โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

Queen of Tears แกะรอยสูตรสำเร็จ เหตุผลที่ทำให้เราเสียน้ำตาไปกับซีรีส์

ดูซีรีส์ให้ซีเรียส

อัพเดต 27 เม.ย. 2567 เวลา 14.17 น. • เผยแพร่ 27 เม.ย. 2567 เวลา 07.17 น. • ดูซีรีส์ให้ซีเรียส
queen-of-tears

Queen of Tears แกะรอยสูตรสำเร็จ เหตุผลที่ทำให้เราเสียน้ำตาไปกับซีรีส์

Queen of Tears ซีรีส์ที่เรตติ้งถล่มทลายในตอนนี้ ด้วยพล็อตที่ในตอนแรกอาจจะดูธรรมดา เรื่องราวของความรักระหว่างชนชั้น ตามมาด้วยพล็อตรองของครอบครัวแชโบลที่โดนโค่นล้มอำนาจจนไม่เหลืออะไรในชั่วข้ามคืน แต่เวทมนตร์อะไรก็ตามที่เกิดขึ้นแล้ว ทำให้ต้องยอมรับว่าทั้งหมดเป็นส่วนผสมสำคัญของนักเขียนพัคจีอึน ผู้กำกับจางยองอู ผู้กำกับคิมฮีวอน และแคสต์นักแสดงหลักอย่าง คิมซูฮยอน คิมจีวอน ที่ทำให้พลังซีรีส์เป็นคลื่นยักษ์ใหญ่กว่าปกติ

ดูซีรีส์ให้ซีเรียส ลองแกะสูตรสำเร็จของเรื่องนี้ ที่ทำให้เราหยุดดูไม่ได้เลยมาให้แล้ว และต้องยอมรับว่าด้วยพล็อตที่ดูเหมือนจะธรรมดา กลับทำให้ซีรีส์เรื่องนี้ฮิตระดับขึ้นเป็น Top 5 ซีรีส์เรตติ้งสูงสุดตลอดกาลของช่องเคเบิลได้อย่างไร

queen-of-tears

วิธีการเล่าเรื่องแบบตัดสลับที่ชวนให้ติดตาม

เปิดเรื่องมาของ Queen of Tears ก็เป็นเรื่องของคู่แต่งงานสวย-หล่อที่อยู่ด้วยกันมา 3 ปีแล้ว ดูเหมือนว่าทุกอย่างกำลังมาถึงทางตัน เพราะเปลือกนอกที่ดูสวยหรู ชีวิตดี แต่ข้างในที่ผุพังสะท้อนให้เห็นผ่านชีวิตของพวกเขาที่แยกห้องกันนอน คำพูดคำจาที่ดูห่างเหิน หมางเมิน เรียกว่าเป็นเซอร์ไพรส์ที่คนดูไม่ค่อยได้สัมผัส เพราะตามปกติซีรีส์เกาหลี โดยเฉพาะแนวโรแมนติก มักจะเล่าจากจุดเริ่มต้น ความไม่ถูกกัน ก่อนที่จะเริ่มตกหลุมรักและทำทุกอย่างเพื่อให้ความรักนั้นๆ เป็นไปได้

การเปิดเรื่องมาแบบนั้นทำให้เรื่องราวน่าติดตามมากยิ่งขึ้น และแต่ละอีพีจะค่อยๆ คลี่คลายเรื่องราวออกมาในแบบ Flash back ที่ทำให้คนดูปะติดปะต่อเรื่องราวได้มากขึ้น และเอาเข้าจริงมันก็คือเส้นเรื่องโรแมนติกดราม่า โรแมนติกคอเมดี้ในแบบที่เราเข้าใจได้

วิธีการเล่าเรื่องแบบนี้ทำให้ซีรีส์มีช่องว่างในการสร้างสีสัน เพราะมีจุดที่ย้อนกลับไปเล่าถึงหรือขยายรายละเอียดได้มากขึ้น และอย่างที่เราได้รับชมกัน ยิ่งดูยิ่งหยุดไม่ได้ เพราะนักเขียนพัคจีอึนหยอดรายละเอียดต่างๆ ไว้ระหว่างทาง และพาเราย้อนไปเก็บดีเทลเหล่านั้นได้แบบสนุกเลย

queen-of-tears

นักเขียนพัคจีอึน

งานของนักเขียนพัคจีอึนมีแฟนคลับติดตามตลอดมา แล้วผลงานของเธอก็ได้รับการยอมรับว่าพลิกวิธีเล่าเรื่องได้สนุก เย้ายวน หยุดดูไม่ได้มาตลอด ถ้าลองย้อนไปดูซีรีส์ที่เป็นงานเขียนของเธอก่อนหน้านี้ ก็ต้องบอกว่าทำดี ทำถึงมาตลอด

โดยเฉพาะงานฮิตๆ อย่าง My Love From the Star (2013) มนุษย์ต่างดาวพบรักกับซูเปอร์สตาร์สาวที่เกาหลี, The Legend of the Blue Sea (2016) ความรักของนางเงือกกับนักต้มตุ๋น จนมาถึงผลงานก่อนหน้า Crash Landing on You (2019) ที่กระแสถล่มทลาย กับเรื่องราวความรักของสหายผู้กองจากเกาหลีเหนือกับสาวเจ้าของธุรกิจชั้นนำในเกาหลีใต้ ตรงนี้ก็มีพล็อตที่เหลือจะเชื่อที่เครื่องร่อนของหญิงสาวพัดไปถึงเกาหลีเหนือ

ใครเป็นแฟนงานเขียนพัคจีอึน ทางเราอยากให้ไปตามเก็บผลงานที่ผ่านมาของเธอ

– Queen Of Tears (tvN / 2024)
– Crash Landing on You (tvN / 2019-2020)
– The Legend of the Blue Sea (SBS / 2016-2017)
– The Producers (KBS2 / 2015)
– My Love From the Star (SBS / 2013-2014)
– My Husband Got a Family (KBS2 / 2012)
– Queen of Reversals (MBC / 2010)
– My Wife is a Superwoman (MBC / 2009)

queen-of-tears

น้ำตาของคิมซูฮยอน

ขึ้นชื่อว่าเป็นนักแสดงค่าตัวสูงสุดของเกาหลีในตอนนี้ การแสดงที่สุดยอดของเขาเป็นเรื่องหนึ่ง แต่น้ำตาของเขาก็อีกเรื่องหนึ่ง คิมซูฮยอนเป็นนักแสดงที่ร้องไห้เป็นธรรมชาติ ร้องแล้วชวนให้คนดูอยากร้องไห้ตามไปด้วย โดยเฉพาะผลงานก่อนหน้านี้ของเขาอย่าง One Ordinary Day ที่ร้องไห้จนน้ำตาท่วมจอของจริง

และ Queen of Tears ก็นับว่าเป็นงานแสดงคัมแบ็กในรอบ 3 ปีครึ่งของคิมซูฮยอนจาก It’s Okay to not be Okay การที่เขาไม่ได้รับงานแสดงบ่อยๆ ก็ยิ่งทำให้การเลือกรับงานของเขามีคุณค่ามากยิ่งขึ้น เพราะฉะนั้นทุกฉากในซีรีส์ คิมซูฮยอนทำให้แฟนซีรีส์ทุกอย่างแล้ว ทั้งฉากที่หล่อแบบสุดๆ ฉากร้องไห้สุดน่าสงสาร ฉากแอ็กชันเตะต่อย ดริฟต์รถช่วยเหลือภรรยา ไปจนถึงฉากก้ำกึ่งเป็นคนร้ายๆ ที่หวังสมบัติภรรยา และที่สุดคือฉากคนเมาที่ว่ากันว่าเป็นคนเมาแล้วน่ารักจนใครจะห้ามใจอยู่

queen-of-tears

คิมจีวอน เคมีที่ดีงามของเรื่อง

ราชินีของเรื่องที่ไม่พูดถึงไม่ได้คือนักแสดงสาว คิมจีวอน ที่เฉิดฉายสุดๆ ในเรื่องนี้ และเมื่อมาจับคู่กับคิมซูฮยอนเป็นครั้งแรก ก็เรียกได้ว่าเป็นเคมีใหม่ๆ ที่ดีงาม ส่วนเรื่องการแสดงนั้นไม่ต้องพูดถึง เพราะเธอพิสูจน์ผลงานให้เห็นมาแล้วในซีรีส์เรื่องก่อนหน้า My Liberation Notes กับบทสาวชานเมืองที่ไร้ซึ่งแพสชัน และกำลังตามหาความหมายบางอย่างในชีวิตให้กับตัวเอง

ส่วนใครที่เพิ่งรู้จักคิมจีวอนจาก Queen of Tears เป็นครั้งแรก และอยากติดตามผลงานก่อนหน้าของเธอ ตามไปเก็บกันได้เลย

– My Liberation Notes (2022)
– Lovestruck in the City (2020)
– Arthdal Chronicles (2019)
– Fight for My Way (2017)
– Descendants of the Sun (2016)
– The Heirs (2013)

ความรักต้องห้าม

ความรักในซีรีส์แบบฉบับคลาสสิกก็ต้องเล่าเรื่องรักต้องห้าม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องระหว่างชนชั้นที่เราเคยได้ยินได้ฟังมาตลอด หญิงสาวยากจนได้แต่งงานกับชายสูงศักดิ์ หรือความรักระหว่างสองตระกูลต้องห้าม ความรักที่เป็นไปไม่ได้ระหว่างวัย ฯลฯ ซึ่งความแตกต่างระหว่างคนรักเหล่านี้เป็นวัตถุดิบในการสร้างเรื่องราวให้เกิดการฝ่าฟันเพื่อทำให้ความรักสมหวังให้ได้ ซึ่งซีรีส์ก็เดินตามรอยสูตรสำเร็จนี้

– ฝ่ายชายที่แม้จะไม่ได้ยากจน แต่ฝ่ายหญิงกลับเป็นมหาเศรษฐีระดับยอดพีระมิดของประเทศ
– เริ่มแรกเขาไม่รู้ว่าเธอคือใคร รู้เพียงว่าเป็นเด็กฝึกงานในบริษัทเดียวกัน แล้วดูท่าทางจะไม่รอด
– ความชอบและความรักเกิดขึ้น กว่าจะรู้ว่าอะไรเป็นอะไรก็เผลอรักเขาหมดใจไปแล้ว
– ความรักอยู่เหนือทุกอย่าง เขาแต่งงานเข้าบ้านมหาเศรษฐี แต่ความกดดันที่ต้องเผชิญจริงๆ ในนิยามหนูตกถังข้าวสาร ก็ทำให้ชีวิตแต่งงานไม่ได้ง่ายอย่างที่หวังไว้

ความเก่งของนักเขียนคือการนำเรื่องรักต่างชนชั้นมาขยายความให้น่าสนใจมากยิ่งขึ้น กับโรคมะเร็งสมองที่หาทางรักษาได้ยากของนางเอก และปมปัญหาโค่นล้มธุรกิจ ที่ทำให้ซีรีส์น่าสนใจมากกว่าจะเป็นเพียงแค่โรแมนติกดราม่าทั่วไป

นอกจากนี้ซีรีส์ยังใส่ปัญหาชีวิตคู่ง่ายๆ เข้ามาให้คนดูทางบ้านรู้สึกร่วมได้อย่างไม่ยากนัก เช่น การปรับรีโมทแอร์ตามอุณหภูมิที่ต่างคนต้องการ ไม่น่าเชื่อว่าเป็นปัญหาระดับชาติไปแล้ว หรือเรื่องของการเข้ากับครอบครัวฝั่งแม่สามี แม่ภรรยา ปัญหาลูกสะใภ้

ตระกูลแชโบลที่สร้างสีสัน เงินบันดาลได้ทุกอย่าง

ถ้าหากสำรวจซีรีส์เล่าถึงแชโบล หรือมหาเศรษฐีระดับ 0.01% ของประเทศเกาหลี หลายต่อหลายครั้งสะท้อนออกมาแบบขำๆ หรือมีการเสียดสีเบาๆ เราจะได้เห็นความไม่เอาไหนอยู่ในตัวละครตระกูลร่ำรวยอยู่บ้าง เพราะจะอย่างไรก็ดี ต้องยอมรับว่าคนดูทางบ้านส่วนใหญ่เป็นคนชนชั้นกลาง ทั้งกลางบน กลางล่าง ที่ต่างไม่เคยมีประสบการณ์ชีวิตหรูหราขนาดในซีรีส์อยู่แล้ว การได้เฝ้าชมชีวิตเหล่ามหาเศรษฐีที่มีคนไม่เอาไหน ครอบครัวพังไม่เป็นท่า ก็นับเป็นหนึ่งในความบันเทิงได้เหมือนกัน

อย่างครอบครัวของแฮอินก็สะท้อนให้เห็นผ่านตัวละคร บอมจา ลูกสาวคนโตสายลุยที่แต่งงานมาแล้ว 3 ครั้ง แต่ก็ยังไม่ประสบความสำเร็จ ลูกชายคนโตโดนตัดออกจากกองมรดก ลูกคนเล็กที่หวังให้ขึ้นมาเป็นประธานสูงสุดก็ยังไม่แน่ใจ มีแต่แฮอินที่มีแนวโน้มสูงสุดในการสานต่อธุรกิจระดับล้านล้านให้รุ่งเรืองต่อไปได้

มีฉากหนึ่งที่สะท้อนความจริงอันเจ็บปวดสำหรับคนดูชาวบ้าน 1 อย่างเราๆ ก็ตอนที่พ่อของฮยอนอูถามพ่อของแฮอินว่าในละครเล่าเรื่องบ้านคนรวยได้จริงอย่างนั้นไหม แล้วพ่อของแฮอินก็เล่าว่า ในบ้านเราจะมีบันไดเอาไว้สำหรับเดินขึ้นเพื่อบริหารข้อเข่า แต่ขาลงเราจะใช้ลิฟต์เพื่อถนอมข้อเข่าเอาไว้

หรือฉากที่แฮอินพยายามสร้างความประท้บใจตอนออกเดทกับฮยอนอู ไล่ตั้งแต่เหมาสวนสนุก เหมาพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ เพื่อให้เธอเดินเที่ยวกับเขาแบบสองต่อสอง ฉากเคลิคอปเตอร์ที่ไปส่งเธอง้อฮยอนอูที่บ้านนอกเมือง หรือคาราวานจากห้างควีนส์ที่ส่งตรงมาสร้างสีสันให้กับชาวบ้านเพื่อเรียกคะแนนเสียงให้พ่อของฮยอนอู เป็นต้น

queen-of-tears

ครอบครัวคนธรรมดาที่ไม่ธรรมดา

ขณะเดียวกัน Queen of Tears ก็ฉายภาพครอบครัวอบอุ่นของฮยอนอูที่แม้จะอยู่นอกเมือง แต่ก็ครบถ้วนทุกอย่าง ทั้งยังมีความสุข ความอบอุ่นระหว่างกัน เราได้เห็นพ่อของฮยอนอูที่เป็นผู้ใหญ่บ้าน เป็นเจ้าของมาร์ท ส่วนแม่ก็มีสวนสาลี่ขนาดใหญ่ สวนครัวรั้วกินได้ที่ทำให้ได้วัตถุดิบสดใหม่มาปรุงอาหารทุกวัน พี่ๆ ของฮยอนอูแม้จะไม่ได้ไปทำงานเงินเดือนดีๆ ในโซล แต่ก็มีความสุขดีกับเมืองเล็กๆ แห่งนี้

ครอบครัวของฮยอนอูเป็นการฉายภาพของครอบครัวทั่วไปในแบบที่คนดูซีรีส์เข้าถึงได้และเอาใจช่วยสุดๆ เพราะมันคือครอบครัวส่วนใหญ่บนโลกนี้ที่มีชีวิตธรรมดา แต่ก็มีความสุขได้แบบเรียบง่าย ที่ทำให้เราลดทอนความอยากรวยลงไปได้บ้าง แม้ในชีวิตจริงๆ จะอยากอยู่ในครอบครัวแฮอิน รวยให้เข็ดแบบนั้นก็ตาม

มิติตัวร้ายมาแบบครบด้าน

การใส่รายละเอียดของตัวร้ายเข้ามา ทำให้ซีรีส์มีมิติมากยิ่งขึ้น การที่ ยุนอึนซอง เป็นตัวร้ายไม่ได้มาแบบดื้อๆ หนำซ้ำยังมีที่มาที่ไป ทำให้ตัวละครที่คนกำลังเกลียดกันทั้งบ้านทั้งเมือง มองในมุมหนึ่งก็เห็นว่าเขามีแรงจูงใจและมีความคลั่งรักต่อแฮอินขนาดไหน เผลอๆ อาจจะมีทีมยุนอึนซองที่เอาใจช่วยไม่ให้จุดจบของเขาโหดร้ายเกินไปด้วยซ้ำ

ตัวร้ายอย่าง เกรซ ก็เข้าใจได้เรื่องมองหาผลประโยชน์เข้าตัว กิ้งก่าเปลี่ยนสีเก่ง ในแบบที่เชื่อมโยงคนดูได้ไม่ยาก เพราะน่าเชื่อว่าในชีวิตเราสักครั้งต้องเคยเจอต้วร้ายในชีวิตจริงแบบนี้อยู่บ้าง

ส่วนตัวร้ายเล็กๆ ที่ยุนอึนซองไปติดสินบนก็มีความเป็นคนปกติธรรมดาที่เราพบเจอได้ในชีวิตจริง เงินเดือนไม่พอ ใครมาขอซื้อความลับเจ้านายก็พร้อมจะยื่นให้แล้ว เป็นต้น

queen-of-tears

งาน Easter Egg และนักแสดงรับเชิญจากซีรีส์เรื่องอื่นๆ

ความสนุกของการรับชม Queen of Tears อีกอย่างก็คือการได้เห็น Easter Egg จากจักรวาลของนักเขียนและผู้กำกับ ที่หยิบเอาข้อมูลจากซีรีส์เรื่องก่อนๆ มาใส่ ทำให้เชื่อมโยงกันได้อย่างสนุก เช่น

– Crash Landing on You ยุนเซรี ซีอีโอแบรนด์แฟชั่น ทายาทห้างสรรพสินค้าตระกูล Queens Group
– Little Women การฟอกเงินแล้วซุกซ่อนเงินไว้ที่สิงคโปร์ แต่ใน Queen of Tears มีการสืบค้นว่าคุณปู่น่าจะฝากเงินกองทุนลับไว้ที่มาเลเซีย
– Vincenzo ทนายความวินเซนโซ่คนดังมาช่วยแฮอินจัดการคดีหย่าร้าง การได้เห็น ซงจุงกิ ในมาดทนายวินเซนโซมารับเชิญในเรื่องนี้ เรียกว่าเป็นสีสันที่ไม่พูดถึงไม่ได้จริงๆ
– จิตแพทย์ในอีพีแรกๆ ที่ได้ โอจองเซ คุณพี่ชายจาก It’s Okay to Not be Okay มารับบท ซึ่งก็ต้องแอบขำเบาๆ เพราะใน It’s Okay to not be Okay นั้นเป็นเรื่องเกี่ยวกับโรงพยาบาลรักษาจิตใจนั่นเอง
– โกคยูพิล ประกบคู่กับ อิมซุลชู สองลูกน้องผู้ภักดีของยุนเซรีจากซีรีส์ Crash Landing on You ก็มาช่วยงานต่อในด้านการตามสืบพฤติกรรมฮยอนอู
– พระทองคำ ที่ดาฮเยขโมยไปจากบ้านสามี แล้วเอากลับมาคืนประสานรอยร้าว ก็ทำให้แฟนซีรีส์อมยิ้มแล้ว เพราะนึกถึงกรณีพระทองคำเจ้าปัญหาจากซีรีส์ Vincenzo นั่นเอง
– กวักดงฮยอน ที่เคยรับบทน้องชายไม่เอาไหนจาก Vincenzo ก็กลับมาอีกครั้งกับบทน้องชายแฮอินที่เข้าข่าย ‘พ่อแม่รังแกฉัน’ จนกลายเป็นผู้ชายที่ทำอะไรไม่เป็นเลย

คู่รักชวนจิ้นที่คิดไม่ถึง

ระหว่างที่ซีรีส์เต็มไปด้วยคู่หลัก คู่รอง คู่ร้าย การวางบทให้สีสันขึ้นไปอีกระดับก็คือการสร้างคู่จิ้นที่คิดไม่ถึง ในกรณีของ Queen of Tears เราก็ได้เห็นปรากฏการณ์คู่จิ้น เลสลี่ จาง-บอมจา ที่แม้จะไม่ได้เป็นคู่หลัก แต่ทุกครั้งที่ปรากฏตัว มันทำให้แฟนซีรีส์ผู้สูงอายุวัย 40 อัพลุ้นตามสุดๆ (เพราะแน่ๆ ถ้ารู้จัก เลสลี่ จาง ก็น่าจะอายุ 40 อัพกันแล้ว)

โรคร้ายรักษาไม่หาย

คลาวด์ไซโตมา เนื้องอกในสมองชนิดหายากที่แพทย์ยังไม่สามารถรักษาให้หายได้ แต่ในซีรีส์ดูเหมือนจะเป็นไปได้ การวางเงื่อนไขเรื่องโรคร้ายรักษาไม่หายทำให้เรื่องราวพลิกกลับด้าน เพราะถ้ายังจำกันได้ การที่แฮอินรู้ตัวว่าเป็นเนื้องอกในสมองและจะอยู่ได้อีก 3 เดือนนั้นก็เป็นวันที่ฮยอนอูกำลังจะยื่นใบหย่า

เนื้องอกในสมองแบบที่ไม่สามารถผ่าตัดออกมาได้ เลยเป็นตัวแปรให้ความรักที่ห่างหายกลับมาชัดเจนอีกครั้ง เมื่อมองถึงอาการของโรคก็ชวนให้ซีรีส์เต็มไปด้วยน้ำตาได้ไม่ยาก เพราะอาการความจำหาย พร่าเลือน ไม่รู้ตัว หมดสติ ฯลฯ เป็นสิ่งที่ทำให้เหตุการณ์ในเรื่องดำเนินไปอย่างแสนเศร้า เพราะสำหรับคนที่รักกันหมดหัวใจ การเป็นโรคร้ายรักษาไม่หายก็ว่ายากแล้ว แต่การที่คนรักจะจำเราไม่ได้ จำความรักของเราไม่ได้ เป็นเรื่องที่ยากมากกว่า

ประเด็นโรคร้ายของแฮอินจึงเป็นสิ่งที่ชวนเรียกน้ำตาเหลือเกิน

ติดตามเนื้อหาสนุกๆ ของ ‘ดูซีรีส์ให้ซีเรียส’ ได้ที่ช่องทางต่างๆ ดังนี้
Facebook: TheSeriousSeries.TH
Twitter: TheSeriousSerie
YouTube: The Serious Series
Website: Theseriousseries.com
สมัครสมาชิกเพื่อรับข่าวสารและสิทธิพิเศษก่อนใครได้ที่ Link นี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...