โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“เอกนิติ” งัดธนู 3 ดอก ฝ่ามรสุมเศรษฐกิจ หวังพลิกไทยพ้น “คนป่วยแห่งเอเชีย” ดันลงทุน-ปฏิรูปคลัง

สยามรัฐ

อัพเดต 11 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 12 ชั่วโมงที่ผ่านมา

เมื่อวันที่ 24 ก.พ. 2569 นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “Fiscal Transformation : ปฏิรูปการคลัง เพิ่มรายได้รัฐ เป็นเกราะป้องกันมรสุมโลก” ภายในงาน Thailand Economic DRIVES 2026 : ฝ่ามรสุม 69 โดยระบุว่า ปีนี้ประเทศไทยต้องเผชิญ “มรสุมเศรษฐกิจ” สำคัญ 3 ด้านที่กำลังก่อตัวขึ้น

มรสุมแรก คือ ปัญหาภูมิรัฐศาสตร์และความขัดแย้งทางการเมืองที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก มรสุมที่สอง คือ ภัยธรรมชาติและภัยพิบัติ ซึ่งหากบริหารจัดการไม่ดีจะกระทบประชาชนและเพิ่มภาระงบประมาณรัฐ และมรสุมที่สาม คือ ปัญหาเชิงโครงสร้างภายในประเทศ ทั้งการบริโภคภาคเอกชนที่อ่อนแรงจากหนี้ครัวเรือน โครงสร้างประชากรเข้าสู่สังคมสูงวัย และการลงทุนที่ชะลอตัวต่อเนื่อง

นายเอกนิติ กล่าวว่า ตั้งแต่ปี 2540 ประเทศไทยเคยมีสัดส่วนการลงทุนสูงถึง 40% ของ GDP แบ่งเป็นการลงทุนภาครัฐ 10% และภาคเอกชน 30% แต่ปัจจุบันลดลงเหลือเพียง 24% ของ GDP โดยการลงทุนภาครัฐเหลือ 6% และภาคเอกชนเพียง 18% อีกทั้งเศรษฐกิจไทยพึ่งพาการส่งออกสินค้าสูงถึง 60% ของ GDP และภาคบริการ 10% เมื่อเศรษฐกิจโลกผันผวนจึงส่งผลกระทบต่อไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ สะท้อนถึงความไม่สมดุลของเครื่องยนต์เศรษฐกิจ

“โจทย์ปีนี้คือมรสุม 3 ลูกที่กำลังรออยู่ สิ่งแรกที่ต้องทำคือเปลี่ยนนโยบายจาก Quick Big Win เป็น Big Win เพื่อทำให้เศรษฐกิจไทยที่หลุดจากหล่มแล้วเติบโตต่อเนื่อง กลับมาแข่งขันกับนานาชาติได้ และเปลี่ยนภาพลักษณ์จากคนป่วยแห่งเอเชียให้กลับมาแข็งแรงอีกครั้ง” รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง กล่าว

เขายังเปรียบเทียบว่า เศรษฐกิจไทยเหมือนผู้ป่วยที่เพิ่งออกจากห้อง ICU ซึ่งไม่สามารถวิ่งได้ทันที ต้องค่อย ๆ ฟื้นฟูผ่านการลงทุนและการปฏิรูป พร้อมระบุว่า รัฐบาลหวังมีเวลาทำงานเต็มวาระ 4 ปี เพื่อยกเครื่องเศรษฐกิจให้เข้มแข็งท่ามกลางความท้าทายจำนวนมาก

สำหรับแนวทางสำคัญหรือ “ธนู 3 ดอก” ในการรับมือมรสุมเศรษฐกิจ ได้แก่ 1. เร่งการลงทุน โดยเฉพาะโครงสร้างพื้นฐาน พลังงานสะอาด และเศรษฐกิจสีเขียว 2. ลงทุนในทรัพยากรมนุษย์ ผ่านการยกระดับการศึกษาและนำดิจิทัล-เอไอเข้ามาเสริมทักษะแรงงานไทย และ 3. ปลดล็อกกฎหมายและกฎระเบียบ เพื่อเร่งกระบวนการลงทุนให้รวดเร็วขึ้น

นายเอกนิติ ระบุว่า กระทรวงการคลังอยู่ระหว่างหารือกับสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เพื่อผลักดันกฎหมายรวบยอดด้านการลงทุน ลดขั้นตอนที่ต้องใช้เวลานานถึงเกือบ 2 ปีในการอนุมัติโครงการ โดยคาดว่ากฎหมายดังกล่าวจะเป็นตัวเปลี่ยนโฉมการลงทุนของไทย อย่างไรก็ตาม ความชัดเจนยังต้องรอการจัดตั้งรัฐบาลใหม่

รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง กล่าวเพิ่มเติมว่า การดึงเม็ดเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ถือเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยปีที่ผ่านมา มียอดขอรับส่งเสริมการลงทุนสูงถึง 1.8 ล้านล้านบาท และมาตรการ Thailand FastPass ช่วยปลดล็อกกฎระเบียบได้บางส่วน คาดว่าจะทำให้เกิดการลงทุนราว 4.8 แสนล้านบาท หากสามารถผลักดันกฎหมายใหม่ได้ คาดว่า FDI ในปี 2569 อาจเพิ่มขึ้นเป็น 9.7 แสนล้านบาท เติบโตเกือบ 20% รวมถึงการเร่งโครงการ PPP เพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ

ด้าน นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่าปัญหาสำคัญของไทยคือเศรษฐกิจเติบโตต่ำจากโครงสร้างระยะยาว ซึ่งไม่สามารถแก้ไขได้ทันที หากไม่เร่งปฏิรูป เศรษฐกิจอาจเติบโตต่ำต่อเนื่องอีก 3-10 ปี โดยไทยยังเผชิญหนี้ครัวเรือนสูง 86-87% หนี้เสียกว่า 16 ล้านล้านบาท สินเชื่อรวมหดตัว 6 ไตรมาส และสินเชื่อ SME ลดลงต่อเนื่องถึง 14 ไตรมาส

อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยยังมีปัจจัยบวกจาก FDI ที่เพิ่มขึ้น การบริโภคที่ยังขยายตัว และการท่องเที่ยวที่มีคุณภาพ ส่งผลให้ GDP ไตรมาส 4 ปี 2568 ขยายตัว 2.5% ทั้งปีโต 2.4% และคาดว่าเศรษฐกิจปี 2569 จะเติบโต 1.5% ก่อนปรับดีขึ้นสู่ระดับราว 1.9%

ผู้ว่าฯ ธปท. ระบุว่า บทบาทของธนาคารกลางจำเป็นต้องปรับจากการใช้นโยบายดอกเบี้ยเพียงอย่างเดียว ไปสู่ “Target Policy” หรือมาตรการเฉพาะจุด เพื่อแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง เช่น การแก้หนี้ NPL รายย่อยผ่าน Social AMC การตั้งกองทุน SME Credit Boost วงเงิน 1 แสนล้านบาท การกำกับธุรกรรมทองคำเพื่อลดผลกระทบค่าเงินบาท และการควบคุมธุรกรรม e-Money เพื่อลดความเสี่ยงการโอนเงินผิดปกติ

ทั้งนี้ ธปท.ประเมินว่าศักยภาพการเติบโตของเศรษฐกิจไทยอยู่ที่ 2.7% แต่จำเป็นต้องเร่งปฏิรูปเพื่อยกระดับศักยภาพสู่ 3.5-4% ผ่านการลงทุนใหม่ การเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน และการดำเนินมาตรการทั้งระยะสั้นและระยะยาวควบคู่กัน

#เศรษฐกิจไทย #เอกนิติ #FiscalTransformation #ข่าวเศรษฐกิจ #ThailandEconomicDRIVES2026 #นโยบายการคลัง #FDI #ธปท #GDPไทย #ลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน #ข่าวเศรษฐกิจวันนี้ #วิเคราะห์เศรษฐกิจไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...