"นายกฯ อนุทิน" ลงพื้นที่พระราม 2 ตรวจเครนถล่ม ย้ำต้องบอกเลิกสัญญาก่อสร้าง ถ้าโดนฟ้องพร้อมสู้เพื่อปกป้องชีวิตปชช. เปรยแผ่เมตตาโดนเกรียนคีย์บอร์ดโจมตี
วันนี้ เวลา 11.10 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีเครนโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ของรัฐ 2 โครงการพังถล่มติดต่อกันวว่า ช่วงบ่ายวันนี้จะลงพื้นที่พระราม 2 ซึ่งนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมผู้บริหารกระทรวง กำลังประชุมเพื่อรับข้อสั่งการของรัฐบาลไปดำเนินการ ส่วนหลังจากการประชุมวานนี้ บริษัทเอกชนสะท้อนความเห็นอย่างไรกลับมาหรือไม่นั้น ยืนยันไม่มีการสะท้อนกลับมาที่ตนเลย ตนไม่ได้เป็นคู่กรณีหรือคู่สัญญา แต่ในฐานะที่เป็นหัวหน้ารัฐบาลได้สั่งการไป เนื่องจากเกิดเหตุซ้ำซาก ที่สำคัญเกิดเหตุสองครั้งติดกัน มีผู้เสียชีวิตที่เป็นประชาชนทั่วไปที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับงานก่อสร้าง ดังนั้นคงคุยมากกว่านี้ไม่ได้แล้ว เราต้องใช้อำนาจทางปกครองในการสั่งให้หน่วยงานที่เป็นคู่สัญญาไปบอกเลิกสัญญา ขอย้ำว่าใช้คำว่าบอกเลิกสัญญา ไม่ใช่ยกเลิกสัญญา เพราะคำว่ายกเลิกสัญญาต้องมาดูว่าใครผิดใครถูก แต่ถ้าบอกเลิกสัญญา คือรัฐเห็นว่าหากกระทำเช่นนี้ต่อไปจะเข้าข่ายเป็นอันตรายต่อสาธารณะ จึงต้องใช้สิทธิ์บอกเลิกสัญญา ส่วนเรื่องดังกล่าวจะไม่เงียบหายไปใช่หรือไม่นั้น ตนในฐานะหัวหน้ารัฐบาล ได้สั่งการกระทรวงคมนาคมแล้ว ตนไม่ใช่ผู้ปฏิบัติ
ส่วนบริษัทเอกชนจะมีช่องทางฟ้องกลับรัฐบาลได้หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ทุกคนมีสิทธิ์ฟ้องได้หมด รัฐบาล และหน่วยงานต้องมีความมั่นใจ ซึ่งการประชุมวานนี้เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา และอัยการสูงสุด ได้ร่วมหารือด้วย ทุกอย่างเรียบร้อย และมีความเห็นตรงกันหากทำเพื่อประโยชน์และความปลอดภัยของประชาชน คนที่กระทำผิดจะฟ้องกลับ เราก็ต้องต่อสู้ในฐานะรัฐ ส่วนเมื่อบอกเลิกสัญญาแล้วได้ผู้รับเหมารายใหม่ มั่นใจว่าจะไม่มีปัญหาใช่หรือไม่นั้น เป็นเรื่องของหน่วยงานเจ้าของโครงการ นี่คือรัฐเป็นอันตราย เห็นว่าประชาชนของรัฐเป็นอันตราย รัฐก็แจ้งให้เจ้าของโครงการดำเนินการเพื่อหยุดความเป็นอันตราย ส่วนการขึ้นบัญชีดำจะมีระยะเวลานานเท่าไรนั้นเมื่อบอกเลิกสัญญาแล้วก็มีขั้นตอนดำเนินการ เรื่องนี้เป็นหมวดคำว่าทิ้งงาน ซึ่งมีคำจำกัดความอยู่ เป็นเรื่องที่กรมบัญชีกลางรับไว้แล้ว และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังก็รับทราบ และดำเนินการ ส่วนโครงการอื่นๆ ของบริษัทผู้รับเหมารายนี้ ไม่ต้องมีการมารายงาน เพราะตนไม่ใช่เจ้าของงาน แต่สั่งในฐานะหัวหน้ารัฐบาล ที่เห็นสิ่งที่เป็นภัยอันตรายต่อประชาชน เมื่อสั่งแล้วก็ต้องไปปฏิบัติ
ส่วนกรณีที่ในโซเชียลมีเดียโพสต์ว่าพรรคภูมิใจไทย ดูแลกระทรวงคมนาคมมาเป็น 10 ปี หากจะเลือกกลับมาอีก ประชาชนก็ต้องยอมรับความเสี่ยง นายอนุทิน กล่าวว่า ต้องดูว่าใครโพสต์และเจตนารมย์เป็นอย่างไร ขออย่าถามให้โต้เถียงกันไปมา ผู้สื่อข่าวรู้คำตอบดี รู้ว่าใครโพสต์ การทำสิ่งเหล่านี้เป็นการทำเพื่อให้เกิดความขัดแย้ง ด้อยค่า ซึ่งการใช้ชีวิตของตน และการทำงานไม่เชื่อเรื่องแบบนี้ และไม่มีปัญหาที่ในช่วงการเลือกตั้งอาจจะถูกหยิบโยงไปดิสเครดิตทางการเมือง เพราะการจะดิสเครดิตได้หรือไม่ได้ อยู่ที่น้องประชาชนจะตัดสินใจ พร้อมบอกด้วยว่าตนเองรำคาญมากกว่า ไม่ได้กังวล รำคาญไปก็หายใจลึกๆ 2-3 ครั้ง และแผ่เมตตาไปเท่านั้น
เมื่อถามย้ำว่า จะทนได้หรือไม่ นายกรัฐมนตรี ”ร้องโอ้โห“ แล้วบอกว่า เรื่องของความทนก็มาวัดกันสิ พร้อมกล่าวต่อว่าไม่มีอะไรหรอก แผ่เมตตา และแนะนำให้ผู้สื่อข่าวใช้วิธีนี้ด้วยเวลาอารมณ์ไม่ดี แค่หายใจเข้าออกลึกๆ พุธโธ ๆ รับรองว่าไม่เกิน 10 ครั้ง ถ้าไม่หลับก็หายโกรธ สำหรับตนส่วนใหญ่จะหลับ พุทโธครั้งที่ 6 ก็หลับแล้ว