กรุงเทพก็ไม่รอด! กรมอุตุฯ เตือน 3-6 มี.ค. 69 รับมือพายุฤดูร้อนฝนตกหนักหลายพื้นที่ทั่วไทย
วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศคาดการณ์พยากรณ์อากาศในอีก 7 วันข้างหน้า ตั้งแต่วันที่ 27 กุมภาพันธ์ – 4 มีนาคม 2569 โดยระบุว่า ในช่วงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ - 2 มีนาคม 2569 ประเทศไทยตอนบนจะมีอากาศร้อนประกอบกับมีฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่ เนื่องจากความกดอากาศต่ำ ความร้อน และลมตะวันตกพัดปกคลุมบริเวณดังกล่าว
อย่างไรก็ดีสิ่งสำคัญ คือ ในช่วงวันที่ 3-6 มีนาคม 2569 จะมีพายุฤดูร้อนพัดผ่านประเทศไทย โดยเริ่มจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือก่อน แล้วตามมาด้วยภาคตะวันออก ภาคกลาง กรุงเทพมหานคร รวมถึงปริมณฑลและภาคเหนือ ที่จะได้รับผลกระทบจากพายุฤดูร้อนเป็นลำดับถัดกันไป โดยพายุดังกล่าวจะมีลักษณะเป็นพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ลูกเห็บตก และฝนตกหนักบางแห่ง รวมถึงอาจมีฟ้าผ่าเกิดขึ้นได้บางพื้นที่ หลังจากนั้นอากาศจะคลายความร้อนลง เนื่องจากมีบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนเคลื่อนเข้าปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือและทะเลจีนใต้ ส่งผลทำให้มีลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และอ่าวไทย ประกอบกับมีคลื่นกระแสลมฝ่ายตะวันตกเคลื่อนผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในขณะที่ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อน
สำหรับภาคใต้ ในช่วงวันที่ 28 กุมภาพันธ์-3 มีนาคม 2569 จะมีฝนลดลง เนื่องจากมีลมตะวันตกเฉียงเหนือพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันมีกำลังอ่อนลง โดยมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
ส่วนในช่วงวันที่ 4-5 มีนาคม 2569 จะมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่งเกิดขึ้นได้ เนื่องจากลมตะวันออกและลมตะวันออกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมอ่าวไทย ภาคใต้ และทะเลอันดามันจะมีกำลังแรงขึ้น สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันมีกำลังแรงขึ้น โดยอ่าวไทยตอนล่างทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
อย่างไรก็ดีสิ่งที่ควรระวัง คือ ในช่วงวันที่ 3-5 มีนาคม 2569 ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนระมัดระวังอันตรายจากพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ลูกเห็บตก และฟ้าผ่า โดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ และป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง รวมทั้งหลีกเลี่ยงการเดินทางผ่านบริเวณที่มีพายุฝนฟ้าคะนอง ที่จะเกิดขึ้นในระยะนี้ สำหรับเกษตรกรควรเสริมความแข็งแรงให้ไม้ผล และเตรียมการป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับผลผลิตทางการเกษตรและสัตว์เลี้ยง รวมทั้งดูแลรักษาสุขภาพในช่วงที่สภาพอากาศเปลี่ยนแปลงไว้ด้วย