โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ครูในสังกัด สพป.กทม. 300 คน พร้อมแล้ว!! เรียนรู้ Active Learning เพื่อเป็นหัวใจสำคัญให้นร.เรียนรู้อย่างมีความสุข

TOJO NEWS

อัพเดต 21 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 22.33 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Admin Tojo

สพฐ.-สมาคมผู้บริหารประถมศึกษาฯ 300 คน อบรม Active Learning ชู พว.เชี่ยวชาญกระบวนการคิด ทำให้เด็กมีความรู้ความเข้าใจอย่างถ่องแท้ และสามารถเป็นผู้นำได้ในอนาคต

ผู้สื่อข่าวโตโจ้นิวส์รายงานว่า เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ โรงเรียนราชวินิต สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากรุงเทพมหานคร(สพป.กทม.)สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ร่วมกับ สมาคมผู้บริหารโรงเรียนประถมศึกษาแห่งประเทศไทย จัดโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการผู้บริหาร ครู และผู้เรียนสู่การสร้างนวัตกรรมเน้นกระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ ผ่านการออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ตามแนวคิด Active Learning ตามแนวทางจัดการเรียนการสอนในโรงเรียนตามมาตรฐานสากลของกระทรวงศึกษาธิการ โดยมีผู้บริหารสถานศึกษาและครู รวมประมาณ 300 คน จากทุกโรงเรียนในสังกัด สพป.กทม. และเครือข่ายสมาคมฯเข้าร่วม

ดร.พิเชฐ โพธิภักดี เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(กพฐ.) กล่าวภายหลังการเป็นประธานอบรมเชิงปฏิบัติการฯว่า กระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) และโรงเรียน รวมถึงผู้บริหารสถานศึกษาและครูตระหนักดีว่าการจะให้เด็กเป็นคนเก่ง คนดี มีความสุขได้ นั้น เราจะต้องให้ความสำคัญในหลายมิติโดยเฉพาะการเรียนรู้ เราจะจัดการเรียนการสอนอย่างไรให้เด็กเรียนรู้อย่างมีความสุข ซึ่งการเรียนรู้แบบ Active Learning เป็นหัวใจสำคัญที่จะทำให้เด็กเรียนรู้อย่างมีความสุขและได้ลงมือปฏิบัติ และยังได้นำเสนอผลงานด้วยตนเอง ทำให้เด็กมีความรู้ความเข้าใจอย่างถ่องแท้ และสามารถเป็นผู้นำได้ในอนาคต ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดของยูเนสโกที่ระบุว่าเด็กต้องได้เรียนรู้อย่างมีความสุข ต้องลงมือปฏิบัติได้ ต้องอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข คือสามารถทำงานเป็นกลุ่มได้ ทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ รวมถึงเด็กต้องเลือกเส้นทางชีวิตของตนเองได้ ซึ่งทั้งหมดนี้มีอยู่ในการเรียนรู้แบบ Active Learning ที่ สพฐ.ส่งเสริมให้นำ Active Learning มาสู่การจัดการเรียนการสอน

“หัวใจสำคัญของการศึกษาในวันนี้คือการเปลี่ยนจากการท่องจำ เป็น การสร้างนวัตกรรม ผ่านกระบวนการ Active Learning มาเป็นเครื่องมือให้ครูออกแบบการเรียนรู้ที่กระตุ้นให้ผู้เรียนรู้จักการรวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ ประยุกต์ใช้จนสามารถสร้างสรรค์สิ่งใหม่ได้ด้วยตนเอง ซึ่งการอบรมครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญที่ผู้บริหารและครูจะร่วมกันปฏิรูปหลักสูตรให้ทันสมัยและตอบโจทย์อนาคตได้”เลขาธิการ กพฐ.กล่าว

ดร.ศักดิ์สิน โรจน์สราญรมย์ อดีตกรรมการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา ประธานกรรมการบริหาร สถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ (พว.) กล่าวว่า การเรียนรู้แบบ Active Learning ด้วยกระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ GPAS 5 Steps เป็นการเปลี่ยนห้องเรียนในการพัฒนากระบวนการคิดของเด็กเป็นการสร้างผลผลิต สร้างนวัตกรรม ทำให้การเรียนรู้ของนักเรียนมีความสนุกสนาน กับการคิดและแสดงออกของตัวเอง และได้เห็นพัฒนาการของตัวเองได้ตลอดแนว

ซึ่งจะสร้างความภาคภูมิใจให้ครูได้ถ้าครูสามารถนำพาผู้เรียนเป็นนวัตกรได้จากการสร้างนวัตกรรม จากเป้าหมายที่วางไว้ GPAS 5 Steps ไม่ใช่เรื่องไกลตัว เป็นเรื่องที่ใกล้ตัว เพียงแต่ครูต้องปรับเปลี่ยนวิธีการจากการอธิบายมาเป็นพัฒนาการคิดของนักเรียนเป็นหลัก ก็จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในเบื้องตนได้

ประธานกรรมการบริหาร พว. กล่าวว่า Active Learning ไม่ใช่การเรียนด้วยการคิดและการลงมือปฏิบัติเท่านั้น แต่ต้องมีกระบวนการมารองรับ เนื่องจากหลักสูตรกำหนดว่า เด็กต้องนำสาระการเรียนรู้ทั้ง 8 กลุ่มสาระไปสร้างเป็นความรู้ ซึ่งหนังสือเป็นเนื้อหาหรือข้อมูล คือ Content ที่เด็กต้องนำไปสร้างเป็นความรู้ คือ Knowledge โดยตัวเชื่อมระหว่าง Content กับ Knowledge ก็คือกระบวนการ นั่นก็คือ GPAS 5 Steps แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือประเทศไทยเรายังขาดเรื่องของกระบวนการอยู่ เพราะเราสอนแบบPassive Learning คือ บรรยายอย่างเดียว สอนเนื้อหา ทำให้คุณภาพการศึกษาไม่ขยับ เพราะฉะนั้นจึงต้องปรับความเข้าใจของครูและผู้บริหารในเรื่องการเรียนรู้ด้วยกระบวนการเพื่อไปสอนเด็กให้เข้าถึงกระบวนการอย่างแท้จริง

“การที่ พว.มาจัดอบรมให้ความรู้ ไม่ใช่มาเพื่อบรรยาย แต่จะเป็นการชวนครูทำกิจกรรม เพื่อให้ครูเห็นภาพการจัดกิจกรรมสำหรับนักเรียน ว่า ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้เดินด้วยกระบวนการเดียวกัน สามารถสร้างกิจกรรมได้เหมือนกัน เป็นกระบวนการที่ไม่ได้ติดกับเนื้อหา ทำให้เด็กเกิดความจำระยะยาว สามารถนำไปใช้ได้ตลอดชีวิต ที่ผ่านมาคะแนนโอเน็ตและพิซาของเด็กไทยตกต่ำมาเป็นสิบปี เพราะการวิเคราะห์ข้อสอบเขาใช้กระบวนการนี้วิเคราะห์ และเนื้อหาข้อสอบก็ไม่ได้อยู่ในหนังสือ แต่เนื่องจากบ้านเราไม่ได้สอนกระบวนการ ทำให้เด็กไม่มีกระบวนการ ดังนั้นยิ่งติวหนังสือมากเท่าไหร่ก็ยิ่งตกมากเท่านั้น”ดร.ศักดิ์สินกล่าว

ด้าน ดร.ปรพล แก้วชาติ นายกสมาคมผู้บริหารโรงเรียนประถมศึกษาแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การทำงานของสมาคมฯยุคนี้ จะทำงานเชิงวิชาการ ซึ่งการอบรมลักษณะนี้เป็นการอบรมครั้งที่ 3 เพื่อให้ผู้บริหารและครูมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องการบริหารจัดการหลักสูตรเป็นผู้นำทางวิชาการ สามารถที่จะพาครูวิเคราะห์หลักสูตรได้ และสามารถกำหนดการสอนได้ เป็นการนำหลักสูตรแกนกลางลงสู่ห้องเรียน ซึ่งจะต้องผ่านการบริหารจัดการหลักสูตรและท้ายสุดก็จะมีการนิเทศกำกับติดตามคุณครูทุกคนให้เขียนแผนการเรียนรู้ที่ครบองค์ประกอบได้ และไฮไลท์สำคัญในการอบรมครั้งนี้คือ ครูและผู้บริหารจะต้องดำเนินการร่วมกันออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ผ่านกระบวนการคิดแบบ Active Learning ซึ่งจะมีหลายกิจกรรมให้เลือกใช้ตามความถนัด และครูก็สามารถนำเอาไปปรับใช้ในห้องเรียนได้เป็นอย่างดี

“ตอนนี้เรามุ่งเน้นงานวิชาการ เพราะงานวิชาการจะไปจบที่การสร้างนวัตกรรมของผู้บริหารและครู เมื่อนักเรียนได้เรียนรู้ผ่านกระบวนการคิดแบบ Active Learning ก็จะไม่ได้เนื้อหาสาระอย่างเดียว แต่จะได้กระบวนการคิดเพื่อนำไปออกแบบสุดท้ายก็จะเป็นนวัตกรรมของผู้เรียน ที่สำคัญผู้บริหารและครูสามารถต่อยอดนวัตกรรมนำไปขอเลื่อนและมีวิทยฐานะได้ด้วย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในการก้าวหน้าทางวิชาชีพ แต่ที่สำคัญที่สุดคือผลลัพธ์ของผู้เรียนเป็นเป้าหมายหลัก”ดร.ปรพล กล่าวและว่า อย่างไรก็ตาม สพป.กทม.ได้นำร่องกระบวนการคิดแบบ Active Learningมาสองสามปีแล้ว

ครั้งนี้ก็ถือว่าเป็นการทบทวนกระบวนการคิดอีกครั้ง โดยกลุ่มเป้าหมายในวันนี้คือโรงเรียนทั้ง 37 โรงเรียนและเครือข่ายสมาคมฯ ประมาณ 300 คน อย่างไรก็ตาม การที่สมาคมฯได้เชิญวิทยากรเชี่ยวชาญด้านกระบวนการคิดจากสถาบัน พว.มาอบรม Active Learning ให้ครูมีความรู้ความเข้าใจ เนื่องจากทางสมาคมฯได้ไปศึกษาดูงานที่โรงเรียนดรุณาราชบุรี ซึ่งโรงเรียนได้ทำความร่วมมือกับ สพฐ.และ พว.ซึ่งตนก็เห็นว่าผู้บริหาร ครู และเด็ก Active จริง ๆ และคิดว่าจะมาทำให้เกิดประโยชน์กับโรงเรียนของพวกเราได้ อย่างไรก็ตาม ทางสมาคมฯก็เปิดกว้างให้ทุกหน่วยงานที่ทำคุณประโยชน์ให้กับการการศึกษา

#เพื่อไม่พลาดข่าวสารดีๆ อย่าลืมกดติดตามพวกเรา TOJO NEWS

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...