โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ธปท.ชี้มาตรการรัฐปลายปี’68 หนุนบริโภค-ลงทุนเอกชน ธ.ค.โต

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 9 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 11 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ธปท. เผยเศรษฐกิจไทยเดือนธันวาคม 2568 ขยายตัวจากทั้งด้านอุปสงค์และอุปทาน การบริโภค–การลงทุนเอกชนปรับดีขึ้นจากมาตรการรัฐ ขณะที่การส่งออกและภาคอุตสาหกรรมเริ่มฟื้น แต่จำนวนนักท่องเที่ยวและรายได้ท่องเที่ยวยังชะลอ ต้องจับตาผลบาทแข็ง–สภาพคล่องธุรกิจ

นางสาวชญาวดี ชัยอนันต์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายองค์กรสัมพันธ์ และ โฆษกธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยเดือนธันวาคม 2568 ขยายตัวจากเดือนก่อน จากทั้งด้านอุปสงค์และอุปทาน โดยดัชนีการบริโภคภาคเอกชน (CPI) เพิ่มขึ้น 2.5% เพิ่มขึ้นในทุกหมวดส่วนหนึ่งจากผลของมาตรการภาครัฐ ขณะที่ยังต้องติดตามแรงส่งในระยะข้างหน้า โดยผู้บริโภคยังกังวลต่อแนวโน้มเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวช้า ส่วนดัชนีการลงทุนภาคเอกชน (PII) เพิ่มขึ้น 3.6% เพิ่มขึ้นจากหมวดเครื่องจักรและอุปกรณ์ ประกอบกับหมวดยานยนต์เร่งขึ้นตามยอดจดทะเบียนรถยนต์

ขณะที่จำนวนนักท่องเที่ยวลดลง 1.5% จากเดือนก่อนหน้า จากนักท่องเที่ยวกลุ่มตลาดระยะใกล้ (short haul) โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวมาเลเซียที่ชะลอการเดินทางในช่วงที่ภาคใต้เผชิญสถานการณ์น้ำท่วมรุนแรง และนักท่องเทียวจีนที่ชะลอลงหลังจากเร่งไปมากในช่วงก่อนหน้าที่มีวันหยุดยาว อย่างไรก็ดี จำนวนนักท่องเที่ยวกลุ่มตลาดระยะไกล (long haul) ขยายตัวตามนักท่องเที่ยวฝรั่งเศส และรัสเซียเป็นสำคัญ ด้านรายรับภาคการท่องเที่ยวหดตัว 2.2% จากเดือนก่อน ตามจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ชะลอตัว

ด้านการส่งออก มูลค่าส่งออกสินค้าไม่รวมทองคำเพิ่มขึ้น 1.3% จากเดือนก่อนหน้า ปรับเพิ่มขึ้นในหลายหมวด อาทิ เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องจักรและอุปกรณ์ อิเล็กทรอนิกส์ และสินค้าเกษตร อย่างไรก็ตาม การส่งออกหมวดปิโตรเลียม ปรับลดลงตามการส่งออกไปยังเกาหลี จีน และอินเดีย ส่วนการนำเข้าสินค้าไม่รวมทองคำลดลง 0.8% จากเดือนก่อนหน้า

การใช้จ่ายภาครัฐขยายตัวเมื่อเทียบกับระยะเดียวกันปีก่อน จากทั้งรายจ่ายประจำและรายจ่ายลงทุนของรัฐบาลกลาง อย่างไรก็ดี รายจ่ายลงทุนของรัฐวิสาหกิจหดตัวจากการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านสาธารณูปโภคและการสื่อสารเป็นสำคัญ

สำหรับเศรษฐกิจด้านอุปสงค์ การผลิตภาคอุตสาหกรรมกลับมาขยายตัว ดัชนี MPI เพิ่มขึ้น 3.8% โดยกลุ่มผลิตเพื่อส่งออกในสัดส่วนน้อยกว่า ร้อยละ 30 เพิ่มขึ้นจากการผลิตปิโตรเลียม หลังโรงงานที่ปิดปรับปรุงกระบวนการผลิตชั่วคราวเพื่อปิดซ่อมบำรุงโรงกลั่นกลับมาเปิดดำเนินการตามปกติ สำหรับกลุ่มผลิตเพื่อส่งออกในสัดส่วนร้อยละ 30-60 เพิ่มขึ้นจากการผลิตรถยนต์นั่งและรถกระบะ

ภาคบริการปรับเพิ่มขึ้นตามภาคการค้าเป็นหลักตามการนำเข้าสินค้าอุปโภคบริโภคและยอดขายรถยนต์ โดยเครื่องชี้ภาคบริการ (SPI) เพิ่มขึ้น 1.4% สำหรับกิจกรรมในภาคการท่องเที่ยวปรับเพิ่มขึ้นจากธุรกิจโรงแรมและภัตตาคารตามการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวไทยส่วนหนึ่งจากผลของมาตรการภาครัฐ

รายได้เกษตรกรหดตัวจากระยะเดียวกันปีก่อนตามราคาสินค้าเกษตรเป็นสำคัญ โดยราคายางพาราและข้าวขาวลดลงจากปริมาณผลผลิตของทั้งไทยและตลาดโลกที่อยู่ในระดับสูง สำหรับผลผลิตสินค้าเกษตรทรงตัวจากระยะเดียวกันปีก่อน

ด้านภาวะการเงิน การระดมทุนของภาคธุรกิจ โดยรวมปรับเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนจากการระดมทุนผ่านสินเชื่อสุทธิและตลาดทุน อย่างไรก็ตาม การระดมทุนผ่านตลาดตราสารหนี้ปรับลดลงจากธุรกิจภาคการเงินและอสังหาริมทรัพย์ สำหรับต้นทุนการระดมทุนผ่านตราสารหนี้ ตั้งแต่ 1 ธ.ค. 68 ถึง 26 ม.ค. 69 อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยทั้งระยะสั้นและระยะยาวเฉลี่ยเพิ่มขึ้น ตามการคาดการณ์ว่าการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยจะเลื่อนออกไป

อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทเทียบกับดอลลาร์ สรอ. ในเดือน ธ.ค. 68 และ ม.ค. 69 (ข้อมูลถึง 26 ม.ค. 69) เงินบาทปรับแข็งค่าตามทิศทางคาดการณ์ดอกเบี้ยนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐที่มีแนวโน้มผ่อนคลาย จากตัวเลขเศรษฐกิจและการจ้างงานที่ออกมาช่วงปลายเดือน พ.ย. และต้นเดือน ธ.ค. ที่ยังอ่อนแอ ประกอบกับความกังวลจากปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่ส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์ สรอ. เคลื่อนไหวผันผวน รวมถึงปัจจัยเฉพาะของไทยจากราคาทองคำที่ปรับสูงขึ้นต่อเนื่อง ด้านดัชนีค่าเงินบาท (NEER) เฉลี่ยแข็งค่าในเดือน ธ.ค. 68 และ ม.ค. 69 มากกว่าสกุลคู่ค้าคู่แข่งจากปัจจัยเฉพาะของไทย

เสถียรภาพเศรษฐกิจโดยรวม อัตราเงินเฟ้อทั่วไปติดลบ 0.28% ติดลบน้อยลงจากเดือนก่อนตามหมวดอาหารสด จากราคาผักที่สูงขึ้นจากผลของน้ำท่วม ขณะที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานเป็นบวกแต่ชะลอลงเล็กน้อยตามราคาค่าโดยสารสาธารณะ ของใช้ส่วนตัว และอุปกรณ์ซักล้าง อย่างไรก็ดี ราคาอาหารสำเร็จรูปยังปรับเพิ่มขึ้น

ด้านภาวะตลาดแรงงาน การจ้างงานทรงตัวจากเดือนก่อน สะท้อนจากจำนวนผู้ประกันตนมาตรา 33 ที่ใกล้เคียงเดือนก่อน โดยลดลง 0.1% ตามการจ้างงานในภาคบริการเป็นสำคัญ ขณะที่การจ้างงานในภาคการผลิตลดลงบ้าง โดยต้องติดตามการจ้างงานที่ยังคงลดลงในกลุ่มการผลิตสินค้าที่ได้รับผลกระทบจากการแข่งขันของสินค้านำเข้า ด้านดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุลจากทั้งดุลการค้า และดุลบริการ รายได้ และเงินโอน

ประเด็นที่ต้องติดตาม ได้แก่ ผลกระทบจากการแข็งค่าของเงินบาท สภาพคล่องของธุรกิจที่ยังตึงตัว ความสามารถในการปรับตัวของการผลิตภาคอุตสาหกรรม และการฟื้นตัวของจำนวนนักท่องเที่ยว

“สรุปทั้งไตรมาสที่ 4 เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวจากไตรมาสก่อน สะท้อนจากเครื่องชี้อุปสงค์ต่างประเทศ ทั้งการส่งออกสินค้าที่เพิ่มขึ้นในหมวดอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า และรายรับภาคการท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นตามจำนวนนักท่องเที่ยวที่ทยอยฟื้นตัว ประกอบกับอุปสงค์ในประเทศปรับดีขึ้นทั้งการบริโภคและการลงทุนภาคเอกชน รวมถึงการใช้จ่ายภาครัฐ ส่งผลให้กิจกรรมในภาคบริการขยายตัวสอดคล้องกัน สำหรับการผลิตภาคอุตสาหกรรมกลับมาขยายตัวจากอุปสงค์ทั้งในและต่างประเทศ ประกอบกับโรงงานที่ปิดเพื่อปรับปรุงกระบวนการผลิตและซ่อมบำรุงชั่วคราวกลับมาผลิตตามปกติ” นางสาวชญาวดีกล่าว

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ธปท.ชี้มาตรการรัฐปลายปี’68 หนุนบริโภค-ลงทุนเอกชน ธ.ค.โต

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...