โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

นาทีระทึก! พนักงานเล่า วินาทีคนร้ายบุกชิงทอง ยอดอาจพุ่งทะลุ 179 บาท

Amarin TV

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
นาทีระทึก! พนักงานเล่าวินาทีคนร้ายบุกชิงทอง-เงินสด ขู่ถ้าไม่ให้จะเผาร้าน ขณะที่ยอดอาจพุ่งทะลุ 179 บาท ตร. ยังไม่ปักใจเชื่อว่าก่อเหตุคนเดียว เร่งล่าตัว

นาทีระทึก! พนักงานเล่าวินาทีคนร้ายบุกชิงทอง-เงินสด ขู่ถ้าไม่ให้จะเผาร้าน ขณะที่ยอดอาจพุ่งทะลุ 179 บาท ตร. ยังไม่ปักใจเชื่อว่าก่อเหตุคนเดียว เร่งล่าตัว

ทีมข่าวลงพื้นที่ไปยังห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นจุดเกิดเหตุ ภายในซอยสุขุมวิท 50 หลังจากที่กล้องวงจรปิดสามารถบันทึกภาพคนร้ายเข้าชิงทองคำน้ำหนักประมาณ 149 บาท และเงินสดประมาณ 170,000 บาท รวมมูลค่าความเสียหายหลาย กว่า 10 ล้านบาทก่อนจะหลบหนีไป ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าร้านทองดังกล่าวยังคงปิดให้บริการ

ทีมข่าวได้สอบถามไปยังหนึ่งในพนักงานที่อยู่ในเหตุการณ์ เล่าว่าในช่วงเวลาที่เกิดเหตุ ตนเองและเพื่อนกำลังทยอยเก็บทองเพื่อเข้าตู้เซฟที่เหลืออยู่ประมาณ 3-4 ถาด ขณะนั้นคนร้ายได้มุดเข้ามาทางหน้าประตูที่ยังปิดไม่สนิท ก่อนจะพูดข่มขู่ว่า "ให้ส่งทองมาถ้าไม่ส่งมาจะเผา" พร้อมกับถืออาวุธปืนข่มขู่พนักงาน ทำให้พนักงานทุกคนกลัว จำเป็นต้องเอาทองให้คนร้าย จากนั้นคนร้ายได้กวาดทองจากทุกถาดไปรวมถึงหยิบเงินสดที่อยู่บริเวณหน้าร้านไปด้วย

พนักงานบอกว่า เท่าที่สังเกตคนร้ายเป็นผู้ชายแต่งกายมิดชิดจึงทำให้ไม่รู้ว่าเป็นใคร แต่รูปพรรณสัณฐานไม่เคยผ่านตามาก่อน ซึ่งสำเนียงการพูดคล้ายคนทางภาคอีสาน พูดภาษาไทยชัด ตนเองเชื่อว่าคนร้ายได้มาดูลาดเลามาก่อนหน้านี้ พร้อมบอกว่าเมื่อคืนนี้ร้านทองปิดช้ากว่าปกติ จึงคาดว่าคนร้ายได้โอกาสในการก่อเหตุ ก่อนจะหลบหนีไปโดยใช้เวลาในการก่อเหตุไม่เกิน 3 นาที

ซึ่งตั้งแต่ตนเองทำงานที่ร้านทองแห่งนี้ไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้มาก่อนครั้งนี้เป็นครั้งแรก ทำให้ทุกคนตกใจกลัวเป็นอย่างมาก ทั้งนี้พนักงานทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ได้ให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจไปหมดแล้ว

ด้าน พล.ต.ต.วิทวัฒน์ ชินคำ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 5 เปิดเผยว่า เหตุคนร้ายชิงทรัพย์ร้านทองภายในห้างสรรพสินค้า ย่านสุขุมวิท 50 เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 23.35 น. คนร้ายได้เข้าไปชิงทรัพย์ภายในร้านทอง เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการหาข้อมูล และรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด

ซึ่งในช่วงเกิดเหตุจากการสอบถาม ปิดพนักงานร้านทองให้ข้อมูลว่า ร้านทองปิดตั้งแต่ช่วง 20:00 น. แต่ช่วงเวลาที่เกิดเหตุพนักงานได้นำทองออกมาตรวจนับทองที่เหลือของแต่ละวัน ปรากฏว่าช่วงนั้นประตูหน้าหน้าร้านปิดไม่สนิท คนร้ายจึงถือโอกาสมุดเข้ามาก่อเหตุ และใช้น้ำมันราด บริเวณหน้าร้านรวมถึงข่มขู่พนักงาน ถ้าไม่ส่งทองให้จะเผาร้าน และใช้อาวุธปืนข่มขู่ด้วยด้วยความกลัวพนักงานจึงส่งของให้ ส่วนอาวุธปืนอยู่ระหว่างการตรวจสอบว่าเป็นปืนชนิดใดหรือเป็นอาวุธปืนจริงหรือไม่ รวมถึงน้ำที่ใช้ราดภายในร้านอยู่ระหว่างให้พิสูจน์หลักฐานตรวจสอบ

นอกจากนี้มีข้อมูลพบว่าคนร้ายได้เข้ามาภายในห้างตั้งแต่เวลาประมาณ 22:00 น. ก่อนก่อเหตุระหว่างนั้นได้เดินวนเวียนอยู่ภายในห้างประมาณ 1 ชั่วโมง

ส่วนที่พนักงานร้านเปิดประตูทิ้งไว้เท่าที่ทราบพนักงานยืนยันว่า มีการเปิดประตูในลักษณะแบบนี้อยู่แล้ว แต่ยืนยันว่าทางตำรวจไม่ได้ตัดประเด็นนี้ทิ้งตำรวจจะมีการสืบสวนสอบสวนต่อไป โดยหลังก่อเหตุคนร้ายได้ใช้รถจักรยานยนต์ในการหลบหนีบริเวณออกทางป้อมบริเวณซอยสุขุมวิท 50 ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูล ว่าคนร้ายหลบหนีโดยเส้นทางไหน ส่วนจะยังอยู่ในพื้นที่กรุงเทพหรือไม่นั้นอยู่ระหว่างการสืบสวนเช่นเดียวกัน

และจากข้อมูลที่เจ้าหน้าที่ตำรวจมีขณะนี้คนร้ายก่อเหตุเพียงแค่คนเดียว อย่างไรก็ตามตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อว่าก่อเหตุคนเดียว ตอนนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการสอบปากคำพนักงาน และบุคคลที่เกี่ยวข้อง และจะดำเนินการสอบส่วนอื่นต่อ ซึ่งตอนเกิดเหตุมีพนักงานภายในร้านอยู่ทั้งหมด 4 คนเป็นผู้หญิงทั้งหมด

ส่วนข้อมูลของคนร้ายนั้นยังไม่สามารถระบุตัวตนได้ว่าเป็นใคร และอายุเท่าไหร่เนื่องจากคนร้ายแต่งกายมิดชิดปกปิดใบหน้า แต่ยืนยันว่าคนร้ายเป็นคนไทย ส่วนจำนวนทองที่พนักงานแจ้งว่าหายไปจำนวน 149 บาท ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบเพิ่มเติม ทองที่หายไปอาจจะเพิ่มเป็น 179 บาท ส่วนเงินสดยังเป็นจำนวน 170,000 บาท

ส่วนคืนวันที่เกิดเหตุมีเพียงเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของห้าง แต่บริเวณร้านทองไม่มีเจ้าที่รักษาความปลอดภัยอยู่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...