กกต.ออกระเบียบยื่นคัดค้าน 'ออกเสียงประชามติ' ทำได้ภายใน 48 ชม.
วันที่ 17 ม.ค. 2569 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ ระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้ง ว่าด้วยการคัดค้านการออกเสียงประชามติ พ.ศ.2569 โดยให้อำนาจคณะกรรมการเลือกตั้งจังหวัด (กกต.จังหวัด) สถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ ตั้งคณะกรรมการไต่สวนคำคัดค้านการออกเสียงประชามติในหน่วยออกเสียงประชามติในเขตพื้นที่ที่ กกต.จังหวัด สถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ รับผิดชอบจัดการออกเสียงประชามติ ก่อนวันออกเสียงประชามติ
โดยคณะกรรมการไต่สวนฯ จะประกอบด้วยประธานกรรมการไต่สวนฯ และกรรมการไต่สวนฯ อย่างน้อย 2 คน มีอำนาจหน้าที่ไต่สวนข้อเท็จจริงกรณีมีคำคัดค้าน หรือมีความปรากฏว่า การออกเสียงไม่เป็นไปด้วยความสุจริตเที่ยงธรรม สอบสวน ตรวจค้นรวบรวมพยานหลักฐาน วินิจฉัยชี้ขาด และเสนอให้มีการเปิดหีบนับคะแนนออกเสียงใหม่ ทั้งนี้ คณะกรรมการไต่สวนฯ จะต้องสรุปสำนวนให้เสร็จภายใน 12 วัน หากยังไม่แล้วเสร็จสามารถขอขยายเวลาไต่สวนได้อีก 2 ครั้ง ครั้งละ 3 วัน
ผู้ที่มีสิทธิร้องคัดค้านการออกเสียงประชามติ จะต้องเป็นผู้มีสิทธิออกเสียงในหน่วยออกเสียงที่จะยื่นคัดค้าน โดยให้ยื่นคำคัดค้านต่อ ผอ.กกต.จังหวัด หรือ เอกอัครราชทูตในแต่ละประเทศ ด้วยตัวเองหรือมอบอำนาจให้ผู้อื่นดำเนินการแทน ภายใน 48 ชั่วโมง นับแต่การลงคะแนนออกเสียงประชามติสิ้นสุด หรือ ยื่นคำร้องคัดค้านมาที่สำนักงาน กกต. แทนได้ในกรณีที่เป็นการออกเสียงนอกราชอาณาจักร และ ผอ.กกต.จังหวัด หรือ เอกอัครราชทูต ต้องพิจารณาสั่งรับ หรือไม่รับคำคัดค้าน ให้แล้วเสร็จภายในวันที่รับคำคัดค้าน เว้นแต่คำค้านไม่สมบูรณ์ ให้ผู้ร้องคัดค้านแก้ไขเพิ่มเติมในระยะเวลาไม่เกิน 1 วัน
และเมื่อคณะกรรมการไต่สวนฯ สรุปสำนวนเสร็จ ให้รายงานผลการไต่สวนให้ กกต.พิจารณาโดยเร็ว ส่วนกรณีผลการไต่สวนคำคัดค้านการออกเสียงนอกราชอาณาจักร ให้เอกอัครราชทูตส่งผลการไต่สวนผ่านปลัดกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อส่งต่อให้ กกต.ดำเนินการพิจารณาต่อไป