โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“อนุทิน” ยังไม่รับรายงานปมงบประกันสังคม “ตรีนุช” สั่งเร่งแจง 12 ล้านบาท ปรับปรุงโรงอาหาร

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 23 ม.ค. เวลา 06.58 น. • เผยแพร่ 23 ม.ค. เวลา 06.58 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (23 ม.ค.69) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสการใช้เงินกองทุนประกันสังคมในช่วงที่ผ่านมา ระบุว่า ยังไม่ได้พบ นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานมาระยะหนึ่ง และยังไม่ได้รับรายงานเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าว

อนุทิน ชาญวีรกูล

ผู้สื่อข่าวถามถึงการรับทราบข้อมูลการลงทุนของคณะกรรมการประกันสังคมในช่วงก่อนหน้า อาทิ การซื้อตึก หรือการปรับปรุงสถานที่ อย่างโรงอาหาร นายกรัฐมนตรี ระบุว่า ยังไม่ได้รับรายงาน พร้อมย้ำว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานยังคงทำหน้าที่กำกับดูแลการบริหารราชการของกระทรวงแรงงานตามปกติ

“ยังไม่มีการรายงานว่ามีปัญหาใดที่เกินขีดความสามารถในการแก้ไขสถานการณ์” นายกรัฐมนตรีกล่าว

ตรีนุช เทียนทอง

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2569 นางสาวตรีนุช เทียนทอง ให้สัมภาษณ์กรณีมีข่าวการนำงบบริหารประกันสังคมจำนวน 12 ล้านบาท ไปใช้ปรับปรุงโรงอาหารของสำนักงานประกันสังคมพื้นที่ 3 ว่า โครงการดังกล่าวเกิดขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2561 และได้ผ่านกระบวนการอนุมัติงบประมาณและการก่อสร้างตามขั้นตอนแล้ว พร้อมสั่งการให้ สำนักงานประกันสังคม สรุปข้อเท็จจริงทั้งหมดรายงานตรงถึงรัฐมนตรีภายใน 24 ชั่วโมง

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ระบุว่า ประเด็นที่น่ากังวลมากกว่าคื อผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้ประกันตนกว่า 24.5 ล้านคน เนื่องจากเงินกองทุนประกันสังคมทุกบาททุกสตางค์เป็นเงินที่หักจากค่าจ้างแรงงานทุกเดือน เพื่อเป็นหลักประกันความมั่นคงในชีวิต ตั้งแต่การรักษาพยาบาล การว่างงาน จนถึงบำนาญชราภาพ การใช้จ่ายงบประมาณจึงต้องยึดหลักความถูกต้อง โปร่งใส และตรวจสอบได้

นางสาวตรีนุช กล่าวขอบคุณภาคประชาสังคมที่นำข้อมูลออกมาเปิดเผย พร้อมย้ำว่า สำนักงานประกันสังคมต้องทำงานอย่างรอบคอบ เพื่อสร้างหลักประกันทางสังคมให้กับผู้ประกันตน ไม่ใช่สร้างความมั่งคั่งให้กับองค์กร และต้องตระหนักเสมอว่าผู้ประกันตนคือเจ้าของเงินกองทุน

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ระบุด้วยว่า การบริหารจัดการเงินผู้ประกันตนอย่างไม่เหมาะสมหรือผิดพลาด ไม่เพียงเป็นความผิดร้ายแรง แต่ยังบั่นทอนความเชื่อมั่นต่อระบบประกันสังคม ซึ่งอาจต้องใช้เวลายาวนานในการฟื้นฟูศรัทธาของผู้ประกันตนกลับคืนมา

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...