โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เหมือนมาจากหนังไซไฟแต่เป็นของจริงในปัจจุบัน การฝึก Cobra Gold 2025 ระหว่างไทย-สหรัฐ-พันธมิตร 10 ชาติ เพื่อรับมือภัยคุกคามไซเบอร์และอวกาศ

The Structure

อัพเดต 07 มี.ค. 2568 เวลา 19.16 น. • เผยแพร่ 07 มี.ค. 2568 เวลา 12.40 น. • The Structure

เมื่อวันก่อนผมได้มีโอกาสไปเยี่ยมชมการฝึกร่วมผสมระหว่างกองทัพไทยและกองทัพสหรัฐ หรือที่เรียกกันว่า COBRA GOLD ประจำปี 2025 นับเป็นโอกาสดีอย่างมากที่ได้มีโอกาสไปดูด้วยตาตัวเอง วันนี้จะมาเล่าให้ฟังครับ

COBRA GOLD คืออะไร? และ สำคัญอย่างไร?

หากจะให้พูดถึงที่มาโดยละเอียดนั้นคงต้องว่ากันยาว เอาเป็นว่าโดยสรุปสั้นๆ COBRA GOLD เป็นการฝึกร่วมทางทหารระหว่างประเทศไทยและมิตรประเทศ โดยมีไทยและสหรัฐอเมริกาเป็นเจ้าภาพหลัก มีประวัติยาวนาน เริ่มต้นตั้งแต่ปี 1982 เป็นต้นมา

โดยได้มีการฝึกมาตลอดแทบทุกปี และมีชาติต่างๆที่เข้าร่วมการฝึกมากขึ้นนับตั้งแต่ปี 2000 เป็นต้นมา จนปัจจุบันเป็นการฝึกแบบ “พหุภาคี” หรือพูดง่ายๆว่ามีหลายชาติเข้าร่วม ไม่ใช่เฉพาะไทยและสหรัฐอีกต่อไป ซึ่งในปัจจุบันก็นับว่าเป็นครั้งที่ 44

โดยในการฝึกครั้งนี้เป็นการฝึกการรบร่วมกันระหว่างกองทัพ ไทย สหรัฐ สิงคโปร์ อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น มาเลเซีย และเกาหลีใต้ ที่เป็นกองกำลังหลักรวม 7 ประเทศ โดยมีประเทศที่ร่วมฝึกเพิ่มเติมอีก 3 ประเทศได้แก่ จีน อินเดีย และออสเตรเลีย

ฝึกอะไร?

ในปีนี้เป็นการฝึกที่เรียกว่า การฝึกร่วมของ “ฝ่ายอำนวยการ” หรือพูดง่ายๆว่าคือกลุ่ม “มันสมอง” ที่ทำการวางแผนการรบนั่นเอง โดยแบ่งกิจกรรมออกเป็น 3 กลุ่มหลัก คือการฝึกการควบคุมบังคับบัญชา (Command and Control Exercise: C2X) การฝึกเพื่อช่วยเหลือประชาชน (Humanitarian Civic Assistance Exercise: HCA) และการฝึกภาคสนาม (Field Training Exercise: FTX)

โดยไฮไลท์ของการฝึกในครั้งนี้เห็นจะเป็นการฝึกร่วมกันใน 3 ด้านสำคัญ คือการฝึกด้าน Cyber ด้านอวกาศ และด้านการช่วยเหลือประชาชน

สิ่งที่น่าสนใจที่สุดในการฝึกครั้งนี้เห็นจะเป็นการฝึกด้าน “ไซเบอร์” ที่เป็นการฝึกเต็มรูปแบบครั้งแรกแบบเฉพาะเจาะจง โดยเป็นการร่วมมือกันระหว่างประเทศต่างๆในการปกป้องการโจมตีต่อสาธารณูปโภคสำคัญ อาทิ โรงไฟฟ้า สนามบิน โรงพยาบาล การติดต่อสื่อสาร เป็นต้น

ทำไมต้องให้ความสำคัญกับสิ่งเหล่านี้?

หากมองเผินๆ สิ่งเหล่านี้อาจจะดูธรรมดาใช่ไหมครับ? แต่ความเป็นจริงแล้ว สิ่งเหล่านี้กลับมี “ความบอบบาง” อย่างไม่น่าเชื่อ สาเหตุสำคัญเพราะสิ่งเหล่านี้อยู่คู่กับคนในสังคมตลอดเวลา เราอาจจะอยู่กับมันจนเคยชิน แต่หากวันใดเราขาดสิ่งเหล่านี้ไป เราอาจต้องพบกับปัญหาหนักอย่างไม่น่าเชื่อ

ลองคิดดูเล่นๆว่า หากเราไม่มีไฟฟ้าใช้ทั้งเมืองสัก 5 นาที จะเกิดอะไรขึ้น? การจราจรจะเกิดความโกลาหล อุบัติเหตุจะเกิดขึ้นทั่วเมือง รวมไปถึงการจราจรทางอากาศ ที่อาจะทำให้การขึ้นลงของเครื่องบินเกิดปัญหาจนกลายเป็นอุบัติเหตุขนาดใหญ่ ผู้ป่วยวิกฤติในโรงพยาบาลอาจถึงขั้นเสียชีวิตเพราะเครื่องมือต่างๆที่ต้องใช้ไฟฟ้าทำงานไม่ได้ และอื่นๆอีกมากมาย ถ้านึกไม่ออกลองดูซีรีส์ใน Netflix ที่ชื่อ Zero Day ครับ ไม่เกินจริงเลย

ความเปราะบางนี้เองที่ทำให้สาธารณูปโภคพื้นฐานเหล่านี้ กลายเป็นเป้าหมายของการโจมตีทางไซเบอร์ที่เกิดขึ้นจริงแล้วในหลายประเทศทั่วโลก ทั้งการเกิดจากความตั้งใจของประเทศอื่นอย่างในกรณีของยูเครนกับรัสเซีย หรือเกิดจากอาชญากรที่ต้องการเรียกค่าไถ่เป็นตัวเงิน

พูดกันง่ายๆว่า ชีวิตพวกเราทุกวันนี้ ง่ายขึ้น สบายขึ้น เพราะเทคโนโลยี แต่แน่นอนว่า “ที่ใดมีแสง ที่นั่นย่อมมีเงา” การโจมตีเหล่านี้ จึงเป็นเปรียบเสมือนเงาตามตัวของการพัฒนาทางเทคโนโลยีในปัจจุบัน

หัวใจของการฝึกในครั้งนี้ จึงเป็นการตอบคำถามว่า “แล้วเราจะต้องทำอย่างไร” ที่จะ “ป้องกัน” ปัญหาไม่ให้เกิดขึ้น และจะ “แก้ไข” อย่างไรเมื่อเกิดปัญหาขึ้น

อีกด้านที่น่าสนใจไม่แพ้กันคือด้าน “อวกาศ”

มองเผินๆก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ดูเหมือนหนังไซไฟ…ห่างไกลความเป็นจริง

แต่แท้จริงแล้วโลกในปัจจุบันของพวกเรา อยู่ใกล้เรื่องอวกาศมากกว่าที่คิด โดยเฉพาะด้านการติดต่อสื่อสารในปัจจุบัน ดาวเทียมและโลกไซเบอร์ กลายเป็นเหมือนช้อนกับส้อมที่อยู่คู่กันและส่งเสริมการทำงานซึ่งกันและกัน เช่นกัน ภัยคุกคามต่างๆ จึงมาคู่กันอย่างไม่ต้องสงสัย ดังนั้นเราจะทำอย่างไรเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น?

ถ้าจะตอบคำถามว่า แล้ว COBRA GOLD มีความสำคัญอย่างไร? เราได้ประโยชน์อะไรจากการฝึก?

ก็ต้องบอกแบบตรงไปตรงมาว่า ประเทศไทยของเรายังต้องการการพัฒนาอีกมาก โดยเฉพาะด้านเทคโนโลยีในการรับมือกับภัยคุกคามในโลกยุคใหม่ โดยเฉพาะด้านไซเบอร์และด้านอวกาศที่กล่าวมา การฝึกร่วมในรูปแบบนี้เป็นการเปิดโอกาสให้ประเทศไทยได้เรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ๆ

ตลอดจนความรู้ใหม่ๆของต่างชาติ เพื่อให้คนไทยสามารถ “ทำเป็น” เมื่อเกิดเหตุการณ์ขึ้นก็จะมีแนวทางในการดำเนินการอย่างเป็นระบบระเบียบ ไม่อึ้งทึ่งเสียวจนไปไม่เป็น นั่นเอง

อย่างไรก็ดี หนึ่งสิ่งที่สำคัญและจำเป็นต้องเข้าใจ คือ การแก้ปัญหาเหล่านี้ ไม่สามารถทำได้ด้วยประเทศใดประเทศหนึ่ง เพราะเมื่อเกิดขึ้นผลกระทบจะกระจายเป็นวงกว้างตามธรรมชาติของโลกาภิวัตน์ที่โลกเชื่อมโยงกันแทบทุกมิติ การแก้ปัญหาจึงจำเป็นต้องรวมหัวกัน ทั้ง “ภายในประเทศและระหว่างประเทศ”

ดังนั้น ความร่วมมือระหว่างประเทศจึงเป็นเรื่อง “จำเป็น” แต่ก็เป็นเรื่อง “ยากมาก” เช่นกัน โดยเฉพาะเมื่อลงลึกไปถึงการปฏิบัติร่วมกัน เพราะทั้งการวางแผนร่วมกันและการทำงานร่วมกัน โดยกลุ่มคนที่ต่างเชื้อชาติภาษาและวัฒนธรรม…ไม่ใช่เรื่องง่าย

ลำพังคนไทยด้วยกันยังยาก นับประสาอะไรกับต่างชาติ ที่มีสารพัดกำแพงมาขวางระหว่างกัน การฝึกร่วมกันในลักษณะนี้จึง (จำเป็น) ต้องเกิดขึ้น

นับเป็นวิสัยทัศน์ที่เฉียบคมของผู้บัญชาการทหารสูงสุด พลเอก ทรงวิทย์ หนุนภักดี ที่นำทั้งนักวิชาการ สื่อมวลชน นักการเมืองจากแทบทุกพรรค รวมไปจนถึงประธานกรรมาธิการทหาร (ท่าน สส.วิโรจน์ ลักขณาอดิศร) ให้ได้เห็น “ของจริง” ว่าความเป็นจริงของโลกแห่งความมั่นคงในปัจจุบันเป็นอย่างไร และจำเป็นต้องทำอะไรบ้าง

เป็นครั้งหนึ่งที่ได้เรียนรู้ว่า “ทหาร” ในยุคนี้มีหน้าที่และความรับผิดชอบที่ “technical” และเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีมากกว่าที่คิดหลายเท่านัก เป็นภารกิจใหม่ที่บอกได้คำเดียวว่า “ไม่ง่าย”

ถือโอกาสนี้มาถ่ายทอดสิ่งที่ได้เห็นมาให้ทุกท่านได้อ่านกัน เพราะอยากให้คนไทยทุกคนเข้าใจและร่วมมือร่วมใจกันสร้างความพร้อมให้กับตัวเองและส่วนรวมในการเผชิญกับอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกขณะ ที่เหลือก็คือการคิดต่อ ทำต่อ ร่วมกัน ทั้งภาคการเมือง ข้าราชการ นักวิชาการ นักธุรกิจ สื่อมวลชน และภาคประชาชน ว่าจะพัฒนากองทัพและประเทศของเราต่อไปอย่างไร ให้สามารถรับมือกับภัยคุกคามที่ซับซ้อนในปัจจุบัน

ถ้าทุกท่านได้เห็นด้วยกันก็คงดี…เพราะเมื่อได้เห็น “ของจริง” จึงได้รู้ว่าของจริงมีสิ่งที่ในตำราไม่ได้บอกไว้อีกมาก และภัยคุกคามที่อาจเกิดขึ้นได้ในปัจจุบันนั้น หากเกิดขึ้นจริง มันจะเป็นสิ่งที่ “เลวร้าย” เกินจะรับไหว…จริงๆ

ร้อยเอก ดร. จารุพล เรืองสุวรรณ

ผู้อำนวยการหลักสูตรมหาบัณฑิตสาขาการทูตและการต่างประเทศ

คณะการทูตและการต่างประเทศ มหาวิทยาลัยรังสิต

ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงระหว่างประเทศ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...