“ศุภชัย” รุกใหญ่! ดัน Arise สร้างอาณาจักรดิจิทัล รวบธุรกิจ “เวอร์ชวลแบงก์-ดาต้า-มือถือ”
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มอไรซ์ เวนเจอร์ส กรุ๊ป (Arise Ventures Group) ซึ่งก่อตั้งและถือหุ้นทั้งหมดโดย นายศุภชัย เจียรวนนท์ ประกาศการลงทุนเชิงกลยุทธ์ครั้งสำคัญผ่าน บริษัท อไรซ์ ดิจิทัล เทคโนโลยี จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่กลุ่มถือหุ้นทั้งหมด โดยได้ลงนามในสัญญาซื้อขายหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 24.95 ของ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRUE ในช่วงที่ทรูอยู่ในจังหวะการเติบโตครั้งใหม่
โดยการลงทุนดังกล่าวไม่ได้เป็นเพียงการเข้าถือหุ้นเพื่อผลตอบแทนทางการเงิน แต่สะท้อนถึงการวางตำแหน่งเชิงยุทธศาสตร์ เพื่อให้ Arise มีบทบาทเป็นตัวเร่งสำคัญของการปฏิวัติอุตสาหกรรมโทรคมนาคม คลาวด์ ปัญญาประดิษฐ์ และบริการดิจิทัลในระดับภูมิภาค
นายซิกเว่ เบรกเก้ ประธานคณะผู้บริหารกลุ่ม TRUE กล่าวว่า ทรูยินดีต่อการเข้ามาลงทุนของกลุ่ม Arise ซึ่งสะท้อนความเชื่อมั่นต่อศักยภาพและทิศทางการเติบโตของบริษัท โดยทรูยังคงเดินหน้าแผนยุทธศาสตร์ตามเป้าหมายอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ในช่วงไตรมาส 4 ปี 2568 บริษัทมุ่งขับเคลื่อนกลยุทธ์ BIG MOVES อย่างเข้มข้น ควบคู่กับการยกระดับประสบการณ์ลูกค้าในทุกมิติ เพื่อสร้างการเติบโตอย่างมีคุณภาพและยั่งยืน
สำหรับการลงทุนครั้งนี้นับเป็นอีกก้าวสำคัญในการเสริมความแข็งแกร่งของโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล และการขับเคลื่อนระบบนิเวศเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศไทย ภายใต้บริบทที่โลกกำลังก้าวเข้าสู่ยุคปัญญาประดิษฐ์และเศรษฐกิจข้อมูล ซึ่งต้องอาศัยการลงทุนด้านเทคโนโลยีควบคู่กับความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว
ทั้งนี้ การเคลื่อนไหวของ Arise สอดคล้องกับธีมโครงสร้างเศรษฐกิจใหม่ที่เกิดขึ้นในหลายประเทศ ซึ่งเป็นการบรรจบกันของอุตสาหกรรมโทรคมนาคม บริการคลาวด์ การใช้ปัญญาประดิษฐ์ ระบบความปลอดภัยไซเบอร์ ฟินเทค และดาต้าเซ็นเตอร์ การลงทุนในทรู ซึ่งเป็นผู้ให้บริการโทรคมนาคมรายใหญ่ของประเทศ ควบคู่กับการถือครองสัดส่วนที่มีนัยสำคัญใน Ascend Money และ True IDC ช่วยสะท้อนภาพของระบบนิเวศดิจิทัลที่เชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบตลอดห่วงโซ่คุณค่า ตั้งแต่โครงสร้างพื้นฐานไปจนถึงบริการที่ใช้ข้อมูลและเทคโนโลยีขั้นสูง
โดยรูปแบบดังกล่าวเป็นเทรนด์เดียวกับผู้เล่นรายใหญ่ในตลาดโลก อาทิ Amazon, Alibaba และ Tencent ซึ่งเติบโตจากการผสานโครงสร้างพื้นฐานด้านคลาวด์และโทรคมนาคมเข้ากับบริการทางการเงินและคอนเทนต์ เพื่อลดความผันผวนของรายได้และเสริมความแข็งแกร่งของธุรกิจในระยะยาว ขณะเดียวกัน การถือหุ้นในลักษณะผู้มีบทบาทกำหนดทิศทาง หรือ Strategic Shareholder ยังสะท้อนถึงความตั้งใจของผู้ลงทุนในการร่วมกำหนดกลยุทธ์และทิศทางการเติบโต มากกว่าการลงทุนเชิงการเงินเพียงอย่างเดียว
อย่างไรก็ดี ตลาดนักลงทุนให้ความสนใจกับข้อเท็จจริงที่ว่า Ascend Money เพิ่งได้รับใบอนุญาตธนาคารพาณิชย์ไร้สาขา ซึ่งช่วยสร้างจุดยืนที่แข็งแกร่งในอุตสาหกรรมฟินเทค ขณะที่ True IDC ยังคงเป็นผู้ให้บริการดาต้าเซ็นเตอร์ชั้นนำของประเทศ ที่เติบโตสอดรับกับความต้องการใช้งานคลาวด์ที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว การเข้าซื้อหุ้นในทรูจึงทำให้ Arise มีองค์ประกอบครบถ้วนในห่วงโซ่ดิจิทัล ตั้งแต่โครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูล การเชื่อมต่อ การประมวลผล ไปจนถึงบริการทางการเงินและดิจิทัล ซึ่งนักวิเคราะห์ประเมินว่าเป็น Synergy เชิงกลยุทธ์ที่จับต้องได้
ขณะเดียวกัน ภาคโทรคมนาคมของไทยยังถือเป็นอุตสาหกรรมที่มีเสถียรภาพ หลังผ่านช่วงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานในยุค 5G และเข้าสู่ระยะที่การแข่งขันมุ่งเน้นคุณภาพมากกว่าปริมาณ ส่งผลให้ผลประกอบการมีโครงสร้างกระแสเงินสดที่มั่นคงและสามารถจ่ายเงินปันผลได้อย่างสม่ำเสมอ นักลงทุนจำนวนหนึ่งจึงมองว่าเป็นอุตสาหกรรมที่มีความคุ้มค่าในเชิงความเสี่ยง ขณะที่บริการดิจิทัลใหม่บนแพลตฟอร์มโทรคมนาคมยังสามารถสร้างโอกาสการเติบโตในระยะยาว
ด้านนักวิเคราะห์จำนวนหนึ่งประเมินว่าการลงทุนของ Arise เป็นมากกว่าการเข้าซื้อสินทรัพย์เชิงโครงสร้าง แต่เป็นการวางยุทธศาสตร์เพื่อก้าวขึ้นเป็นผู้เล่นระดับภูมิภาคในเศรษฐกิจดิจิทัล ผ่านการผสมผสานประสบการณ์ของผู้ก่อตั้ง โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ระบบการเงินรูปแบบใหม่ผ่านธนาคารพาณิชย์ไร้สาขา และการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์และคลาวด์มาใช้ในการขยายบริการสู่ผู้บริโภคและภาคธุรกิจ ด้วยโอกาสทางยุทธศาสตร์ที่เปิดกว้าง ดีลดังกล่าวจึงถูกมองว่าสามารถสร้างเส้นทางการเติบโตได้หลากหลาย ซึ่งเป็นลักษณะที่ตลาดทุนให้มูลค่าสูง โดยเฉพาะในกลุ่มเทคโนโลยีที่มีลักษณะเป็น optionality
ดังนั้นการเคลื่อนไหวครั้งนี้จึงถูกมองว่าเป็นสัญญาณบวกต่ออุตสาหกรรมเทคโนโลยีของไทยและภูมิภาค และเป็นอีกก้าวสำคัญในการเสริมศักยภาพการแข่งขันด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ภายใต้บริบทที่โลกกำลังก้าวเข้าสู่ยุคปัญญาประดิษฐ์และเศรษฐกิจข้อมูล ซึ่งต้องอาศัยทั้งการลงทุนและการกำกับเชิงกลยุทธ์ควบคู่กันอย่างเป็นระบบ