเป็นเรื่องกองทุนประกันสังคม 2.6 ล้านล้าน กลับพยายามผลักภาระมาที่รัฐมนตรี ทั้งที่เป็นคนละส่วนกัน พร้อมทิ้งท้ายด้วยการฟ้องปิดปาก สส. ที่เคยใส่ร้ายตนในคดีตึก Skyy9 ซึ่งปัจจุบันศาลประทับรับฟ้องแล้ว.
“วันนี้ไม่มีใครกล้ามาเป็นบอร์ดลงทุนแล้วเพราะเขากลัวสส. ใส่ร้ายป้ายสี และ ถ้าไม่มีบอร์ดลงทุนกองทุนประกันสังคม จะต้องไปฝากประจำร้อยละ 50 สตางค์ต่อปี ซึ่งไม่พอ กับสิทธิประโยชน์ที่ผู้ประกันตนจะได้รับ ปีนี้สตง.ตรวจสอบออกมาผลตอบแทน 8 หมื่นล้าน ถ้าฝากประจำได้ 50 ตังค์ต่อปีคิดว่าจะเอาเงินจากไหนมาจ่ายค่าคลอดบุตร ,สิทธิเด็กแรกเกิด คนละ 1,000 บาท ซึ่งกองทุนนี้เป็นกองทุนเฉลี่ยทุกเฉลี่ยสุข บอร์ดลงทุนถ้าลงทุนแล้วมีปัญหาและผิดพลาด สตง.ตรวจสอบหรือ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)ตรวจสอบ บอร์ดลงทุนมีปัญหาแน่นอน”นายสุชาติ ระบุ.
ขอบคุณข้อมูลจาก :พีพีทีวี , มติชน
อ่านข่าวเพิ่มเติม