โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘GSK’ สำรวจพบวัย 50+ เกือบ 80% มีโรคเรื้อรัง กังวล ‘งูสวัด’ กระทบคุณภาพชีวิต

The Bangkok Insight

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • The Bangkok Insight

ผลสำรวจระดับโลกปี 2569 พบผู้สูงอายุกลุ่มเสี่ยงกว่า 78% กังวล "โรคงูสวัด" กระทบการใช้ชีวิต และกลัวต้องนอนโรงพยาบาล แต่กว่า 54% ยังไม่เคยพูดคุยเรื่องการป้องกันกับบุคลากรทางการแพทย์ สะท้อนช่องว่างความตระหนักรู้ที่สำคัญ

บริษัท แกล็กโซสมิทไคล์น (ประเทศไทย) จำกัด หรือ GSK ผนึกสมาพันธ์ผู้สูงอายุสากล ยกระดับสัปดาห์รณรงค์ป้องกันโรคงูสวัดเน้นกลุ่มผู้มีโรคเรื้อรัง ทั้งโรคหัวใจ เบาหวาน และโรคปอด ซึ่งมีความเสี่ยงเกิดโรคสูงกว่าคนทั่วไป และอาจเผชิญภาวะแทรกซ้อนรุนแรงจนทำงานไม่ได้

งูสวัด

พญ. บุษกร มหรรฆานุเคราะห์ ผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์ GSK เปิดเผยข้อมูลเนื่องในสัปดาห์รณรงค์ป้องกันโรคงูสวัดประจำปี 2569 ซึ่งตรงกับวันที่ 23 ก.พ-1 มี.ค. 2569 ว่า จากผลสำรวจกลุ่มตัวอย่างอายุ 50 ปีขึ้นไปที่มีโรคเรื้อรังกว่า 6,000 คนใน 10 ประเทศทั่วโลก พบสถิติที่น่ากังวลว่า ผู้ตอบแบบสำรวจถึง 78% มีความกังวลว่าโรคงูสวัดจะส่งผลกระทบเชิงลบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน และ 72% กังวลเรื่องการต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล

อย่างไรก็ตาม ปัญหาสำคัญคือกลุ่มตัวอย่างมากกว่าครึ่งหนึ่ง หรือ 54% ระบุว่า ยังไม่เคยพูดคุย หรือปรึกษาเรื่องโรคงูสวัดกับแพทย์มาก่อน ทำให้เรื่องนี้กลายเป็นประเด็นสุขภาพที่ถูกละเลย ในการตรวจสุขภาพทั่วไป

ข้อมูลเชิงลึกจากการสำรวจโดย Human8 พบว่าในกลุ่มผู้ที่เคยเป็นโรคงูสวัด มีถึง 42% ที่ต้องเผชิญกับอาการเจ็บปวดรุนแรง จนส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิต และ 1 ใน 3 ไม่สามารถไปทำงาน หรือร่วมกิจกรรมทางสังคมได้ตามปกติ

งูสวัด

ความเสี่ยงนี้จะเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในกลุ่มผู้ที่มีโรคเรื้อรัง อาทิ โรคหอบหืด หรือโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง ที่มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น 41% โรคเบาหวาน 38% และโรคหัวใจและหลอดเลือด 34% ซึ่งโรคเหล่านี้ไม่เพียงแต่ทำให้ร่างกายอ่อนแอ แต่ยังส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบภูมิคุ้มกัน ที่ลดถอยลงตามธรรมชาติเมื่ออายุมากขึ้น

พญ. บุษกร กล่าวย้ำว่า แม้ผู้สูงอายุจะดูแลโรคประจำตัวเป็นอย่างดี แต่อาจยังขาดความเข้าใจว่าโรคเรื้อรังเหล่านั้น ส่งผลให้ภูมิคุ้มกันลดลง และเพิ่มโอกาสการเกิดโรคงูสวัดที่รุนแรงได้

ผลสำรวจชี้ว่า 1 ใน 4 ของผู้ตอบแบบสอบถาม ยังเชื่อว่าโรคประจำตัวไม่มีผลต่อความเสี่ยงของโรคงูสวัด และเกือบครึ่งหนึ่งยังไม่ตระหนักถึงความรุนแรงของโรคที่จะตามมา

การรณรงค์ในปีนี้จึงมุ่งเน้นการเปลี่ยนจากเพียงแค่ "การสร้างความตระหนักรู้" ไปสู่ "การลงมือปฏิบัติเพื่อป้องกัน" โดยสนับสนุนให้ผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไปกล้าที่จะพูดคุยกับแพทย์เฉพาะทาง หรือบุคลากรทางการแพทย์เพื่อวางแผนป้องกันอย่างเหมาะสม

ทั้งนี้ การร่วมมือกับสมาพันธ์ผู้สูงอายุสากล (IFA) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 มีเป้าหมายสำคัญเพื่อยกระดับให้โรคงูสวัดเป็นประเด็นสุขภาพใกล้ตัวที่ต้องได้รับความสำคัญ

เช่นเดียวกับการจัดการโรคเรื้อรังอื่น ๆ เพื่อให้ผู้สูงอายุสามารถใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจ และมีคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว โดยเฉพาะกลุ่มที่มีโรคประจำตัว ซึ่งถือเป็นกลุ่มเปราะบางที่สุดต่อโรคนี้

ข้อมูลอ้างอิง
1. www.wearehuman8.com;2026;1-12
2. Harpaz, R., et al. Prevention of herpes zoster: recommendations of the Advisory Committee on Immunization Practices (ACIP). MMWR Recomm Rep 2008;57(Rr-5):1-30
3. Marra, F., et al. Risk Factors for Herpes Zoster Infection: A Meta-Analysis. Open forum infectious diseases. 2020;7
4. Lin SY, et al. A comparison of Herpes Zoster incidence across the spectrum of chronic kidney disease, dialysis and transplantation. Am J Nephrol. 2012:36(1):27–33
5. Huang C-T, et al. Association Between Diabetes Mellitus and the Risk of Herpes. J Clin Endocrinol Metab. 2022;107(2):586–597
6. Mortimer KJ, et al. Global herpes zoster burden in adults with asthma: a systematic review and meta-analysis. Eur Respir J. 2024;64(2):2400462.
7. IDAT;2025;1-46;Recommend Adult and Elderly Immunization Schedule.

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

เว็บไซต์: https://www.thebangkokinsight.com/
Facebook: https://www.facebook.com/TheBangkokInsight
X:https://twitter.com/BangkokInsight
Instagram: https://www.instagram.com/thebangkokinsight/
Youtube:https://www.youtube.com/channel/UCYmFfMznVRzgh5ntwCz2Yxg

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...