นกกระเต็นกวมวางไข่ในป่า ครั้งแรกในรอบ 37 ปี หลังสูญพันธุ์จากสัตว์รุกราน
‘นกกระเต็นกวม’ ที่สูญพันธุ์ไปจากป่าของเกาะกวม 37 ปีได้กลับมาวางไข่อีกครั้ง หลังเคยถูกเอเลี่ยนสปีชีส์รุกรานจนพวกมันหายไปหมด
นกกระเต็นกวม (Guam kingfisher) เป็นนกขนาดกลางที่มีสีสันสดใส มีจะงอยปากยาวและหนา โดยตัวผู้มีขนสีน้ำตาลอ่อนปกคลุมร่างกายเป็นส่วนใหญ่ แต่ปีกและหางของมันยังคงเป็นสีน้ำเงินเทาสดใส ในขณะที่ตัวเมียจะมีขนหน้าอกสีขาวซีด
สิ่งที่พิเศษก้คือพวกมันเป็นนักล่าที่มีความอดทนสูงมาก โดยจะนั่งอย่างอดทนอยู่บนกิ่งไม้จนกระทั่งพบเหยื่อที่พวกมันชื่นชอบเช่น กิ้งก่า ตุ๊กแก แมงมุม ด้วง และปู จากนั้นก็จะโฉบลงมาใช้จะงอยปากอันทรงพลังของมันจับสัตว์ตั้วนั้น สัตว์บินได้ตัวนี้เคยมีอยู่อย่างมากมายในภูมิภาคกวม
แต่เมื่องูต้นไม้สีน้ำตาลซึ่งเป็นสัตว์สายพันธุ์รุกรานเข้ามา มันก็ได้สร้างความเสียหายให้กับสัตว์พื้นเมืองอย่างยิ่ง จนทำให้นกกระเต็นกวมถูกประกาศว่าสูญพันธุ์ไปจากธรรมชาติในปี 1988 แต่โชคยังเข้าข้าง ก่อนที่มันจะหายไปตลอดกาล นักอนุรักษ์ได้จับพวกมันไว้ 28 ตัวเพื่อพยายามเพาะพันธุ์ต่อไป
ตอนนี้ความพยายามอย่างหนักของผู้รักนกกำลังได้รับผลตอบแทน ในเดือนกันยายนปีที่แล้วนักชีววิทยาได้ปล่อยนกกระเต็นกวมที่เพาะพันธุ์ในกรงขังจำนวน 9 ตัวโดยมีตัวผู้ 5 และตัวเมีย 4 บนเกาะปาลไมราอะทอลล์ ซึ่งพวกมันกำลังขยายประชากรอย่างน่าประทับใจ
“นกเหล่านี้ถูกเลี้ยงในกรงขังจนกระะทั่งเมื่อปีที่แล้ว” Martin Kastner นักชีววิทยาที่ทำงานร่วมกับ Nature Conservancy และ Zoological Society of London ในโครงการปล่อยนกกระเต็นกวมกลับคืนสู่ธรรมชาติ กล่าว “ตอนนี้พวกมันหาอาหาร ทำรัง และวางไข่เองได้แล้ว นับเป็นก้าวสำคัญที่เหลือเชื่อ”
เมื่อวันที่ 31 มีนาคมที่ผ่านมา Kastner และนักชีววิทยาอีกสองคนได้ไปตรวจสอบรังนกกระเต็นกวมที่พวกเขาปล่อยออกไป แม้หลายรังจะยังว่างเปล่า แต่มีรังหนึ่งที่เป็นของนกชื่อ ตูตูฮันและฮินานาโอ ได้วางไข่ของพวกมันไว้
ไข่สีขาวรูปร่างสมบูรณ์ถูกวางอย่างทะนุถนอม มันเป็นไข่ตามธรรมชาติฟองแรกของสายพันธุ์นี้ในรอบอย่างน้อย 37 ปี ซึ่งเป็นความสำเร็จของนักอนุรักษ์ทุกคน ไม่เพียงเท่านั้น ใน 5 วันต่อมาพวกเขากลับไปตรวจสอบรังอีกครั้ง ก็ได้พบเข้ากับไข่ใบที่ 2 และไข่ในรังอื่นอีก 2 รัง
“มันยากที่จะบรรยายความรู้สึกในขณะนั้น เมื่อความคาดหวังและความพยายมหลายสิบปีของผู้ดูแลสวนสัตว์ นักชีววิทยา ผู้บริหาร และที่สำคัญที่สุดคือประชาชนของกวมรวมกันเป็นหนึ่งเดียวในชั่วพริบตาแห่งความสุขและความหวัง” Kastner บอก
ทีมงานจะติดตามไข่เหล่านี้ต่อไปเพื่อดูว่าจะพัฒนาไปอย่างไร หากทุกอย่างเป็นไปด้วยดี ปาลไมราอะทอลล์อาจเป็นบ้านของลูกนกที่ฟักออกมาในไม่ช้า แต่เนื่องจากนกกระเต็นกวมล้วนเป็นพ่อแม่มือใหม่ จึงอาจต้องวางไข่หลายรอบกว่าที่ลูกนกจะฟักออกมาได้สำเร็จ
“เป็นสัญญาณว่าเราสามารถฟื้นฟูสายพันธุ์ใด ๆ ก็ได้ เพียงแค่ให้เวลาและความพยายามที่เหมาะสม” Kastner กล่าวเสริม “นี่คือสัตว์สายพันธุ์ที่สูญพันธุ์จากธรรมชาติซึ่งหลายคนอาจยอมแพ้เมื่อถึงตอนจบ แต่ก็ยังมีคนที่กล้าหาญบางกลุ่มที่นำพวกมันมาขังไว้”
ที่มา
https://www.nature.org/en-us/newsroom/hi-sihek-released/
https://www.islapublic.org/…/wild-sihek-eggs-spotted-in…
https://www.postguam.com/…/article_e78e6adb-cc01-446a…
https://www.smithsonianmag.com/…/biologists-rejoice-as…/
Photo: Martin Kastner