“พรรคส้ม”ติดหล่ม IO - Laser ID เผชิญวิบากกรรมยุบพรรค?
สถานการณ์การเมืองหลังการเลือกตั้ง 8 ก.พ. 2569 ยังไม่ทันคลี่คลายดี พรรคประชาชน (ปชน.) หรือที่ถูกเรียกในทางการเมืองว่า“พรรคส้ม” ต้องเผชิญแรงกดดันระลอกใหม่ เมื่อถูกยื่นร้องเรียนต่อ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ขอให้ตรวจสอบและเสนอศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรค จาก 2 ปมร้อน คือ ข้อกล่าวหาเรื่อง “ปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร (IO)” ผ่านบริษัทเอกชน และ กรณีการเก็บข้อมูล “Laser ID” หลังบัตรประชาชนของผู้สมัครสมาชิกพรรค
เกมนี้จึงไม่ใช่เพียงข้อพิพาททางการเมือง แต่เป็นศึกกฎหมายที่อาจชี้ชะตาพรรคการเมือง ซึ่งมีฐานเสียงขนาดใหญ่ในเมืองหลวงและคนรุ่นใหม่
IO และบริษัทสเปกเตอร์ ซี
ชนวนสำคัญเริ่มจากการเปิดเผยของ ธิษะณา ชุณหะวัณ อดีต ส.ส.กทม. พรรคประชาชน ที่กล่าวในรายการโทรทัศน์ว่า มีหน่วยงานด้านไอทีชื่อ“สเปกเตอร์ ซี” ทำหน้าที่มอนิเตอร์และตอบโต้ข้อมูลทางการเมืองในโลกออนไลน์ พร้อมระบุที่ตั้งอยู่ชั้น 4 อาคารอนาคตใหม่ ซึ่งเป็นที่ทำการพรรคประชาชน
ต่อมา ศรีสุวรรณ จรรยา จากองค์การรักชาติรักแผ่นดิน เข้ายื่นหนังสือต่อ กกต. ขอให้ตรวจสอบและเสนอศาลรัฐธรรมนูญ “ยุบพรรคประชาชน” โดยตั้งข้อสังเกตถึงความเชื่อมโยงกับ
บริษัท สเปกเตอร์ ซี จำกัด ซึ่งจดทะเบียนปี 2563 ทุน 1.43 ล้านบาท และมีที่ตั้งตรงกับอาคารที่ทำการพรรค
ข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ระบุว่า บริษัทมีวัตถุประสงค์ด้านกิจกรรมทางกฎหมายและการผลิตสื่อออนไลน์ รายได้ช่วงปี 2563–2567 อยู่ในช่วง 21–47 ล้านบาทต่อปี โดยปี 2567 มีกำไรสุทธิราว 5.48 ล้านบาท
ประเด็นข้อกล่าวหาอยู่ที่ว่า บริษัทดังกล่าวอาจมีความเชื่อมโยงเชิงโครงสร้างกับพรรคประชาชน และอาจเข้าข่ายทำ IO สนับสนุนกิจกรรมทางการเมือง ซึ่งหากพิสูจน์ได้ว่า เป็นการใส่ร้ายหรือเผยแพร่ข้อมูลอันเป็นเท็จ อาจเข้าข่ายผิด พ.ร.ป.พรรคการเมือง มาตรา 20 และ พ.ร.ป.เลือกตั้ง มาตรา 73 (5) เปิดช่องให้ กกต. ใช้มาตรา 92 เสนอศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรค
อย่างไรก็ตาม ฝั่งพรรคที่ถูกกล่าวหาออกมาปฏิเสธทันที
ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวว่า หลายอย่างที่ น.ส.ธิษะณาออกมาสื่อสาร ยืนยันว่า ไม่ใช่ข้อเท็จจริง เช่น ที่ใช้คำว่า IO ส้ม พรรคประชาชนไม่เคยมีปฏิบัติการข้อมูลข่าวสารแบบนั้น
“สิ่งที่เรามีอาจจะมีทีมที่เรียก ว่า Social Monitoring หรือ Social Listening จริง เพื่อติดตามความเห็นในสื่อสังคมออนไลน์ แต่ไม่ได้มีหน่วยงานเฉพาะกิจที่ตั้งขึ้นมาเพื่อพยายามบิดเบือนข้อมูลข่าวสาร หรือ ชี้นำความคิดของสังคม เช่น มีทีมงานไปคอยตอบคอมเมนต์ใต้โพสต์ต่าง ๆ ที่เป็นข้อมูลที่คลาดเคลื่อนหรือไม่ตรงกับข้อเท็จจริง อันนี้ไม่มีแน่นอน ผมขอปฏิเสธ”
พริษฐ์ วัชรสินธุ โฆษกพรรคประชาชน ยืนยันว่า ไม่มีการว่าจ้างบริษัทใดทำ IO มีเพียงการจ้างผลิตสื่อ เช่น กราฟิกและวิดีโอ ตามกระบวนการปกติ และการใช้เงินกองทุนพัฒนาพรรคการเมืองต้องรายงานต่อ กกต. ทุกขั้นตอน
ด้าน พรรณิการ์ วานิช อดีตกรรมการบริหารพรรคอนาคตใหม่ ระบุว่า บริษัทสเปกเตอร์ ซี ตั้งขึ้นช่วงยุบพรรคอนาคตใหม่ เพื่อรองรับพนักงานเดิม และดำเนินธุรกิจปกติ มีลูกค้าหลากหลาย ไม่ได้ทำ IO ตามที่ถูกกล่าวหา
ปม Laser ID และ PDPA
อีกประเด็นร้อน คือ การที่พรรคประชาชนให้ผู้สมัครสมาชิกกรอก “เลข Laser ID” 12 หลักหลังบัตรประชาชน เพื่อยืนยันตัวตน
ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรค ชี้แจงว่า เป็นการปฏิบัติตามขั้นตอนของกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย เพื่อป้องกันการสวมสิทธิ และใช้ยืนยันผ่านระบบ API เท่านั้น โดยพรรคไม่ได้จัดเก็บข้อมูลดังกล่าวไว้ในฐานข้อมูลถาวร
แต่มีรายงานว่า พรรคอยู่ระหว่างกระบวนการขออนุญาตใช้งานระบบ DOPA Digital ID และยังไม่ได้รับอนุมัติอย่างเป็นทางการ ขณะที่จำนวนสมาชิกพรรคที่สมัครแล้วมีมากกว่า 110,000 คน
ข้อกังวลทางกฎหมายจึงอยู่ที่ว่า หากมีการรวบรวมข้อมูลก่อนการอนุญาต อาจเข้าข่ายฝ่าฝืนหลักเกณฑ์ของกรมการปกครอง และอาจกระทบต่อกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) รวมถึงบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา 32 เรื่องสิทธิในข้อมูลส่วนบุคคล
กรณีนี้ นายศรีสุวรรณ จรรยา ระบุว่า การที่พรรคประชาชนทำแบบฟอร์มสมัครสมาชิกพรรค และทุกคนต้องกรอกข้อมูลลับเป็นเลเซอร์ไอดีบัตรประชาชน ซึ่งตัวเลข 12 หลักหลังบัตรประชาชนถือเป็นข้อมูลรับและข้อมูลส่วนตัว
การกระทำดังกล่าวอาจเข้าข่ายความผิดในรัฐธรรมนูญ มาตรา 32 ประกอบมาตรา 25 ที่ห้ามบุคคลใดนำข้อมูลส่วนบุคคล ไปแสวงหาผลประโยชน์ใด ๆ ทั้งสิ้น
นอกจากนี้ ยังมีกฎหมายอีกหลายฉบับที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ เช่น กฎหมาย พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) เพราะฉะนั้น เรื่องนี้นายทะเบียนพรรคการเมือง จะต้องเข้าไปตรวจสอบอย่างเข้มข้น เพราะจะเชื่อมโยงกับประเด็นแรกที่ได้กล่าวมาข้างต้น ว่า หากนำข้อมูลลับของประชาชนไปใช้ประโยชน์ ก็จะเกิดอันตราย เช่น การทำบัญชีม้า
องค์การรักชาติรักแผ่นดินจึงต้องมาร้องกับ กกต. และนายทะเบียนพรรคการเมืองว่า จะต้องมีการตรวจสอบอย่างเข้มข้น รวมทั้งต้องมีการสืบสวนสอบสวน ว่าข้อมูลดังกล่าวเป็นจริงหรือไม่
ย้อนรอยยุบพรรคส้ม
ขั้นตอนต่อจากนี้ ขึ้นอยู่กับการไต่สวนของ กกต. หากเห็นว่า มีมูลความผิดตาม พ.ร.ป.พรรคการเมือง อาจเสนอศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยยุบพรรค
สถานการณ์ยิ่งอ่อนไหว เมื่อย้อนดูประวัติศาสตร์ “พรรคส้ม”
- 21 ก.พ. 2563 ศาลรัฐธรรมนูญ มติ 7 ต่อ 2 ยุบพรรคอนาคตใหม่ คดีเงินกู้ 191.2 ล้านบาท
- 7 ส.ค. 2567 ศาลรัฐธรรมนุญ มติเอกฉันท์ 9 ต่อ 0 ยุบพรรคก้าวไกล คดีหาเสียงแก้ ม.112
- ปี 2569 พรรคประชาชนถูกร้องยุบพรรคจากปม IO และ Laser ID
การยุบพรรคซ้ำอีกครั้ง อาจสร้างแรงกระเพื่อมทางการเมืองรุนแรง โดยเฉพาะภายใน “พรรคประชาชน” ซึ่งเป็นพรรครุ่น 3
คดีนี้จึงมี 3 ชั้นซ้อนกัน คือ 1.ชั้นข้อเท็จจริง - มีหรือไม่มี IO 2.ชั้นกฎหมาย - การเก็บ Laser ID ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ 3.ชั้นการเมือง ผลกระทบต่อเสถียรภาพระบบพรรคการเมืองไทย
คำถามสำคัญไม่ใช่เพียง “จะยุบหรือไม่ยุบ” แต่คือ มาตรฐานการกำกับดูแลพรรคการเมืองในยุคดิจิทัลจะเดินไปทิศทางใด
บทพิสูจน์ต่อจากนี้อยู่ที่การไต่สวนของ กกต. และหากเรื่องถึงมือศาลรัฐธรรมนูญ คำวินิจฉัยจะไม่เพียงชี้ชะตาพรรคหนึ่งพรรคใด หากแต่สะท้อนทิศทางประชาธิปไตยไทยในระยะยาว
++++++++++
พรรคประชาชนแจง 7 ข้อปม Laser ID
พรรคประชาชนออกแถลงการณ์จำนวน 7 ข้อ ชี้แจงกรณีการขอ Laser ID หลังบัตรประชาชน ในกระบวนการสมัครสมาชิกพรรค ดังนี้
1.ทำถูกกฎหมาย: พรรคยืนยันว่าทุกขั้นตอนเป็นไปตามกฎหมาย และคำนึงถึงการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลอย่างเคร่งครัด
2.ป้องกันการสวมสิทธิ: พรรคมีหน้าที่ตรวจสอบว่าผู้สมัครเป็นตัวจริงและมีคุณสมบัติครบถ้วน จึงออกแบบระบบให้รัดกุมกว่าขั้นต่ำที่กฎหมายกำหนด
3.Laser ID เป็นวิธียืนยันตัวตนที่ใช้ทั่วไป: การขอ Laser ID เป็นกระบวนการยืนยันตัวตนที่ใช้แพร่หลาย (เช่น ธุรกรรมการเงิน) ไม่ขัดกฎหมาย หากมีการขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูล
4.ต้องขออนุญาต“เชื่อมระบบ”กับกรมการปกครอง: การขออนุญาต ไม่ใช่เพื่อขอ Laser ID จากประชาชน แต่เป็นการขออนุญาตเชื่อมข้อมูลเพื่อตรวจสอบกับฐานข้อมูลของ กรมการปกครอง
5.อยู่ระหว่างดำเนินการเชื่อมต่อระบบ: พรรคยื่นขอเชื่อมระบบแล้ว เหลือขั้นตอนสุดท้ายคือ Web Service/API ก่อนหน้านี้ อดีตพรรคอนาคตใหม่-พรรคก้าวไกล เคยได้รับอนุญาตลักษณะเดียวกัน
6.ยืนยันไม่เคย“บันทึก” Laser ID: Laser ID เป็นเพียงข้อมูลส่งผ่านเพื่อตรวจสอบความถูกต้อง พรรคไม่จัดเก็บข้อมูลนี้ไว้ในระบบ ไม่ว่าช่วงใด
7.ถอด Laser ID ออกจากขั้นตอนสมัครชั่วคราว: เพื่อคลายข้อกังวล พรรคได้ยกเลิกการให้กรอก Laser ID ชั่วคราว จนกว่าการเชื่อมต่อระบบกับกรมการปกครองจะเสร็จสมบูรณ์