โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

มาสักที! พรีเมียร์ลีกเฟิร์ม 'ระบบจับล้ำหน้า' เริ่มใช้ 12 เม.ย.

Soccersuck

เผยแพร่ 01 เม.ย. 2568 เวลา 16.27 น. • Soccersuck

มาช้ายังดีกว่าไม่มาเมื่อ พรีเมียร์ลีก ยืนยันว่าระบบจับล้ำหน้ากึ่งอัตโนมัติจะนำมาเริ่มใช้ในลีกสูงสุดของอังกฤษตั้งแต่วันที่ 12 เมษายนเป็นต้นไป

เดิมที พรีเมียร์ลีก มีแผนที่จะนำระบบจับล้ำหน้ากึ้งอัตโนมัติมาใช้ตั้งแต่ช่วงฤดูใบไม้ร่วงในปีที่แล้ว อย่างไรก็ตามพวกเขายังเลื่อนกำหนดการมาเรื่อยๆ

กระนั้นเอฟเอเอาระบบช่วยจับล้ำหน้ามาลองใช้ในเกมเอฟเอ คัพรอบ 5 ของฤดูกาลนี้ รวมถึงลองทดสอบระบบในเกมพรีเมียร์ลีกบางนัด

แล้วตอนนี้ พรีเมียร์ลีก ก็ได้ประกาศว่าระบบช่วยจับล้ำหน้าจะถูกนำมาใช้ในลีกแบบเป็นทางการตั้งแต่วันเสาร์ที่ 12 เมษายนเป็นต้นไป

นั่นทำให้เกมที่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ พบกับ คริสตัล พาเลซ ในวันดังกล่าวจะเป็นพรีเมียร์ลีกคู่แรกที่ได้ใช้ระบบช่วยจับล้ำหน้า

สโมสรใน พรีเมียร์ลีก โหวตเห็นชอบให้มีการใช้ระบบช่วยจับล้ำหน้ามาตั้งแต่เดือนเมษายนปีก่อน รวมแล้วกว่าจะได้เห็นในลีกก็เป็นเวลา 1 ปีพอดี

ระบบช่วยจับล้ำหน้าถูกนำมาใช้ในฟุตบอลโลก 2022 และได้ผลดีทำให้เริ่มมีการใช้กันมากขึ้น ซึ่งรวมถึงฟุตบอลรายการใหญ่ๆแบบแชมเปี้ยนส์ลีก

ระบบออกแบบมาเพื่อช่วยตรวจจับจังหวะล้ำหน้า ซึ่งจะมีประสิทธิภาพมากกว่าการให้ VAR นั่งตีเส้นเองโดยจะลดทั้งระยะเวลาและความผิดพลาด นอกจากนี้จะมีการทำกราฟฟิคให้แฟนบอลได้เห็นโดยอัตโนมัติ

อย่างไรก็ตามยังมีจังหวะปัญหาเกิดขึ้นบ้างเหมือนตอนที่พวกเขาเอามาใช้ในเอฟเอ คัพรอบ 5 หลังเกมระหว่าง บอร์นมัธ และ วูลฟ์ส ต้องหยุดแข่งนาน 8 นาทีเพื่อให้ VAR ตรวจสอบ

ก่อนหน้านั้นเอฟเอเตือนว่า จังหวะล้ำหน้าเล็กน้อยที่มีนักเตะรุมกันอยู่หลายคนหน้าประตูอาจส่งผลให้เทคโนโลยีนี้ใช้งานได้ลำบาก ทำให้ VAR ในเกมดังกล่าวต้องกลับไปใช้การตีเส้นด้วยมือตัดสินว่าเป็นล้ำหน้าหรือไม่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...