โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“ทิสโก้” เชียร์ซื้อ 4 หุ้นอาหาร รับดีมานด์พุ่ง-ต้นทุนต่ำ ชู CPF เด่นสุด

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 29 ม.ค. เวลา 07.16 น. • เผยแพร่ 29 ม.ค. เวลา 01.00 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

บล.ทิสโก้ จำกัด เปิดเผยในบทวิเคราะห์ประเมินภาพรวมอุตสาหกรรมอาหาร โดยระบุว่าแนวโน้มอุตสาหกรรมไก่โลกยังคงขยายตัวต่อเนื่อง ปัจจัยหลักมาจากความต้องการบริโภคโปรตีนราคาประหยัดในช่วงเศรษฐกิจชะลอตัว ส่งผลให้การผลิตและการส่งออกขยายตัวเพิ่มขึ้น 2% และ 3% ตามลำดับ

โดยมีประเทศจีน บราซิล สหรัฐฯ และสหภาพยุโรปเป็นตัวขับเคลื่อนหลัก สำหรับประเทศไทยได้รับอานิสงส์จากการผลิตที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 1.7% และการส่งออกไปยังตลาดหลักอย่างญี่ปุ่น อังกฤษ และยุโรป โดยเฉพาะสินค้า "ไก่แปรรูป" ที่มีความผันผวนด้านราคาน้อยกว่าและให้อัตรากำไร (Margin) ที่สูงกว่าไก่สด

ขณะที่สถานการณ์สุกรโลกเริ่มมีความสมดุลมากขึ้น โดยผลผลิตทรงตัวที่ระดับ 117.2 ล้านตัน และการส่งออกลดลงเล็กน้อยที่ 0.8% จากแรงกดดันในยุโรป ทำให้ทิศทางราคามีแนวโน้มทรงตัวถึงฟื้นตัว สำหรับประเทศไทยมุ่งเน้นการควบคุมปริมาณแม่พันธุ์และซัพพลายเพื่อรักษาเสถียรภาพราคา ประกอบกับปัจจัยบวกด้าน "ต้นทุนอาหารสัตว์" ที่มีแนวโน้มทรงตัวในระดับต่ำ จากอุปทานกากถั่วเหลืองโลกที่ผ่อนคลาย และการเปิดโควตานำเข้าข้าวโพดจากสหรัฐฯ จำนวน 1 ล้านตัน (ภาษี 0%) ช่วยลดต้นทุนการผลิตและหนุนกำไรของผู้ประกอบการ

สำหรับแนวโน้มผลประกอบการกลุ่มอาหารในงวดไตรมาส 4/2568 (4Q25F) คาดว่าจะอ่อนตัวลง โดยกำไรเฉลี่ยของกลุ่มอาจลดลง 25% เมื่อเทียบกับปีก่อน (YoY) และลดลง 45% จากไตรมาสก่อน (QoQ) สาเหตุจากราคาปศุสัตว์ในไทย เวียดนาม และจีน ปรับตัวลงสู่ระดับต่ำสุดของปี

รวมถึงผลกระทบจากเทศกาลกินเจ ปัญหาขาดแคลนแรงงาน วันหยุดยาว และสถานการณ์น้ำท่วม อย่างไรก็ตาม แม้กำไรรายไตรมาสจะลดลง แต่บริษัทอย่าง BTG, TFG และ GFPT ยังคงมีอัตราการเติบโตที่ดีเมื่อเทียบรายปี (YoY) โดยภาพรวมปี 2568 (2025F) คาดว่ากำไรของกลุ่มจะกระโดดขึ้นถึง 56% YoY จากปัจจัยหนุนด้านต้นทุนวัตถุดิบที่ลดลง

ฝ่ายวิเคราะห์เลือก บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ CPF เป็นหุ้นเด่น (Top Pick) ของกลุ่ม เนื่องด้วยโครงสร้างธุรกิจที่มีสัดส่วนในต่างประเทศสูง ซึ่งเศรษฐกิจมีอัตราการเติบโตดีกว่าในประเทศ โดยเฉพาะการฟื้นตัวที่ชัดเจนของธุรกิจสุกรในเวียดนามที่ผ่านจุดต่ำสุดและกำลังกลับมาเติบโต ส่งผลให้ราคาและกำไรแข็งแกร่งขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับราคาปศุสัตว์ในภูมิภาคที่ทยอยปรับขึ้น

นอกจากนี้ ยังคงคำแนะนำ ซื้อ” สำหรับ BTG, GFPT และ FM จากศักยภาพการฟื้นตัวของยอดขาย การบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ และอัตรากำไรที่แข็งแกร่งต่อเนื่องไปจนถึงปี 2569 ส่วนทางด้าน TFG แม้พื้นฐานธุรกิจยังแข็งแกร่งและมีปันผลเด่น แต่ราคาหุ้นปัจจุบันสะท้อนมูลค่าไปแล้วและไม่มีอัปไซด์ ประกอบกับประเด็นการหลุดจากดัชนี SET ESG จึงแนะนำเพียง ถือ” เพื่อรับเงินปันผล (Dividend) เป็นหลัก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...