โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

นกกระเต็นกวมวางไข่ในป่า ครั้งแรกในรอบ 37 ปี หลังสูญพันธุ์จากสัตว์รุกราน

Environman

เผยแพร่ 27 เม.ย. 2568 เวลา 12.00 น.

‘นกกระเต็นกวม’ ที่สูญพันธุ์ไปจากป่าของเกาะกวม 37 ปีได้กลับมาวางไข่อีกครั้ง หลังเคยถูกเอเลี่ยนสปีชีส์รุกรานจนพวกมันหายไปหมด

นกกระเต็นกวม (Guam kingfisher) เป็นนกขนาดกลางที่มีสีสันสดใส มีจะงอยปากยาวและหนา โดยตัวผู้มีขนสีน้ำตาลอ่อนปกคลุมร่างกายเป็นส่วนใหญ่ แต่ปีกและหางของมันยังคงเป็นสีน้ำเงินเทาสดใส ในขณะที่ตัวเมียจะมีขนหน้าอกสีขาวซีด

สิ่งที่พิเศษก้คือพวกมันเป็นนักล่าที่มีความอดทนสูงมาก โดยจะนั่งอย่างอดทนอยู่บนกิ่งไม้จนกระทั่งพบเหยื่อที่พวกมันชื่นชอบเช่น กิ้งก่า ตุ๊กแก แมงมุม ด้วง และปู จากนั้นก็จะโฉบลงมาใช้จะงอยปากอันทรงพลังของมันจับสัตว์ตั้วนั้น สัตว์บินได้ตัวนี้เคยมีอยู่อย่างมากมายในภูมิภาคกวม

แต่เมื่องูต้นไม้สีน้ำตาลซึ่งเป็นสัตว์สายพันธุ์รุกรานเข้ามา มันก็ได้สร้างความเสียหายให้กับสัตว์พื้นเมืองอย่างยิ่ง จนทำให้นกกระเต็นกวมถูกประกาศว่าสูญพันธุ์ไปจากธรรมชาติในปี 1988 แต่โชคยังเข้าข้าง ก่อนที่มันจะหายไปตลอดกาล นักอนุรักษ์ได้จับพวกมันไว้ 28 ตัวเพื่อพยายามเพาะพันธุ์ต่อไป

ตอนนี้ความพยายามอย่างหนักของผู้รักนกกำลังได้รับผลตอบแทน ในเดือนกันยายนปีที่แล้วนักชีววิทยาได้ปล่อยนกกระเต็นกวมที่เพาะพันธุ์ในกรงขังจำนวน 9 ตัวโดยมีตัวผู้ 5 และตัวเมีย 4 บนเกาะปาลไมราอะทอลล์ ซึ่งพวกมันกำลังขยายประชากรอย่างน่าประทับใจ

“นกเหล่านี้ถูกเลี้ยงในกรงขังจนกระะทั่งเมื่อปีที่แล้ว” Martin Kastner นักชีววิทยาที่ทำงานร่วมกับ Nature Conservancy และ Zoological Society of London ในโครงการปล่อยนกกระเต็นกวมกลับคืนสู่ธรรมชาติ กล่าว “ตอนนี้พวกมันหาอาหาร ทำรัง และวางไข่เองได้แล้ว นับเป็นก้าวสำคัญที่เหลือเชื่อ”

เมื่อวันที่ 31 มีนาคมที่ผ่านมา Kastner และนักชีววิทยาอีกสองคนได้ไปตรวจสอบรังนกกระเต็นกวมที่พวกเขาปล่อยออกไป แม้หลายรังจะยังว่างเปล่า แต่มีรังหนึ่งที่เป็นของนกชื่อ ตูตูฮันและฮินานาโอ ได้วางไข่ของพวกมันไว้

ไข่สีขาวรูปร่างสมบูรณ์ถูกวางอย่างทะนุถนอม มันเป็นไข่ตามธรรมชาติฟองแรกของสายพันธุ์นี้ในรอบอย่างน้อย 37 ปี ซึ่งเป็นความสำเร็จของนักอนุรักษ์ทุกคน ไม่เพียงเท่านั้น ใน 5 วันต่อมาพวกเขากลับไปตรวจสอบรังอีกครั้ง ก็ได้พบเข้ากับไข่ใบที่ 2 และไข่ในรังอื่นอีก 2 รัง

“มันยากที่จะบรรยายความรู้สึกในขณะนั้น เมื่อความคาดหวังและความพยายมหลายสิบปีของผู้ดูแลสวนสัตว์ นักชีววิทยา ผู้บริหาร และที่สำคัญที่สุดคือประชาชนของกวมรวมกันเป็นหนึ่งเดียวในชั่วพริบตาแห่งความสุขและความหวัง” Kastner บอก

ทีมงานจะติดตามไข่เหล่านี้ต่อไปเพื่อดูว่าจะพัฒนาไปอย่างไร หากทุกอย่างเป็นไปด้วยดี ปาลไมราอะทอลล์อาจเป็นบ้านของลูกนกที่ฟักออกมาในไม่ช้า แต่เนื่องจากนกกระเต็นกวมล้วนเป็นพ่อแม่มือใหม่ จึงอาจต้องวางไข่หลายรอบกว่าที่ลูกนกจะฟักออกมาได้สำเร็จ

“เป็นสัญญาณว่าเราสามารถฟื้นฟูสายพันธุ์ใด ๆ ก็ได้ เพียงแค่ให้เวลาและความพยายามที่เหมาะสม” Kastner กล่าวเสริม “นี่คือสัตว์สายพันธุ์ที่สูญพันธุ์จากธรรมชาติซึ่งหลายคนอาจยอมแพ้เมื่อถึงตอนจบ แต่ก็ยังมีคนที่กล้าหาญบางกลุ่มที่นำพวกมันมาขังไว้”

ที่มา

https://www.nature.org/en-us/newsroom/hi-sihek-released/

https://www.islapublic.org/…/wild-sihek-eggs-spotted-in…

https://www.postguam.com/…/article_e78e6adb-cc01-446a…

https://www.smithsonianmag.com/…/biologists-rejoice-as…/

Photo: Martin Kastner

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...