ผู้ว่าฯ กทม.ระบุฝุ่นลดลง แต่ที่เห็นชัดวันนี้เพราะลมเปลี่ยนทิศ
วันนี้ (16 ม.ค.2569) นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม.กล่าวถึงสถานการณ์ฝุ่น pm 2.5 ว่า ล่าสุดสถานการณ์เริ่มดีขึ้น เมื่อเทียบกับช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยปริมาณฝุ่นยังไม่เกินค่าอันตราย คือยังไม่อยู่ในขั้นสีแดง แต่มีบางพื้นที่ ที่ยังเป็นสีส้มเข้ม (75 ไมโครกรัม/ ลูกบาศก์เมตร) เช่น เขตบางรัก ปทุมวัน จตุจักร และลาดกระบัง
ทั้งนี้สาเหตุฝุ่นในพื้นที่บางรัก เกิดจากปริมาณรถที่ค่อนข้างหนาแน่น ส่วนที่เกิดขึ้นแถวเขตตะวันออก อย่างลาดกระบัง เกิดจากการเผาชีวมวลพื้นที่ไร่เกษตร ซึ่งลอยมาจากพื้นที่ใกล้เคียงอย่างจังหวัดนครนายก และปราจีนบุรี รวมถึงประเทศที่อยู่ติดกับไทย
"เมื่อวานนี้ ก็ได้มีการประสานกับทางพื้นที่จังหวัดนครนายก เขาก็ช่วยเราดีมาก แต่ว่ายังมีเผาเล็กน้อย เข้าใจว่าเป็นการลักลอบเผากันในพื้นที่้เกษตร ท่านนายอำเภอก็ลงพื้นที่ด้วยตัวเองก็ทำให้หยุดการเผ่า 1000 ไร่ ตรงนครนายกไปได้ ตอนนี้ก็เริ่มลดลง ก็เหลือปราจีนบุรีที่ยังมีการเผาอยู่ค่อนข้างเยอะ ชลบุรีก็มีฝุ่นเยอะ และมีการเผาค่อนข้างเยอะ ต้องช่วยกันควบคุมการเผา ของทางกรุงเทพมหานครไม่มีจุดความร้อน ก็อาจจะมีเผาหญ้า เผาขยะบ้าง แต่เราก็เอารถดับเพลิงไปดับทันที" นายชัชชาติ กล่าว
อย่างไรก็ตาม ผู้ว่าฯ กทม. กล่าวว่า หากอากาศถ่ายเทดี ฝุ่นก็จะสลายไปได้เร็ว และเชื่อว่า สถานการณ์จะค่อยๆ ดีขึ้น ในช่วงสุดสัปดาห์นี้
ส่วนกรณีที่หลายคนรู้สึกว่า ฝุ่นดูหนาขึ้น หรือเยอะขึ้นในช่วงเช้านี้ นายพรพรหม วิกิตเศรษฐ์ ที่ปรึกษาผู้ว่าฯ กทม.กล่าวว่า เกิดจากลมเปลี่ยนทิศ ตั้งแต่ช่วงกลางคืนจะเป็นลมใต้ขึ้นมา ลมใต้พาความชื้นเข้ามาในกรุงเทพ ความชื้นมีเปอร์เซ็นประมาณ 95 เปอร์เซ็น สูงมากกว่า ซึ่งมันมีฝุ่นข้างจาก 3 วันก่อนและมีความชื้นเข้ามา ฝุ่นที่เล็กๆที่เราอาจจะไม่ค่อยเห็น มันไปเกาะตัวกับไอน้ำ พอเกาะตัวกับไอน้ำมันก็ใหญ่ขึ้น พอใหญ่ขึ้นก็จะเห็นด้วยสายตา
"วันนี้ลมใต้เริ่มมา ความชื้นสูงขึ้น อุณหภูมิลดลงปกติในช่วงเช้า และไปผสมกับไอน้ำและมีฝุ่นอยู่ก็จะทำให้เป็นหมอก จากฝุ่นที่เราไม่เห็น เพราะ PM2.5 มันเล็กมาก ผสมกับตัวไอน้ำจะกลายเป็นฝุ่นอ้วน จนสายตาสามารถมองเห็นได้จึงเห็นเป็นสภาพหมอก และจะดีขึ้นเมื่อแดดออก" นายพรพรหม กล่าว
นายชัชชาติ กล่าวเสริมด้วยว่า กทม. ได้มีความพยายามแก้ปัญหา ด้วยการปลูกต้นไม้เพิ่มอีกกว่า 2 ล้านต้น ทั่วกรุงเทพฯ เพื่อเป็นตัวช่วยกรองฝุ่น จะเห็นได้ว่า หากเราอยู่ในสวนสาธารณะ ที่มีปริมาณต้นไม้เยอะ ก็จะวัดค่าฝุ่นได้ลดลง ตัวอย่างเช่น ที่สวนลุมฯ ฝุ่น 55,43 มคก./ลบ.ม ขยับมาอีกนิดเดียวที่บริเวณริมถนน 78.3, 83.3 มคก./ลบ.ม
"ในสวนที่มีต้นไม้คอยกรองฝุ่นถ้าฝุ่นมาจากรถยนต์ไม่ทำให้สถานการณ์รุนแรงเหมือนอยู่ริมถนน ตรงนี้คือเมื่อวานยังไม่ใช่ของวันนี้ แต่ว่าแถวสวนหลวง ร.9 ฝุ่นเป็น 50.6 มคก./ลบ.ม แต่พอวัดตรงด้านนอกถนนศรีนครินทร์ 87.1 มคก./ลบ.ม จะเห็นได้ว่าในสวนมี่มีต้นไม้คอยกรองฝุ่นช่วยทำให้สถานการณ์ดีขึ้น ส่วนสวนที่ลาดกระบัง ในสวน 54.8 มคก./ลบ.ม แต่ที่ถนนลาดกระบัง 81.4 มคก./ลบ.ม อยู่ไม่ไกลกันเลยอต่ต่างกันมาก" นายชัชชาติ กล่าว
พร้อมกันนี้ กทม. ยังได้พยายามตรวจรถยนต์ เพื่อลดปัญหาควันดำ โดยมีการเปลี่ยนมาตรฐานจากควันดำ 30% เป็น 20% แต่เมื่อ 2 วันที่แล้วมีคนสอบถามว่าอำนาจการตรวจวัดความดำเป็นของใคร ซึ่งเรื่องนี้ นายพรพรหม กล่าวว่า เป็นอำนาจของ กทม. ตาม พรบ.สิ่งแวดล้อมปี 2535
"เวลาที่เข้าไปตรวจ ตรวจได้เฉพาะรถยนต์ 4 ล้อ หรือตามที่อยู่ใน พรบ.รถยนต์ ที่เป็นทะเบียนสีเหลือง รถขนส่งก็ไม่สามารถตรวจได้ หากตรวจพบควันดำเกิน 20% จะทำการติดสติกเกอร์ห้ามใช้ชั่วคราว และต้องทำการแก้ไขภายใน 30 วัน" นายพรพรหม กล่าว
ทั้งนี้ นายชัชชาติ กล่าวเสริมว่า สำหรับ รถ 6 ล้อขึ้นไปเป็นรถ พรบ.ขนส่งทางบก แต่กรม.จะไม่อำนาจในตรวจ สามารถไปร่วมดูได้ แต่ผู้ที่ตรวจจับได้คือ ผู้ตรวจการกรมขนส่งทางบก หากพบเจอสามารถระงับใช้ได้ทันทีเลย คือการนำสีแดงพ่นไปที่รถ
"จริงๆหลักการคือร่วมกับทางขนส่งทางบก กทม.ไม่ได้ร่วมด้วยเพราะว่า จริงๆที่เวลาอากาศไม่ดี กทม.รับผิดชอบเพราะเป็นพื้นที่รับผิดชอบ จึงต้องชวนกรมขนส่งทางบกไปตรวจด้วย เพราะอำนาจการตรวจอยู่ที่กรมขนส่งทางบก ถ้าอยากจะช่วยให้จริงจังก็ต้องมีการจับมือกับขนส่งทางบกไปด้วยกัน เพราะฉะนั้นเมื่อวานที่ไปนั้นไปเป็นทีม แต่คนที่ตรวจจับคือกรมขนส่งทางบก กรม.ก็ช่วยอำนวยความสะดวก ช่วยเรื่องภาพรวม ในการตรวจไม่ได้ตรวจบนท้องถนน เป็นการไปตรวจที่อู่ ที่ต้นทาง และที่ไซต์งานก่อสร้างต่างๆ" ผู้ว่าฯ กทม. กล่าว
ส่วนปัญหาหากห้ามรถสาธารณะที่มีค่าควันดำเกินกำหนดออกวิ่งให้บริการ อาจส่งผลกระทบต่อระบบขนส่งโดยรวมหรือไม่ และประชาชนผู้ใช้บริการ อาจได้รับความเดือดร้อน ผู้ว่าฯ กทม. กล่าวว่า การปล่อยให้รถเมล์ที่มีควันดำออกไปวิ่งก็ส่งผลกระทบต่อคนอีกมากมายเช่นกัน ดังนั้น เบื้องต้นจึงอยากขอความร่วมมือจากทุกหน่วยงาน ให้ดูและรถของตนเอง ซึ่งที่ผ่านมา ก็มีการปรับปรุง และทำให้สถานการณ์ภาพรวมดีขึ้นกว่าปีที่แล้ว
อ่านข่าว
กทม.ฝุ่น PM2.5 เกินเกณฑ์ทุกพื้นที่ อยู่ระดับสีแดง "บางรัก-ลาดกระบัง"
หาคำตอบ ทำไมเช้าวันนี้ (16 ม.ค.) ท้องฟ้า กทม. ถึงดูขมุกขมัว