สีหศักดิ์มอง กัมพูชาโจมตีไทย แค่ตอบโจทย์ในประเทศ ชี้โลกไม่อยากยุ่ง
สีหศักดิ์มอง กัมพูชาโจมตีไทย แค่ตอบโจทย์ในประเทศ ชี้โลกไม่อยากยุ่ง
นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ บรรยายสรุปแก่คณะทูต เกี่ยวกับผลการเยือนประเทศฝรั่งเศส การเข้าร่วมการประชุมระดับสูงของคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (HRC) และการหารือกับนายตาน ส่วย รัฐมนตรีต่างประเทศเมียนมา โดยใช้เวลาประมาณ 30 นาที
จากนั้น นายสีหศักดิ์กล่าวว่า วันนี้ได้ชี้แจงให้คณะทูตานุทูตได้รับทราบถึงกรณีการพบปะพูดคุยกับผู้อำนวยการใหญ่ยูเนสโก รัฐมนตรีต่างประเทศฝรั่งเศส การกล่าวถ้อยแถลงที่นครเจนีวา รวมถึงข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติ ซึ่งประเด็นหลักได้พูดถึงสถานการณ์ไทย – กัมพูชา โดยได้พยามชี้แจงถึงการเดินหน้าความสัมพันธ์ไทย – กัมพูชา ซึ่งในการพูดคุยโดยตรงกัมพูชาก็พูดในลักษณะเดียวกัน แต่สิ่งที่ตนเองผิดหวังคือการแสดงท่าทีของฝ่ายกัมพูชาในที่ต่างๆ สวนทางกับสิ่งที่แสดงออกมา ทั้งกรณีที่กล่าวหาว่าไทยยึดพื้นที่ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง
“ที่น่าเป็นห่วงคือข่าวที่ออกมาจากกัมพูชาส่วนใหญ่เป็นข่าวที่ข้อมูลที่ผิดพลาดเยอะมาก แต่ในส่วนของไทยมีข่าวที่ออกมาหลากหลาย ซึ่งขณะนี้อยู่ในช่วงที่เราเดินหน้าความสัมพันธ์ อยากให้ประชาชนมองไปข้างหน้า แต่สิ่งที่กัมพูชาพูดนั้นไม่ช่วยอะไรเลย แทนที่จะไปข้างหน้ากลับถอยหลัง ดังนั้น ผมจึงต้องปฏิเสธในสิ่งเหล่านี้ ทั้งที่อยากพูดในสิ่งสร้างสรรค์ แต่เมื่อกัมพูชาพูดในลักษณะนั้นเราก็ต้องเปลี่ยนถ้อยแถลง แม้ไม่อยากตอบโต้ แต่เราก็ต้องตอบโต้ในแบบที่เป็นผู้ดี” นายสีหศักดิ์กล่าว
นายสีหศักดิ์ยังย้ำความตั้งใจในการเดินทางไปประชุม HRC ของไทยครั้งนี้ คือการนำเสนอเรื่องอาชญากรรมออนไลน์ ซึ่งเป็นกระบวนการที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรงในหลายมิติทั้งต่อชีวิตและทรัพย์สิน โดยได้นำเสนอข้อเท็จจริงของปัญหา ไม่ได้ระบุหรือพาดพิงว่าปัญหาดังกล่าวมีต้นตอจากความไม่มั่นคงทางการเมือง หรือการขาดหลักนิติธรรมของรัฐใด สิ่งที่ทำให้รู้สึกเหนื่อยใจอีกครั้งคือการต้องมาปรับถ้อยแถลงในส่วนไทย – กัมพูชา แม้ว่าไทยจะพยายามมองไปข้างหน้าตลอดเวลา กัมพูชาก็ยังคงย้ำแต่เรื่องเดิมๆ แต่หากไม่กล่าวถ้อยแถลงตอบโต้ จะกลายเป็นว่าไทยถูกใส่ร้ายอยู่ฝ่ายเดียว และสิ่งที่ใส่ร้ายก็ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง
นายสีหศักดิ์ยังย้ำว่า สิ่งที่พูดกับคณะทูตในวันนี้ เรายังมีความปรารถนาในการเดินหน้า เพื่อให้เกิดผลนำไปสู่การฟื้นฟูความสัมพันธ์ แต่เราทำฝ่ายเดียวไม่ได้ ต้องอยู่ที่กัมพูชาด้วย กัมพูชาพูดอย่าง แต่ไปแถลงอีกอย่าง ให้ข่าวอีกอย่าง และที่น่ากลัวคือ ข่าวของกัมพูชาไม่มีเรื่องอื่น ประชาชนรับรู้แต่เรื่องนี้ แล้วเราจะเดินหน้าในความสัมพันธ์ได้อย่างไร ซึ่งก็ไม่เข้าใจเจตนาของกัมพูชา เว้นแต่ทำเพื่อการบริโภคภายในประเทศ หรือทำเพื่อสร้างแรงกดดันต่อไทย โดยใช้ประชาคมโลก แต่หากสังเกตท่าทีของประชาคมโลกจะเห็นว่าไม่มีท่าทีอะไรเลย เพราะคงรู้แล้วว่าสิ่งที่ดีที่สุดคือปล่อยให้ไทยและกัมพูชาเจรจากันเอง หากเข้ามายุ่งเกี่ยวจะลำบากยิ่งขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับเจตนารมย์ของไทยที่อยากเจรจากันเอง ไม่ต้องดึงเอาแรงกดดันข้างนอกเข้ามาเกี่ยวข้อง รวมถึงจะเห็นได้ว่าประชาคมโลกไม่ได้แสดงความเห็นอะไรกับสิ่งที่กัมพูชาพูด ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเชื่อไทย หรือเห็นแล้วว่าหากออกมาขานรับในสิ่งที่กัมพูชาพูดจะยิ่งทำให้สถานการณ์ลำบากมากยิ่งขึ้น
ผู้สื่อข่าวถามถึงมาตรการต่อไปที่ไทยจะผลักดันในผลักดันในการแก้ไขปัญหาไทย – กัมพูชา นายสีหศักดิ์กล่าวว่า ขณะนี้บอลอยู่ในคอร์ตของฝ่ายกัมพูชาแล้ว กัมพูชามีอยู่ 2 ทางเลือก คือจะเลือกเส้นทางสันติภาพหรือเส้นทางความขัดแย้งที่นำมาสู่ความสูญเสีย หากกัมพูชาจะเลือกความขัดแย้ง ไทยก็ไม่กลัว เพราะจำเป็นต้องปกป้องอธิปไตยของประเทศ แต่ไทยจะเลือกเส้นทางที่เกิดประโยชน์ทั้งสองฝ่าย ไม่นำไปสู่ความสูญเสีย
นายสีหศักดิ์กล่าวต่อว่า อีกประเด็นที่ชี้แจงคือเรื่องสถานการณ์ในเมียนมา เพราะมีผลกระทบและมีผลประโยชน์กับไทยโดยตรงในแง่ของความมั่นคงชายแดน ที่ผ่านมาเราสนับสนุนฉันทามติ 5 ข้อของผู้นำอาเซียน และยังสนับสนุนต่ออยู่ แต่ต้องหาหนทางในการนำฉันทามติ 5 ข้อนั้นไปปฏิบัติ หากเราอยู่เฉยแล้วคาดหวังให้ผู้แทนพิเศษอาเซียนไปทำคนเดียวก็เป็นไปไม่ได้ เพราะประเทศอื่นไม่ได้รับผลกระทบเหมือนไทย ดังนั้น สิ่งที่เรานำเสนอคือนโยบายที่จะกลับไปมีปฏิสัมพันธ์ และทำแบบค่อยเป็นค่อยไป ซึ่งฝ่ายเมียนมาก็ต้องช่วยในส่วนนี้ด้วย ประเทศไทยในฐานะประเทศเพื่อนบ้าน จะรอคอยการปฏิบัติตามฉันทามติ 5 ข้อจากฝั่งเมียนมาอย่างเดียวไม่ได้ เราต้องพูดคุย ซึ่งไม่ใช่การให้ความชอบธรรมทุกอย่าง และเห็นว่าการเลือกตั้งในเมียนมาที่ผ่านมาอาจเป็นการเปลี่ยนผ่านที่สำคัญ หรืออาจจะไม่ไปไหนเลยก็ได้ แต่หากมีการพูดคุยอาจจะช่วยโน้มน้าวให้เป็นการเปลี่ยนผ่านในทางที่ดี
นายสีหศักดิ์กล่าวว่า สันติภาพในเมียนมาเป็นสิ่งที่เราคาดหวัง แต่เราทำคนเดียวไม่ได้ เมียนมาต้องช่วยด้วย เช่นการเปิดพื้นที่ให้ช่วยเหลือมนุษยธรรมมากขึ้น ลดความรุนแรงของการต่อสู้ พยายามหลีกเลี่ยงการโจมตีพลเรือน การปล่อยผู้ถูกคุมขังทางการเมือง ไม่เช่นนั้นเราจะไปบอกอาเซียนให้ปรับมาใช้นโยบายกลับไปมีปฏิสัมพันธ์ไม่ได้ เพราะหากไม่มีความคืบหน้าก็จะลำบาก เราจึงต้องอธิบายถึงนโยบายระหว่างการเลือกตั้งที่เกิดขึ้น แม้จะไม่สมบูรณ์ แต่จะนำไปสู่กระบวนการพูดคุย กระบวนการปรองดอง และสันติภาพ
นายสีหศักดิ์กล่าวว่า มาตรการของไทยต่อเรื่องเมียนมาในขณะนี้ ไทยมีบทบาทนำพอสมควรแล้ว แต่มาตรการเหล่านี้จะเกิดผลสำเร็จหรือไม่ ขึ้นอยู่กับฝ่ายเมียนมาว่าจะเข้าใจท่าทีของไทยและดำเนินการต่อไปอย่างไร แต่ ด้วยระบบการปกครองและสถานการณ์ภายในเมียนมาจำเป็นต้องให้เวลาเมียนมาเพื่อตัดสินใจ เชื่อมั่นว่าอาเซียนเองก็พิจารณาว่าสิ่งที่ไทยดำเนินการอย่างต่อเนื่องจะนำไปสู่ความคืบหน้าอย่างไร
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สีหศักดิ์มอง กัมพูชาโจมตีไทย แค่ตอบโจทย์ในประเทศ ชี้โลกไม่อยากยุ่ง
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th