UKEM รุกหนักกรีน-รีไซเคิล ปักหมุดขยายตลาดอีอีซี
#UKEM #ทันหุ้น – UKEM เดินหน้าลุยธุรกิจ “กรีน-รีไซเคิล” เต็มสูบ มุ่งบริหารต้นทุน-โลจิสติกส์ พร้อมปูพรมขยายตลาดใหม่โซน EEC ดีมานด์เพียบ พร้อมเปิดรับพันธมิตรขยายฐานธุรกิจสินเชื่อ มองมีโอกาสโต
นายพีรพล สุวรรณนภาศรี กรรมการผู้จัดการ บริษัท ยูเนี่ยน ปิโตรเคมีคอล จำกัด (มหาชน) หรือ UKEM เปิดเผยกับ “ทันหุ้น” ว่า ทิศทางการดำเนินธุรกิจในปี 2569 จะเน้นการสร้างผลกำไรให้ดีขึ้น แม้ภาพรวมยอดขายอาจจะไม่ได้เติบโตหวือหวา โดยกลยุทธ์สำคัญจะมุ่งเน้นไปที่การลดต้นทุน (Cost Reduction) และการขยายตลาดในพื้นที่ EEC (Eastern Economic Corridor) นักลงทุนต่างชาติยังคงเข้ามาเปิดโรงงานในพื้นที่นี้ ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่ดี
** ขยายตลาด EEC
การขยายธุรกิจสู่ EEC ถือเป็นช่องทางใหม่ที่สำคัญ โดยบริษัทมุ่งเน้นไปที่ตัว Terminal ใหม่ ซึ่งทำหน้าที่เป็นอีกหนึ่งศูนย์กระจายสินค้าและจัดจำหน่ายในโซนดังกล่าว การที่ลูกค้าจำนวนมากเริ่มย้ายฐานการผลิตจากกรุงเทพฯ ไปยัง EEC ทำให้บริษัทมองเห็นดีมานด์ที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก ทั้งจากนิคมอุตสาหกรรมใหม่และผู้ที่ซื้อที่ดินนอกนิคม
ขณะที่ธุรกิจสีเขียว (Green Business) และรีไซเคิลจะเป็นตัวขับเคลื่อนหลัก ซึ่งถือเป็นไฮไลต์ที่สำคัญในปีนี้ บริษัทจะเดินหน้าธุรกิจรีไซเคิลอย่างเต็มตัว โดยคาดการณ์การเติบโตอยู่ที่ประมาณ 12% ซึ่งเป็นการต่อยอดจากการลงทุนสร้างโรงงานกรีนที่เตรียมจะเริ่มดำเนินการ (Run) อย่างเต็มรูปแบบในปีนี้ แม้ในช่วงแรกรายได้อาจจะยังไม่สูงมาก เนื่องจากเป็นช่วงเริ่มต้นของการลงทุน
ในส่วนของธุรกิจหลัก ลูกค้าในกลุ่มอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ (Packaging) ยังคงเป็นภาคส่วนที่โดดเด่นและมีความแข็งแกร่ง เนื่องจากฐานลูกค้ามีความหลากหลาย ไม่ต้องพึ่งพาอุตสาหกรรมใดอุตสาหกรรมหนึ่งเพียงอย่างเดียว นอกจากนี้ บริษัทยังให้ความสำคัญกับการเพิ่มประสิทธิภาพด้านโลจิสติกส์ ทั้งระบบการจัดเก็บ การจัดส่ง และการบริหารจัดการคลังสินค้า เพื่อสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน
** รอภาครัฐกระตุ้น
สำหรับกลุ่มเคมีก่อสร้าง ในปีที่ผ่านมาค่อนข้างซบเซา เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง และขาดการกระตุ้นจากภาครัฐ อย่างไรก็ตามยังคงมีความหวังว่าในปี 2569 ภายใต้รัฐบาลใหม่จะมีการกระตุ้นโครงการโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งจะส่งผลดีต่อธุรกิจเคมีก่อสร้างให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง
ด้านธุรกิจจสินเชื่อ ในส่วนของธุรกิจการเงิน ปัจจุบันมีการปล่อยสินเชื่ออยู่ในวงเงินประมาณ 40-50 ล้านบาท ซึ่งที่ผ่านมาไม่ได้รับผลกระทบจากความผันผวนของอัตราดอกเบี้ยมากนัก ทั้งนี้ บริษัทยังมีแผนที่จะขยายการให้สินเชื่อไปยังกลุ่มอื่นๆ เพิ่มเติม และกำลังมองหาพันธมิตร (Partner) เพื่อมาร่วมบุกเบิกตลาดใหม่ๆ นอกเหนือจากสินเชื่อรถ เนื่องจากปัจจุบันสถาบันการเงินหลักมีความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อ จึงเห็นเป็นโอกาสในการเข้าถึงลูกค้ากลุ่มนี้