โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

ขอเงินซื้อยาบ้าไม่ได้ คว้ามีดพร้าฟันแม่ ชุลมุนดับคาบ้าน

ไทยโพสต์

อัพเดต 28 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 15.52 น. • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

หนุ่มวัย 37 คลุ้มคลั่งขอเงินแม่ไปซื้อยาบ้า พอถูกปฏิเสธคว้ามีดพร้าไล่ทำร้าย พี่ชายเข้าห้ามเกิดเหตุชุลมุน ก่อนคมมีดสวนกลับเสียชีวิตหน้าบ้าน เมืองนครศรีธรรมราช

28 กุมภาพันธ์ 2569 - เมื่อเวลา 18.30 น. วานนี้ พ.ต.อ.กิตติชัย ไกรนรา ผกก.สภ.เมืองนครศรีธรรมราช พร้อม พ.ต.ท.นรากร เอียดช่วย รอง ผกก.ป้องกันและปราบปราม สายตรวจท่าไร่ และเจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิประชาร่วมใจ เข้าตรวจสอบเหตุลูกชายคลุ้มคลั่งทำร้ายมารดา

จุดเกิดเหตุเป็นบ้านพักริมถนนสายนางพญา–บางหลวง หมู่ 3 ต.ท่าไร่ อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช

ที่เกิดเหตุพบศพนายอัศวิน หรือบูม อายุ 37 ปี นอนจมกองเลือดอยู่บริเวณสนามหน้าบ้าน สวมเสื้อยืดและกางเกงชาวเลสีกรมท่า บริเวณหน้าผากมีบาดแผลฉกรรจ์ 2 แผล ใกล้กันพบมีดพร้าเปื้อนเลือด 1 เล่ม

สอบสวนเบื้องต้นทราบว่า มีดพร้าดังกล่าวเป็นของผู้ตาย

นางมณฑา อายุ 61 ปี มารดาผู้ตาย มีบาดแผลหางตาขวาแตก เลือดอาบใบหน้า เจ้าหน้าที่กู้ภัยช่วยปฐมพยาบาล ขณะที่นายพิทักษ์ อายุ 40 ปี พี่ชาย มีอาการศีรษะด้านซ้ายบวมจากการชุลมุน

พี่ชายและมารดาให้ข้อมูลว่า นายอัศวินมีพฤติกรรมเสพยาเสพติดมาตั้งแต่อายุ 19 ปี และมักมีอาการคลุ้มคลั่งเป็นระยะ

ก่อนเกิดเหตุ ผู้ตายขอเงินไปซื้อยาบ้า แต่ถูกปฏิเสธ จึงคว้ามีดพร้าไล่ทำร้ายมารดาบริเวณหน้าบ้าน นายพิทักษ์เข้าห้ามและพยายามแย่งมีด เกิดการยื้อแย่งกันอย่างชุลมุน ล้มลุกคลุกคลานอยู่หน้าบ้าน ระหว่างการต่อสู้ คมมีดถูกผู้ตายจนบาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ

แพทย์นิติเวชโรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราชเข้าชันสูตรพลิกศพ ขณะที่พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานและสอบปากคำ เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...