“ฉันเกลียดใคร คนอื่นต้องเกลียดด้วย” ‘Relational Aggression’ การบูลลี่ลับหลัง ด้วยการนินทา ใส่ร้าย สุมไฟ บงการให้คนอื่นเกลียดตาม ที่สร้างบาดแผลทางใจไม่น้อยกว่าทำร้ายกันตรงๆ
แม้การบูลลี่จะถูกพูดถึงมากที่สุดในหมู่เยาวชน แต่ใช่ว่า ในวัยทำงาน หรือในวัยผู้ใหญ่ การบูลลี่จะไม่เคยเกิดขึ้นจริง และการบูลลี่ก็ไม่ได้หยุดอยู่แค่การทำร้ายกันโต้งๆ โดยคำพูด หรือการกระทำ เท่านั้นด้วย แต่บางครั้งมันยังมาในรูปแบบซ่อนเร้น ที่นักบูลลี่จะใช้วิธีการทำร้ายอีกฝ่ายเงียบๆ และทำให้อีกฝ่ายถูกคนรอบข้าง ‘เกลียด’ และถูกแยกตัวออกสังคมอย่างช้าๆ นี่คือสิ่งที่เรียกว่า ‘Relational Aggression’
“Relational aggression คือประเภทของการบูลลี่ที่มีจุดมุ่งหมายเพื่อทำร้ายผู้อื่นด้วยการทำลายความสัมพันธ์และที่ยืนในสังคมของพวกเขา” ดร. Julian Lagoy จิตแพทย์ที่ Community Psychiatry ในแคลิฟอร์เนีย กล่าว พูดให้เห็นภาพมากขึ้น Relational Aggression เป็นประเภทการบูลลี่แบบที่ Regina George ตัวละครในภาพยนตร์ Mean Girls ทำกับคนรอบข้าง โดยใช้การเป็นตัวแม่ทรงอิทธิพลในโรงเรียนใส่ไฟและใส่ร้ายคนอื่นๆ ผ่านการปล่อยข่าวลือและพูดจาให้ร้ายกับคนอื่นๆ ลับหลัง เพื่อจุดประสงค์ที่ว่า เธออยากให้ ‘คนรอบๆ ตัว’ ของคนที่อยากทำร้าย มองคนคนนั้นเปลี่ยนไป จนถึงเกลียดไปเลยก็ยิ่งดี จะเห็นได้ว่าเธอจะไม่ได้ไปด่า Cady หรือ Janis แบบตรงๆ แต่ใช้วิธีดังกล่าวสร้างปมในใจต่ออีกฝ่ายอยู่บ่อยๆ ซึ่งหลายครั้งเหยื่อก็อาจจะไม่ได้เป็นคนที่ทำอะไรผิดตั้งแต่ต้น เพียงแต่อยู่ดีๆ ก็ถูกเกลียดขึ้นมาดื้อๆ เพราะแค่ไม่ชอบขี้หน้า
และแม้คนที่ถูกบูลลี่จะไม่ได้รับบาดเจ็บทางกาย แต่การได้รับบาดแผลทางใจ ก็นับว่าเป็นอันตรายที่น่าเป็นห่วงไม่น้อย โดย National Center for Education Statistics พบว่า 1 ใน 5 ของเด็กผู้หญิง อายุ 12-18 ปี พวกเธอกล่าวว่า ตกเป็นเหยื่อจากการถูกปล่อย ‘ข่าวลือ’ ซึ่งในชีวิตจริง อาจมีบางครั้งที่บางคนเจอสถานการณ์ที่ว่า “เพื่อนเกลียดใคร เราต้องเกลียดด้วย” หรือ “ฉันเกลียดใคร คนอื่นต้องเกลียดด้วย” ซึ่งนี่แหละภัยร้ายของ Relational Aggression กับการพยายามที่จะสร้างเครือข่ายความเกลียดชังให้คนอื่นๆ ไม่อยากไปยุ่งกับเหยื่อที่กำลังโดนเล็งเป้าหมาย และเมื่อมันลามไปถึงจุดที่มีคนเชื่อข่าวลือนั้นๆ ที่ส่วนมากก็อาจเป็นเฟคนิวส์ จะทำให้หลายๆ คนรู้สึกเกลียดคนคนนั้นตามๆ กันไป แม้จะยังไม่ได้ทำความรู้จักตัวตนของคนที่โดนบูลลี่เลยสักนิด หรือบางคนที่มีความกลัวว่า เพื่อนจะโกรธ ถ้าไม่เกลียดตาม แม้เหยื่อจะไม่เคยทำร้ายอะไรเจ้าตัว ก็กลายเป็นว่าต้องผันตัวมาบูลลี่อีกคนเพื่อให้ตัวเองไม่ถูกเพื่อนเกลียดด้วยอีกคน ซึ่งเหตุการณ์แบบนี้เป็นเรื่องที่น่าสะเทือนใจอยู่ไม่น้อย
ยิ่งในยุคอินเทอร์เน็ต การสร้างข่าวลือเพื่อทำให้อีกคนเสียหายนั้นทำได้ง่ายมากแค่ปลายนิ้ว โดยเฉพาะการเลือกใช้แอคหลุม มาวางระเบิด ทำร้ายคนอื่นในโซเชียล แล้วปล่อยให้ความรุนแรงนั้นลามไปในวงกว้าง และแม้แอคหลุมนั้นจะระเบิดตัวเองไปแล้ว ข่าวลือนั้นก็จะยังแพร่สะพัดต่อไปได้ในเวลาอันรวดเร็ว ทำให้ชื่อเสียงของคนที่ถูกบูลลี่สั่นคลอน เช่น ตอนแรกผู้หญิงคนหนึ่งอาจเป็นคนที่ทุกคนมองว่าเป็นคนดี ไม่มีพิษมีภัย แต่อยู่ดีๆ ก็ถูกปล่อยเฟคนิวส์ว่าเธอเคยแย่งแฟนคนอื่น แม้จะไม่ใช่เรื่องจริง แต่การปล่อยข่าวไปแล้ว ยิ่งมีเสียงมากกว่าหนึ่ง พูดซ้ำๆ ย้ำๆ ในเรื่องนี้ บางครั้งก็อาจทำให้คนบางกลุ่ม ‘เชื่อ’ ไปเลยว่าเธอทำแบบนั้นจริงๆ
มากไปกว่าแอคหลุม อาจรวมไปถึงการตั้งกลุ่มลับบนโลกอินเทอร์เน็ต ที่สร้างขึ้นมาเป็นพื้นที่ ‘เสรีบูลลี่’ ด่า แขวน และให้ร้ายคนคนหนึ่งอย่างสนุกปาก เพราะคิดว่ามันเป็นกลุ่มลับ ก็คงไม่ได้สร้างความเสียหายอะไรมาก (?) แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่ามันไม่มีการบูลลี่ใดที่ไม่สร้างความเสียหาย หรือไม่ทำร้ายคนที่โดน เนื่องจากมันก็เป็นรูปแบบหนึ่งที่เป็นการแพร่กระจายความเกลียดชังออกไปอยู่ดี
นอกจากนี้ ยังรวมถึง ‘การแบน’ ที่นักบูลลี่จะพยายามทำให้หลายๆ คนหันมาแบนเหยื่อเป็นกลุ่มก้อน ซึ่งไม่ใช่การเข้าไปด่าเหยื่อตรงๆ แต่เลือกใช้วิธี ‘ไม่คุยด้วย’ หรือ ‘ไม่ยุ่งด้วย’ เพื่อให้เหยื่อเกิดความสงสัยในตัวเองจากการที่ต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยว และส่งผลต่อสุขภาพจิตของเหยื่ออย่างน่าเศร้า และอาจทำให้เหยื่อมองเห็นคุณค่าในตัวเองน้อยลง เพราะความรู้สึกไม่เป็นที่รักในสังคมเลย จะส่งผลร้ายแรงต่อวิธีคิดของคนคนหนึ่ง บางคนอาจรู้สึกเกลียดตัวเอง ไม่มั่นใจในตัวเอง ไม่กล้าเข้าสังคม นับถือตัวเองต่ำ วิตกกังวล เป็นซึมเศร้า ฯลฯ และอาจนำไปสู่การทำทุกวิถีทางเพื่อให้ถูกยอมรับ แม้บางอย่างจะเป็นสิ่งที่ผิด หรือเป็นอันตรายต่อตัวเองมากก็ตาม ขณะที่คนบูลลี่อาจจะทำไปเพราะรู้สึกสนุกๆ ไม่ได้คิดว่ามันร้ายแรง แต่มันอาจร้ายแรงในระดับที่เหยื่ออาจเลือกทำร้ายตัวเองหรือจบชีวิตตัวเองได้เลย
ดังนั้นการมีพื้นที่ปลอดภัยที่ดีจึงสำคัญ เพราะหากใครก็ตามเผชิญกับโลกภายนอกที่ร้ายแรงและหนักหน่วง แต่ยังมีคนรอบข้างคอยให้กำลังใจ และทำให้รู้สึกปลอดภัยที่จะกล้าพูดหรือระบายเรื่องหนักๆ ที่ไปเจอมา อาจช่วยให้คนที่ถูกบูลลี่มองเห็นคุณค่าของตัวเอง ช่วยฟื้นฟูสภาพจิตใจให้ฟื้นคืนกลับมาได้เร็วมากขึ้น
หากพูดถึงในโรงเรียน ครูก็ควรเป็นพื้นที่ปลอดภัยที่มีการจัดการที่ทำให้เด็กไม่รู้สึกว่าพึ่งใครไม่ได้ หรือหากพูดถึงในสถาบันครอบครัว ครอบครัวก็ควรเป็นพื้นที่ปลอดภัยที่คอยรับฟังและทำให้ลูกรู้สึกยังมีคุณค่าในตัวเองอยู่ หรือหากพูดถึงคนรักและเพื่อน การมีแฟนหรือเพื่อนที่เป็น Emotional Support คอยให้กำลังใจอยู่ข้างๆ ไม่ปล่อยมือไปไหน จะทำให้คนถูกบูลลี่ยังมองเห็นว่ายังมีคนที่ใจดีกับเขาอยู่ โลกนี้ไม่ได้มีแต่คนใจร้ายเสมอไป รวมถึงหากพูดถึงในสถานที่ทำงาน การมีหัวหน้า หรือเพื่อนร่วมงานที่คอยช่วยเหลือและรับฟังปัญหาได้ อาจนำไปสู่การมีมาตรการปกป้องพนักงานที่มีประสิทธิภาพ เพื่อให้คนที่ถูกทำร้าย ไม่รู้สึกว่ากำลังแบกเรื่องหนักๆ นี้ไว้โดยไร้ซึ่งการช่วยเหลือ
และเมื่อผู้ถูกกระทำ มีพื้นที่ปลอดภัยที่ว่านี้แล้ว อาจทำให้พวกเขากล้ายืนหยัดที่จะเรียกร้องความยุติธรรม บางคนอาจกล้าดำเนินคดีทางกฎหมาย บางคนอาจกล้าตอบโต้ด้วยความจริง บางคนอาจกล้ายอมรับว่าตัวเองกำลังพังจนเลือกเข้าไปคุยกับผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิต หรือบางคนถ้าจะปล่อยผ่านเรื่องนี้ไปเฉยๆ เพื่อปกป้องสภาพจิตใจ ก็จะยังไม่ลืมที่จะเคารพและเห็นคุณค่าในตัวเองอยู่เสมอ
การบูลลี่เป็นเรื่องที่อยู่ในสังคมเรามาทุกยุค ไม่ใช่แค่ในประเทศไทย แต่เป็นปัญหาทั่วโลก ซึ่งเราคงต้องพยายามช่วยกันสื่อสารว่า แม้จะไม่ชอบใครมากขนาดไหน แต่การทำร้ายอีกฝ่าย ไม่ว่าจะความรุนแรงทางกาย หรือใจ ก็ไม่ใช่ทางออกที่ดีเลยสักนิด ยิ่งกับเด็กๆ ที่เริ่มบูลลี่ตั้งแต่อายุน้อยๆ ก็สุ่มเสี่ยงที่จะโตไปเป็นนักบูลลี่ เมื่อพวกเขาเคยชินกับการใช้วิธีนี้เพื่อระบายอารมณ์ ซึ่งก็โจทย์สำคัญที่ทั้งครอบครัว คนรอบข้าง และสังคมควรช่วยกันสร้างความตระหนักตรงนี้ร่วมกันต่อไป
อ้างอิง:
https://www.choosingtherapy.com/relational-aggression/
https://www.usnews.com/education/k12/articles/what-is-relational-aggression
อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง
- “ฉันเกลียดใคร คนอื่นต้องเกลียดด้วย” ‘Relational Aggression’ การบูลลี่ลับหลัง ด้วยการนินทา ใส่ร้าย สุมไฟ บงการให้คนอื่นเกลียดตาม ที่สร้างบาดแผลทางใจไม่น้อยกว่าทำร้ายกันตรงๆ
- ดราม่ามุกตลกจาก Ranveer Allahbadia อินฟลูฯ อินเดียที่ศาลไม่ตลกด้วย และนำไปสู่เกิดข้อถกเถียงไปทั้งประเทศ
- เด็กคนหนึ่งถูกพ่อเลี้ยงล่วงละเมิด และแม่เชื่อสามีมากกว่าลูก / เด็กอีกคนถูกจับถ่ายคลิปลับ พ่อแม่มีเซ็กซ์กับลูก
ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : Mirror Thailand.com