โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

ด่วน 25 ก.พ.นี้! "กกต." จ่อรับรองผลเลือกตั้ง สส.แบ่งเขต ล็อตแรก เปิดทางตั้งรัฐบาลใหม่

สยามรัฐ

อัพเดต 10 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 10 ชั่วโมงที่ผ่านมา

">

เมื่อวันที่ 24 ก.พ.69 มีรายงานข่าวว่า สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เร่งจัดทำรายละเอียดเพื่อเสนอต่อที่ประชุม กกต.วันพรุ่งนี้ (25 ก.พ.) เวลา 10.00 น. เพื่อให้ประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง สส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง โดยด้านสืบสวนสอบสวน จะมีการเสนอรายงานผลการตรวจสอบเรื่องร้องเรียนให้ที่ประชุมพิจารณาควบคู่ไปด้วย เพื่อให้พิจารณาว่าจะสามารถประกาศรับรองผลเลือกตั้ง สส.แบบแบ่งเขตได้จำนวนเท่าใด จากทั้งหมดที่มี 400 เขตเลือกตั้ง

สาเหตุที่ครั้งนี้จะประกาศรับรองผลได้เร็วโดยประกาศในวันพรุ่งนี้ เนื่องจากเห็นว่า นอกจากตามรายงานของผู้เกี่ยวข้องที่ระบุมาว่าไม่พบว่ามีการเลือกตั้งที่ไม่เป็นไปโดยสุจริต และเที่ยงธรรมแล้ว ครั้งนี้เรื่องของร้องเรียนทุจริตเลือกตั้งมีไม่มากเมื่อเทียบกับการเลือกตั้งปี 2566 และจนถึงขณะนี้ จังหวัดยังดำเนินการสอบสวนไม่แล้วเสร็จ และกฎหมายเปิดโอกาสให้ กกต.ประกาศรับรองผลไปก่อน แล้วตามสอยภายหลังได้ โดยมีระยะเวลาดำเนินการภายใน 1 ปี

โดยจะยังคงเหลือในส่วนของบางเขตเลือกตั้ง และ สส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง 100 คน ที่กกต.สั่งให้มีการออกเสียงลงคะแนนใหม่ หรือนับคะแนนใหม่ ซึ่ง กกต.ให้นโยบายกับทางสำนักงาน กกต.ไว้ว่าให้ดำเนินการในส่วนนี้ให้แล้วเสร็จทั้งหมดภายในวันที่ 1 มี.ค. และคาดว่าจะสามารถประกาศรับรองผลเลือกตั้ง สส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง หรือแบบบัญชีรายชื่อ 100 คน ในต้นเดือนมี.ค.นี้

ทั้งนี้ ตามไทมไลน์การจัดการเลือกตั้งเดิม กกต.วางแผนไว้ว่า หลังจากวันเลือกตั้งแล้วคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 1 เดือน จึงจะประกาศรับรองผลการเลือกตั้งในส่วนของเขตเลือกตั้ง ที่ผู้เกี่ยวข้อง รวมถึงผู้ตรวจการเลือกตั้งรายงานว่าไม่พบการเลือกตั้งที่เป็นไปโดยไม่สุจริต เที่ยงธรรม

ขณะเดียวกัน ในประเด็นของคิวอาร์โค้ด หรือบาร์โค้ด บนบัตรเลือกตั้ง ซึ่งมีการฟ้องร้องต่อศาลปกครอง และยื่นผ่านผู้ตรวจการแผ่นดินเพื่อส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญนั้น กกต. เห็นว่า การพิจารณาของศาลฯ ต้องใช้เวลาพอสมควร หากรอ ก็จะไม่เป็นผลดี เนื่องจากจะทำให้ไม่มีรัฐบาลที่มีอำนาจเต็มมาบริหารบ้านเมือง

อีกทั้ง กกต. ยังเชื่อมั่นว่าการที่มีคิวอาร์โค้ด บาร์โค้ด และรหัส 9 ตัว ในส่วนของเล่มที่ เลขที่ บนต้นขั้วบัตรเลือกตั้งวันที่ 8 ก.พ. ที่ถูกมองว่าทำให้สามารถสอบย้อนกลับได้ว่าผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งเป็นใครและลงคะแนนให้ใครนั้น จนถึงวันนี้ ก็ยังไม่สามารถพิสูจน์ย้อนกลับไปได้อย่างที่กล่าวอ้าง การเลือกตั้งจึงยังเป็นไปโดยตรงและลับ

ขณะที่การออกเสียงลงคะแนนใหม่ในวันที่ 22 ก.พ. แม้จะปรากฏบาร์โค้ด และคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง แต่ไม่ปรากฏรหัส 9 ตัว ที่ส่วนของต้นขั้วนั้น มีรายงานว่า กกต.ใช้เทคนิคพิเศษในการจัดพิมพ์ โดยรหัสต่าง ๆ ยังคงมีเหมือนบัตรเลือกตั้งที่ใช้วันที่ 8 ก.พ.69 ดังนั้นการจัดพิมพ์บัตรใหม่ดังกล่าว จึงไม่ขัดต่อระเบียบ กกต. ข้อที่ 129 จึงทำให้มั่นใจว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ จะไม่ถูกสั่งให้เป็นโมฆะ

ส่วนปัญหาบัตรเลือกตั้งไม่ตรงกับจำนวนผู้มาใช้สิทธิ์ หรือที่เรียกว่า "บัตรเขย่ง" นั้น จากที่สำนักงาน กกต.ได้ตรวจสอบตามรายงานผลการนับคะแนน สส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง และแบบบัญชีรายชื่อ (สส. 5/18 และ สส. 5/18 บช.) พบว่ามีการเขย่งจริงอยู่ที่หลักร้อยบัตร ในกว่า 50 หน่วย โดยหลายหน่วย กกต.ได้สั่งให้มีการนับคะแนนใหม่ และออกเสียงลงคะแนนใหม่แล้ว ประกอบกับเห็นว่าเมื่อกกต. ประกาศรับรองผลการเลือกตั้งแล้ว ความสนใจของสังคมก็จะเปลี่ยนไปที่การจัดตั้งรัฐบาล

นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่า สำนักงาน กกต. กำลังรวบรวมข้อมูลเพื่อเสนอกกต. เห็นชอบให้มีการดำเนินคดีกับผู้ที่ไปสังเกตการณ์เลือกตั้งในการออกเสียงลงคะแนนใหม่เมื่อวันที่ 22 ก.พ.69 ที่มีการซูมถ่ายภาพบัตรเลือกตั้ง เพื่อดูว่ามีบาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ดหรือไม่ แล้วนำมาถอดรหัสหาความเชื่อมโยงว่าสามารถสอบย้อนกลับไปยังผู้มาใช้สิทธิ์ที่เป็นเจ้าของบัตรเลือกตั้งนั้นได้หรือไม่ เนื่องจากเห็นว่าการกระทำดังกล่าว มีลักษณะเป็นขบวนการ มีการแบ่งงานกันทำ มีความตั้งใจจะให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ อีกทั้งยังเข้าข่ายผิด พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 ด้วย

#กกต #รับรองผลเลือกตั้ง #เลือกตั้ง2569 #ข่าวการเมือง #สสแบ่งเขต #จัดตั้งรัฐบาล #ข่าวด่วนการเมือง #บัตรเขย่ง #บาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง #การเมืองไทย #ข่าววันนี้ #ข่าวการเมืองล่าสุด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...