โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

“ยิม เลียก” ส่งทนายออกแถลงการณ์ โต้ข้อกล่าวหาครอบครัวยิมจ์ ไร้หลักฐานธุรกรรมโยง “เฉิน จื้อ”

เดลินิวส์

อัพเดต 23 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 23.04 น. • เผยแพร่ 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
“ยิม เลียก” ส่งทนายออกแถลงการณ์ โต้ข้อกล่าวหาครอบครัวยิมจ์ ไร้หลักฐานธุรกรรมโยง “เฉิน จื้อ” หลัง “คณะกรรมการธุรกรรม” มีมติส่งเรื่องยึดทรัพย์สิน 1.2 หมื่นล้านของก๊วน “เบน สมิธ-ก๊ก อาน-ยิม เลียก-เฉิน จื้อ” ให้อัยการเสนอศาลยึดทรัพย์ตกเป็นของแผ่นดิน แถลงการณ์ยังแสดงความกังวลปม “ปปง.” เชิญลูกชายวัย 6 ขวบแจงเงินออม ขอใช้คุ้มครองสิทธิผู้เยาว์

เมื่อวันที่ 23 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บัญชีเพจเฟซบุ๊ก ชื่อ “Dentons Pisut” หรือบริษัท เด็นตันส์ พิสุทธิ์ จำกัด ในฐานะที่ปรึกษากฎหมายของ คุณและ ยิมจ์ (Mr. Leak Yim) และคุณวิรินยา ยิมจ์ ได้โพสต์ข้อความพร้อมแนบภาพเอกสาร จำนวน 15 ภาพ โดยมีเนื้อหาแถลงการณ์ 8 ข้อสำคัญ ซึ่งเป็นข้อเท็จจริงกรณีข้อกล่าวหาต่อครอบครัว ‘ยิมจ์’ และการคุ้มครองสิทธิผู้เยาว์ บริษัท เด็นตันส์ พิสุทธิ์ จำกัด ขอแถลงชี้แจงข้อเท็จจริงต่อสื่อมวลชนและสาธารณชน ดังนี้

1.คุณและ ยิมจ์ (นายยิม เลียก) ไม่เคยถือสัญชาติไทย ไม่เคยมีสัญชาติไทย และไม่เคยถือหนังสือเดินทาง (Passport) ของประเทศไทยมาตั้งแต่ต้น ดังนั้น การนำเสนอข่าวเรื่อง "การเพิกถอนหนังสือเดินทาง" จึงเป็นข้อมูลไม่ถูกต้องเนื่องจากไม่มีสัญชาติและหนังสือเดินทาง (Passport) ให้เพิกถอนตามกฎหมาย

2.การเดินทางออกนอกประเทศเป็นไปตามแผนธุรกิจ คุณและ ยิมจ์ (นายยิม เลียก) และภรรยา เดินทางออกจากประเทศไทยผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองตามขั้นตอนปกติล่วงหน้าเป็นเวลาหลายเดือนเพื่อปฏิบัติภารกิจทางธุรกิจในต่างประเทศ มิใช่เป็นการหลบหนีการตรวจสอบหรือเกี่ยวข้องกับการบังคับใช้กฎหมายตามที่เป็นข่าวแต่อย่างใด

3.ความคืบหน้าในระดับสากล ข้อเท็จจริงปรากฏชัดว่า รัฐสภาสหรัฐ ได้ทำการ "ถอดถอนชื่อของลูกความออกจากร่างกฎหมาย U.S. Dismantle Foreign Scam Syndicates Act" เรียบร้อยแล้ว ซึ่งเป็นหลักฐานสำคัญระดับสากลที่ควรนำมาพิจารณาอย่างเป็นธรรม

4.ข้อกล่าวอ้างว่ามีความเชื่อมโยงโดยปราศจากพยานหลักฐานอันมีน้ำหนักเพียงพอตามมาตรฐานแห่งการพิสูจน์ในกระบวนการยุติธรรม ลูกความ "มิได้เป็นคู่ความ" และไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ กับบุคคลอื่น เช่น นายเฉิน จื้อ หรือคดีอื่น ๆ ที่ถูกนำมาเชื่อมโยง ทั้งนี้ ไม่ปรากฏพยานหลักฐานเชิงประจักษ์เรื่องการถือครองกรรมสิทธิ์ร่วม ร่วมลงทุน หรือธุรกรรมทางการเงินใด ๆ กับบุคคลดังกล่าว การนำชื่อไปเชื่อมโยงในการแถลงข่าวทั้งที่ปราศจากฐานข้อมูลข้อเท็จจริงเป็นการกระทำที่ไม่สอดคล้องกับหลักความเป็นธรรมและอาจบั่นทอนความน่าเชื่อถือของกระบวนการยุติธรรม

5.กรณีธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับบุคคลชื่อ "แตงไทย" กับความบริสุทธิ์ใจในฐานะผู้รับเงินปลายทางจากการปรากฏชื่อของ น.ส.แตงไทย บ้านมะหิงษ์ ในรายการธุรกรรมนั้น สำนักงานฯ ขอชี้แจงว่า ลูกความไม่มีความสัมพันธ์ส่วนตัวหรือความเกี่ยวข้องใด ๆ กับบุคคลดังกล่าว โดยกลไกการโอนเงินนั้น ธุรกรรมนี้เป็นการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศผ่านระบบ "บัญชีตัวแทนรวม" (Pooled Accounts) ซึ่งเป็นมาตรฐานปกติในภูมิภาคนี้ ลูกความทำการแลกเปลี่ยนเงินจาก USD เป็นเงินบาทในกัมพูชาเพื่อโอนเข้าบัญชีในไทย ส่วนพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องเมื่อวันที่ 3 มี.ค.64 ลูกความโอนเงิน 1,000,000 ดอลลาร์สหรัฐ ให้ผู้ให้บริการในกัมพูชา และได้รับเงินโอนเข้าบัญชีในไทยรวม 30,000,000 บาทในวันเดียวกัน ซึ่งเงินจำนวน 5,000,000 บาท ที่มาจาก น.ส.แตงไทย เป็นเพียงกระบวนการภายในของผู้ให้บริการ (Local Settlement) ที่ลูกความไม่สามารถเข้าไปควบคุมหรือรับรู้ตัวตนของผู้ฝากเงินต้นทางได้ นอกจากนี้ คำพิพากษาของศาลที่เกี่ยวข้อง น.ส.แตงไทย ได้ให้การรับสารภาพต่อศาลจังหวัดชลบุรีแล้ว ว่าเป็น "ผู้ให้บริการรับแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ" มิใช่อาชญากรที่เกี่ยวข้องกับลูกความโดยตรง

6.การละเมิดสิทธิเด็กและการใช้อำนาจที่ไม่เหมาะสมแก่กรณีต่อ "ผู้เยาว์" ประเด็นที่น่ากังวลที่สุดคือการที่เจ้าหน้าที่พยายามขยายผลการสอบสวนไปยังบุตรชายวัยเพียง 6 ขวบของลูกความ มีการออกหนังสือเชิญให้เด็กเข้าให้ถ้อยคำเกี่ยวกับเงินออมส่วนตัวจำนวนเล็กน้อย สำนักงานฯ พิจารณาแล้วเห็นว่าการนำเด็กในวัยไร้เดียงสาเข้าสู่กระบวนการสอบสวนทางกฎหมายที่ซับซ้อน เป็นการกระทำที่เกินสมควรแก่กรณีและอาจเข้าข่ายละเมิดสิทธิเด็กตามอนุสัญญาฉบับต่าง ๆ และถ้อยแถลงจากครอบครัว “ในฐานะพ่อ สิ่งที่ผมให้ความสำคัญที่สุดคือการปกป้องลูกชาย การนำเด็ก 6 ขวบเข้าสู่การสอบสวนเป็นสิ่งที่ยากจะยอมรับได้”

7.ความผิดปกติของกระบวนการจัดส่งหนังสือราชการ สำนักงานฯ ขอตั้งข้อสังเกตถึงกระบวนการส่งหนังสือแจ้งคำสั่งจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้วพบว่ามีเหตุผิดปกติที่อาจทำให้ลูกความเสียสิทธิในการต่อสู้คดี ทั้งการส่งหนังสือแจ้งในระยะเวลาที่กระชั้นชิดอย่างผิดปกติทำให้ลูกความมีเวลาเตรียมตัวและชี้แจงข้อมูลที่จำกัด มีการนำข้อมูลการสอบสวนไปเผยแพร่ผ่านสื่อก่อนที่ลูกความจะได้รับแจ้งอย่างเป็นทางการ ซึ่งส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงและภาพลักษณ์ทางธุรกิจอย่างรุนแรงทั้งที่กระบวนการยังไม่ถึงที่สุด

8.ข้อพิพาทเกี่ยวกับการยึดหรืออายัดทรัพย์ซ้ำซ้อน เมื่อการตรวจสอบความสุจริตของบุคคลยังคงดำเนินต่อไปอย่างไม่สิ้นสุด ลูกความขอตั้งคำถามถึงมาตรฐานการปฏิบัติงานในกรณีที่ได้มีการตรวจสอบทรัพย์สินชุดเดิมที่เคยได้รับการพิสูจน์และคืนทรัพย์สินไปแล้ว คือ การตรวจสอบที่สิ้นสุดไปแล้ว ทรัพย์สินส่วนใหญ่ได้ผ่านกระบวนการชี้แจงและตรวจสอบอย่างละเอียดจนนำไปสู่การคืนทรัพย์สินมาแล้วครั้งหนึ่ง ความซ้ำซ้อน คือ การกลับมาอายัดหรือตรวจสอบในประเด็นเดิม ทรัพย์สินเดิม ถือเป็นความซ้ำซ้อนที่สร้างภาระแก่ประชาชนเกินสมควร และขัดต่อหลักความยุติธรรมที่ว่าบุคคลไม่ควรถูกดำเนินคดีซ้ำในเรื่องที่ได้รับการวินิจฉัยไปแล้ว

ทั้งนี้ บทสรุปและจุดยืน ลูกความยังคงเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมของประเทศไทย และพร้อมให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่บนพื้นฐานของพยานหลักฐานที่ถูกต้อง และเราขอเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ปฏิบัติหน้าที่โดยคำนึงถึงหลักสิทธิมนุษยชน และความถูกต้องตามกระบวนการกฎหมายเป็นสำคัญ เพื่อไม่ให้การบังคับใช้กฎหมายกลายเป็นเครื่องมือในการทำลายความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติ นอกจากนี้ สำนักงานฯ ขอจัดส่งพยานหลักฐาน จำนวน 3 รายการ ประกอบแถลงการณ์ ดังนี้ แผนภาพแสดงกลไกการโอนเงินระบบบัญชีรวม (Pooled Accounts), สรุปรายการเคลื่อนไหวในบัญชีวันที่ 3 มี.ค.64 และหลักฐานการส่งไปรษณีย์ EMS ที่แสดงถึงความผิดปกติของระยะเวลาการแจ้งคำสั่ง

อนึ่ง ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า สำหรับแถลงการณ์ดังกล่าวจากทางฝ่ายกฎหมายของนายยิม เลียก ถือเป็นการชี้แจงครั้งแรกต่อสาธารณะ ภายหลังจากเมื่อวันที่ 11 ก.พ.ที่ผ่านมา สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) โดยคณะกรรมการธุรกรรม ได้มีมติส่งเรื่องให้พนักงานอัยการเพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน เนื่องจากพิจารณาคำขอเพิกถอนการยึดและอายัดทรัพย์สินชั่วคราวของผู้มีส่วนได้เสียแล้ว ไม่มีน้ำหนักเพียงพอให้รับฟังได้ว่าทรัพย์สินที่ถูกยึดและอายัดไว้ชั่วคราวนั้น มิใช่ทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด ในคดีสำคัญ 4 รายคดี รวมมูลค่าประมาณ 13,074 ล้านบาท ดังนี้

รายคดี น.ส.แตงไทย (สงวนนามสกุล) กรณี MR.LEAK YIM นางวิรินยา (สงวนนามสกุล) MR.SMITH BEN และ น.ส.แคทรียา กับพวก ได้หลอกลวงผู้เสียหาย มีข้อมูลเชื่อมโยง นายยิม เลียก และพบข้อมูลการทำธุรกรรมเชื่อมโยงไปยังนายเบน สมิธ ซึ่งมีพฤติการณ์กระทำความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชน ซึ่งผลคดี ส่งสำนวนไปยังพนักงานอัยการเพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน จำนวน 68 รายการ (ย.300 – 302/2568 และ ย.305/2568 เช่น ที่ดิน ห้องชุด รถยนต์ เรือยอชท์ และเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร) รวมมูลค่าประมาณ 12,123 ล้านบาท ตามที่ได้มีการรายงานข่าวไปแล้วนั้น.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...