ขยับ 286 เสียงหนุน “อนุทิน” นั่งนายกฯ ต่อ “ประชาชาติ” พร้อมร่วมรัฐบาล
ผู้สื่อข่าวรายงานจากที่ทำการพรรคภูมิใจไทย ว่า วันนี้ (20 ก.พ.69) นายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรค พร้อมด้วย นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย โฆษกพรรค ร่วมกับว่าที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) พรรคประชาชาติ แถลงข่าวความคืบหน้าการรวมเสียงสนับสนุนนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อ ภายหลังการเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 โดยพรรคภูมิใจไทยมี สส. อย่างไม่เป็นทางการ 193 ที่นั่ง และเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล
นายซูการ์โน มะทา เลขาธิการพรรคประชาชาติ เปิดเผยว่า มติพรรคเป็นเอกฉันท์ ทั้ง 5 เสียง พร้อมสนับสนุนนายอนุทิน เป็นนายกรัฐมนตรี และพร้อมทำงานในฐานะพรรคร่วมรัฐบาล เพื่อแก้ไขปัญหาให้ประชาชน ส่วน พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรค วันนี้ติดภารกิจจึงไม่ได้เข้าร่วมแถลงข่าว
“การทำงานร่วมกับพรรคการเมืองที่มีคะแนนรับเลือกตั้งจากประชาชนมากที่สุด ผมว่าเป็นสิ่งที่ถูกต้องที่สุดในระบอบประชาธิปไตย เราเป็นเสียงส่วนน้อย ในเมื่อเราได้รับมิตรไมตรีที่ดีจากผู้หลักผู้ใหญ่ของพรรคภูมิใจไทย เราก็พร้อมที่จะทำงานเพื่อคำนึงถึงประโยชน์ของประชาชนเป็นสำคัญ” เลขาธิการพรรคประชาชาติ กล่าว
จากการแถลงข่าวครั้งนี้ ส่งผลให้เสียงสนับสนุนนายอนุทินเพิ่มเป็น 286 เสียง ประกอบด้วย พรรคภูมิใจไทย 193 เสียง พรรคเพื่อไทย 74 เสียง พรรคประชาชาติ 5 เสียง พรรคเศรษฐกิจ 3 เสียง พรรคเพื่อชาติไทย 2 เสียง พรรคไทยสร้างไทย 2 เสียง และอีก 7 พรรค พรรคละ 1 เสียง ได้แก่ พรรคประชาธิปัตย์ใหม่ พรรคใหม่ พรรครวมใจไทย พรรคไทยทรัพย์ทวี พรรคพลังประชาชน พรรคมิติใหม่ และพรรคทางเลือกใหม่
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณี ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานพรรคกล้าธรรม กล่าวเปรียบการเมือง “ยามรักน้ำต้มผักก็ว่าหวาน” ขณะนี้ความสัมพันธ์ระหว่างพรรคภูมิใจไทยกับพรรคกล้าธรรมเป็นอย่างไร นายไชยชนก ระบุว่า “ผมว่ากลาง ๆ มาโดยตลอด สำหรับผมการเมืองไม่เคยหวาน”
เมื่อถามต่อถึงความกังวล หากไม่มีพรรคกล้าธรรมร่วมรัฐบาล และต้องเข้าไปดูแลกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ยืนยันว่า ไม่กังวล ส่วนตัวที่ดูแลกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (กระทรวงดีอี) สัมผัสอยู่ว่า บางทีมีความลำบากเวลาปรับเปลี่ยนรัฐบาล แต่ถ้ามีเจตนาที่ดี มีความมุ่งมั่นตั้งใจทำเพื่อประชาชนและทำงานอย่างสามัคคี ท้ายที่สุดจะทำได้ และเวลาจะเป็นบทพิสูจน์ในความทุ่มเทตั้งใจในการทำงาน คิดว่ากระทรวงเกษตรฯ คงไม่แตกต่าง
นายไชยชนก ระบุว่า การเข้าไปใหม่ อย่างไรต้องมีสิ่งที่ต้องทำความเข้าใจ ศึกษา ทั้งปัญหา ระบบข้าราชการ แนวทางการทำงาน โครงการต่าง ๆ แต่เชื่อว่า ผู้ที่พร้อมและมีคุณสมบัติเพียงพอที่จะเป็นรัฐมนตรี ควรที่จะสามารถจัดการกับปัญหาเหล่านั้นได้